“โออิชิ” เจ้าตำรับอาหารญี่ปุ่น (KING OF JAPANESE FOOD) เสริมแกร่งพอร์ตธุรกิจ กลุ่มร้านอาหารญี่ปุ่น ภายใต้เครือโออิชิ เดินหน้าปั้นแบรนด์ใหม่ต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดตัว “ชาบู บาย โออิชิ” (SHABU By OISHI) พร้อมส่งมอบประสบการณ์อาหารญี่ปุ่น ผ่านเสน่ห์แห่งรสชาติชาบู ชาบู แบบญี่ปุ่นแท้จริง ตอบโจทย์โดนใจคนรักชาบูพรีเมียม ปักหมุดเปิดให้บริการ ประเดิม 2 สาขาแรก แฟชั่นไอส์แลนด์ (รามอินทรา) – เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นางนงนุช บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ โออิชิ เปิดเผยว่า เวลานี้ สถานการณ์แพร่ระบาดเริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น ประกอบกับนโยบายและมาตรการผ่อนปรนกิจการและกิจกรรมต่าง ๆ ส่งผลให้ผู้คนมีแนวโน้มที่ผ่อนคลายความกังวล และทยอยกลับมาใช้ชีวิตประจำวันนอกบ้านตามปกติมากขึ้น อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการดูแลใส่ใจสุขภาพ โดยเฉพาะการเลือกรับประทานอาหารที่ดี มีประโยชน์ หนึ่งในนั้นคืออาหารญี่ปุ่นยอดนิยมอย่าง ชาบู ชาบู และสุกี้ยากี้ ที่ครบถ้วนด้วยสารอาหารและโภชนาการ และยังเป็นที่ชื่นชอบอยู่เสมอ

“ในส่วนของ โออิชิ หลังเปิดให้บริการร้านอาหารญี่ปุ่นไฮบริด โออิชิ บิซโทโระ (OISHI BIZTORO) ไปเมื่อไม่นานมานี้ ล่าสุด เรา (โออิชิ) ยังคงมุ่งสร้างโอกาสเติบโต และปรับรูปแบบธุรกิจให้มีความหลากหลาย ครอบคลุม เพื่อเติมเต็มช่องว่างตลาดและความต้องการของผู้บริโภคในทุกสถานการณ์ โดยเดินหน้าเสริมแกร่งพอร์ตฯ อย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวร้านอาหารญี่ปุ่นแบรนด์ใหม่ ภายใต้ชื่อ “ชาบู บาย โออิชิ” (SHABU By OISHI) ชูจุดเด่นด้านคุณภาพ ให้ได้สัมผัสความอร่อยของวัตถุดิบอย่างเต็มรสชาติ ตามตำรับชาบู ชาบู แบบญี่ปุ่นแท้จริง ด้วยบริการ อะ ลา คาร์ท ในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมตอกย้ำความอร่อย ปลอดภัย ด้วย “หม้อชาบู ชาบู ส่วนตัว” หรือหม้อเดี่ยว ซึ่งตอบโจทย์สุขอนามัยและพฤติกรรมการกิน - ดื่ม สำหรับผู้บริโภคยุคนี้ได้เป็นอย่างดีนางนุงนุชฯ กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับ “ชาบู บาย โออิชิ” (SHABU By OISHI) พร้อมส่งมอบประสบการณ์ความอร่อย ผ่านเสน่ห์แห่งรสชาติชาบู ชาบู แบบญี่ปุ่นแท้จริง ด้วยวัตถุดิบที่ได้รับการคัดสรรอย่างลงตัว อาทิ เนื้อวากิวญี่ปุ่น ระดับ A4 (Japanese Wagyu (A4) Beef), เนื้อวากิวออสเตรเลีย (Australia Wagyu Beef), เนื้อออสเตรเลีย (ส่วนสันคอ) (Australia (Chuck Roll) Beef), เนื้อยูเอส (ส่วนพื้นท้อง) (US (Short Plate) Beef), เนื้อหมูคุโรบูตะ (Kurobuta Pork), เนื้อหมูเบคอน (Belly Pork) ฯลฯ สไลซ์สดจานต่อจาน ไปจนถึงน้ำซุปสูตรต้นตำรับที่ผ่านการเคี่ยวและปรุงแต่งรสชาติด้วยความพิถีพิถัน ซึ่งมีให้เลือกหลากหลาย 4 สูตร 4 รสชาติ ได้แก่ น้ำซุปชาบู ชาบู (Shabu Shabu Soup), น้ำซุปสุกี้ยากี้ (Sukiyaki Soup), น้ำซุปมิโซะ (Miso Soup) และ น้ำซุปดาชิ (Dashi Soup) ซึ่งสามารถเลือกอร่อยได้ถึง 2 รสชาติ (พร้อมกันในคราวเดียว) พร้อมอิสระในการจัดชุดเมนูโปรดสุดคุ้มด้วยตัวคุณเอง ผ่านบริการ 2 รูปแบบ ได้แก่

  • บริการแบบ อะ ลา คาร์ท (A La Carte Menu) ครบครันทั้ง เนื้อวัว-เนื้อหมู-อาหารทะเล โดยเมนูแนะนำสำหรับกลุ่มเมนูเนื้อหมู ได้แก่ เมนู “เนื้อหมูเบคอน” ราคา 109 บาท และสำหรับกลุ่มเมนูเนื้อวัว ได้แก่ เมนู “เนื้อริบอาย” ราคา 139 บาท ซึ่งเป็นราคาเริ่มต้นสำหรับเมนูจานเดี่ยว – ขนาดกลาง (M) เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีเมนูพิเศษอย่าง เมนู ชุดรวมเนื้อหมู (หรือเนื้อวัว) ขนาดจุใจ XXL ไปจนถึงเมนู เนื้อวากิวญี่ปุ่น ระดับ A4 อีกด้วย
  • บริการแบบ เซ็ต (Set Menu) อิ่ม คุ้ม แบบครบ ๆ ในชุดเดียว โดยทุกชุดเสิร์ฟจานหลักพร้อมน้ำซุป (เลือกได้ 2 รสชาติ), ผักรวม (ชุดเล็ก), ข้าวญี่ปุ่น (หรืออุด้ง), ไข่ไก่สด และน้ำจิ้มพอนสึ/โกมาดาเระ อย่างครบครัน ซึ่งเมนูแนะนำสำหรับกลุ่มเมนูเนื้อหมู ได้แก่ เมนู “ชุดเนื้อหมูเบคอน” ราคาชุดละ 259 บาท และสำหรับกลุ่มเมนูเนื้อวัว ได้แก่ เมนู “ชุดเนื้อยูเอส” (ส่วนพื้นท้อง) ราคาชุดละ 339 บาท เป็นต้น

“นอกจากนี้ “ชาบู บาย โออิชิ” (SHABU By OISHI) ยังพร้อมสร้างความแตกต่าง น่าตื่นเต้น และมอบความอร่อยผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันทันสมัยที่สอดแทรกอยู่ในการบริการ โดยไฮไลต์อยู่ที่การจัดเสิร์ฟอาหารด้วยระบบส่งอาหารด่วนอัตโนมัติหรือสายพานรถไฟ รวดเร็ว ลดสัมผัส ส่งตรงถึงโต๊ะ รวมทั้งระบบการสั่งอาหารด้วยตัวเองผ่านการสแกนคิวอาร์โค้ดด้วยโทรศัพท์มือถือส่วนตัวและระบบการชำระเงินแบบไร้สัมผัสอีกด้วย” นางนงนุชฯ กล่าวย้ำถึงบริการอันโดดเด่น ปิดท้าย

เชิญสัมผัสประสบการณ์ อิ่ม สุข ทุกช่วงเวลา ผ่านเสน่ห์แห่งรสชาติชาบู ชาบู แบบญี่ปุ่นแท้จริง ในราคาที่คุ้มค่าและเข้าถึงได้ ซึ่งพร้อมให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ ที่ “ชาบู บาย โออิชิ” (SHABU By OISHI) ทั้ง 2 สาขา ดังนี้ (1) ชาบู บาย โออิชิ สาขา แฟชั่นไอส์แลนด์ (รามอินทรา) (ชั้น 3) และ (2) ชาบู บาย โออิชิ สาขา เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 (ชั้น 6) โดยสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและโปรโมชั่นที่น่าสนใจอื่น ๆ เพิ่มเติม คลิกแฟนเพจโออิชิฟู้ดสเตชั่น : www.facebook.com/OishiFoodStation 

โออิชิ กรีนที’ แจกหนัก จัดเต็ม ชวนแฟนไยบะร่วมสนุกกับแคมเปญ “ใบเสร็จโออิชิ ลุ้นรางวัล แลกไอเท็ม ดาบพิฆาตอสูรสุดลิมิเต็ด”

เพราะสุขภาพดี เริ่มต้นจากอาหารที่ดี...มีประโยชน์ โออิชิ อีทโตะ (OISHI EATO) จึงเอาใจสายสุขภาพ ด้วยสินค้าใหม่ ขอแนะนำ “โออิชิ อีทโตะ แซนวิชผสมธัญพืช ไส้อกไก่รมควันสลัดไข่ผสมเวย์โปรตีน” พร้อมให้คุณเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยคุณประโยชน์แบบเน้น ๆ จากขนมปังแซนวิช สูตรธัญพืช (ผลิตจากธัญพืชคัดพิเศษนานาชนิด ข้าวสาลี – ข้าวบาร์เลย์ – ถั่วเหลือง) มาพร้อมไส้แน่น ๆ อกไก่รมควัน เนื้อนุ่ม ผสานสลัดไข่ที่มีส่วนผสมของเวย์โปรตีน ซึ่งเหมาะสำหรับยามเช้าหรือรองท้องระหว่างวัน ยิ่งรับประทานคู่กับเครื่องดื่มแก้วโปรด ไม่ว่าจะเป็นชา กาแฟ หรือน้ำผลไม้ ก็ยิ่งอร่อย โดยวางจำหน่ายแล้ววันนี้ ในราคาชิ้นละ 35 บาท ที่ เซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขา ติดตามข้อมูลข่าวสารและโปรโมชั่นที่น่าสนใจอื่น ๆ เพิ่มเติม คลิกแฟนเพจโออิชิอีทโตะ : www.facebook.com/OishiEatoThailand 

“โออิชิ” เจ้าตำรับอาหารญี่ปุ่น สร้างสรรค์ประสบการณ์อาหารญี่ปุ่นรูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดตัวร้านอาหารญี่ปุ่นแบรนด์ใหม่ ภายใต้ชื่อ “โออิชิ บิซโทโระ” (OISHI BIZTORO) ทางเลือกความอร่อยง่าย ๆ สไตล์ญี่ปุ่นโมเดิร์น ตอบโจทย์นักกินสายญี่ปุ่น ที่ต้องการความสะดวก อร่อย รวดเร็ว แบบครบจบในมื้อเดียว

สำหรับ “โออิชิ บิซโทโระ” นั้นเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นไฮบริด (Hybrid) ที่ผสานการให้บริการอาหารจานด่วนและร้านอาหารที่ให้บริการแบบเต็มรูปแบบเข้าด้วยกัน ภายใต้การตกแต่งและบรรยากาศแนวญี่ปุ่นโมเดิร์น ซึ่งหลากหลายด้วยอาหารญี่ปุ่นยอดนิยมที่คุ้นเคยกันดี โดยสามารถแบ่งเมนูออกเป็น (1) กลุ่มเมนูเส้น “ราเมนและโซบะ” (2) กลุ่มเมนูข้าว “ดงบุริ” และ (3) กลุ่มเมนูอาหารว่างและของทานเล่น รวมแล้วกว่า 50 รายการ ราคาสบายกระเป๋า

  • กลุ่มเมนูเส้น “ราเมนและโซบะ” เมนูแนะนำ อาทิ ทงคตสึ ชาชู ราเมน, มิโซะ แซลมอน ราเมน, ดาชิ เทมปุระ ราเมน, ทสึเคเมน และ ซารุ ราเมน ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 89 บาท

  • กลุ่มเมนูข้าว “ดงบุริ” เมนูแนะนำ อาทิ ข้าวหน้าหมูทงคัตสึ, ข้าวหน้าไก่คาราเกะ และ ข้าวหน้ากุ้งเทมปุระ มาพร้อมซอสหลากหลาย เลือกแมทช์ได้ตามใจชอบ ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 99 บาท

  • กลุ่มเมนูอาหารว่างและของทานเล่น ได้แก่ เกี๊ยวซ่าทอด, ไก่คาราเกะ, ทาโกะยากิ และ กุ้งเทมปุระ ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 79 บาท
  • อิ่ม คุ้ม แบบครบชุด จัดเต็มได้ทั้งจานหลัก (ราเมน, โซบะ หรือ ดงบุริ) จานรอง (ของรับประทานเล่น) และเครื่องดื่ม ในราคาสบายกระเป๋า หรือเฉลี่ยต่อมื้ออยู่ที่ 150 – 180 บาท เรียกได้ว่า อร่อยครบจบมื้อแบบญี่ปุ่น

 

ซึ่งรูปแบบการให้บริการเป็นแบบ เซลฟ์ เซอร์วิส (Self Service) สะดวก สั่งง่าย เสิร์ฟไว ผ่านขั้นตอนดังต่อไปนี้ (1) สั่งอาหารที่เคาน์เตอร์พร้อมชำระเงิน (2) รับเครื่องเรียกรับอาหารไร้สายจากพนักงานและมานั่งรอที่โต๊ะอาหาร และ (3) เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณจากเครื่องเรียกรับอาหารไร้สาย รับอาหารที่เคาน์เตอร์ พร้อมรับประทาน

โดยล่าสุด พร้อมเปิดให้บริการแล้วทั้งในห้างสรรพสินค้า/ศูนย์การค้า สถานีบริการน้ำมัน (ปั๊ม) และคอมมูนิตี้มอลล์ ดังนี้ (1) โออิชิ บิซโทโระ สาขา เซ็นทรัลพลาซา อยุธยา (2) โออิชิ บิซโทโระ สาขา เซ็นทรัลพลาซา ศรีราชา (3) โออิชิ บิซโทโระ สาขา คาลเท็กซ์ งามวงศ์วาน (รวี เซอร์วิส) และ (4) โออิชิ บิซโทโระ สาขา สายไหม อเวนิว

“โออิชิ” เจ้าตำรับอาหารญี่ปุ่น เดินหน้าสร้างโอกาสในวิกฤต ลุยปั้นแบรนด์ใหม่ เสริมแกร่งพอร์ตฯ กลุ่มร้านอาหารญี่ปุ่น พร้อมเปิดตัว “โออิชิ บิซโทโระ” (OISHI BIZTORO) ทางเลือกความอร่อยง่าย ๆ สไตล์ญี่ปุ่นโมเดิร์น ตอบโจทย์ลูกค้าเรื่องราคาและความคุ้มค่า ไปจนถึงสถานที่ ที่เข้าถึงง่ายและสะดวกมากขึ้น เช่น สถานีบริการน้ำมัน และ คอมมูนิตี้ มอลล์

นางนงนุช บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ โออิชิ เปิดเผยว่า ในช่วงระยะปีสองปีมานี้ สถานการณ์แพร่ระบาด ประกอบกับมาตรการความปลอดภัยต่าง ๆ ที่เข้มข้น ส่งผลให้ผู้บริโภคมีพฤติกรรมและการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม บรรดาผู้ประกอบการจึงต้องมองหาโอกาส เพื่อเร่งเติมเต็มช่องว่างตลาด และปรับโมเดลธุรกิจ กระจายให้ครอบคลุมและหลากหลาย เพื่อตอบโจทย์การกิน – ดื่ม ในทุกรูปแบบ

“ซึ่งในส่วนของ “โออิชิ” เรายังคงเดินหน้าพัฒนาและสร้างสรรค์ประสบการณ์อาหารญี่ปุ่นรูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลายและเฉพาะเจาะจงมากขึ้น โดยล่าสุด ลุยปั้นแบรนด์ใหม่ เสริมแกร่งพอร์ตฯ กลุ่มร้านอาหารญี่ปุ่น และขยายธุรกิจให้กว้างขึ้น พร้อมเปิดตัวร้านอาหารญี่ปุ่น “โออิชิ บิซโทโระ” ภายใต้แนวคิด “ทางเลือกความอร่อยง่าย ๆ สไตล์ญี่ปุ่นโมเดิร์น” สำหรับคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการความสะดวก อร่อย รวดเร็ว ในมื้ออาหาร และที่สำคัญมีเมนูหลากหลายในราคาย่อมเยา สามารถรับประทานได้บ่อย ๆ” นางนงนุช กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับ “โออิชิ บิซโทโระ” นั้นได้รับการพัฒนาให้เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นไฮบริด (Hybrid) ที่มีการให้บริการอาหารจานด่วนและร้านอาหารที่ให้บริการแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งหลากหลายด้วยอาหารญี่ปุ่นยอดนิยม และคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี โดยสามารถแบ่งเมนูออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ๆ ได้แก่ (1) กลุ่มเมนูเส้น “ราเมนและโซบะ” (2) กลุ่มเมนูข้าว “ดงบุริ” และ (3) กลุ่มเมนูอาหารว่างและของทานเล่น รวมแล้วหลากหลายกว่า 50 รายการ

  • กลุ่มเมนูเส้น “ราเมนและโซบะ” เมนูแนะนำ อาทิ ทงคตสึ ชาชู ราเมน, มิโซะ แซลมอน ราเมน, ดาชิ เทมปุระ ราเมน, ทสึเคเมน และ ซารุ ราเมน เป็นต้น ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 89 บาท
  • กลุ่มเมนูข้าว “ดงบุริ” เมนูแนะนำ อาทิ ข้าวหน้าหมูทงคัตสึ, ข้าวหน้าไก่คาราเกะ และ ข้าวหน้ากุ้งเทมปุระ มาพร้อมซอสหลากหลาย เลือกแมทช์ได้ตามชอบ อาทิ ซอสเทอริยากิ, ซอสทงคัตสึ, ซอสทงคัตสึ - มาโย และ ซอสแกงกะหรี่* เป็นต้น ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 99 บาท
  • กลุ่มเมนูอาหารว่างและของทานเล่น เมนูแนะนำ อาทิ เกี๊ยวซ่าทอด, ไก่คาราเกะ, ทาโกะยากิ และ กุ้งเทมปุระ ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 79 บาท
  • นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มเมนูท็อปปิ้ง ที่เข้ากับทุกเมนูอาหาร ทั้งราเมนและดงบุริ และยังมีหลายชนิด หลายรสชาติ ให้เลือกอีกด้วย
  • อิ่ม คุ้ม แบบครบชุด ได้ทั้งจานหลัก (ราเมนหรือดงบุริ) จานรอง (ของทานเล่น) และเครื่องดื่ม ในราคาเฉลี่ยต่อมื้ออยู่ที่ 150 – 180 บาท เท่านั้น

 

ขณะที่รูปแบบการให้บริการนั้นเป็นแบบ เซลฟ์ เซอร์วิส (Self Service) สั่งง่าย ไม่ยุ่งยาก ผ่านขั้นตอน ดังนี้ (1) สั่งอาหารที่เคาน์เตอร์พร้อมชำระเงิน (2) รับเครื่องเรียกรับอาหารไร้สาย จากพนักงานและมานั่งรออาหารที่โต๊ะ (3) เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณจากเครื่องเรียกรับอาหารไร้สาย รับอาหารที่เคาน์เตอร์ พร้อมรับประทาน

ปัจจุบัน “โออิชิ บิซโทโระ” เปิดให้บริการแล้วทั้งในห้างสรรพสินค้า/ศูนย์การค้า ไปจนถึงสถานีบริการน้ำมัน (ปั๊ม) ซึ่งเป็นแหล่งที่มีผู้คนสัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก ดังนี้ (1) โออิชิ บิซโทโระ สาขา เซ็นทรัล อยุธยา – จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (2) โออิชิ บิซโทโระ สาขา เซ็นทรัล ศรีราชา – จังหวัดชลบุรี และ (3) โออิชิ บิซโทโระ สาขา คาลเท็กซ์ งามวงศ์วาน (บจก. รวี เซอร์วิส) – กรุงเทพฯ

พร้อมมีแผนขยายสาขาและพื้นที่ให้บริการเพิ่มเติมไปสู่โครงการ คอมมูนิตี้ มอลล์ (Community Mall) ต่อเนื่องเป็นสาขาที่ 4 ภายในเร็ว ๆ นี้ ได้แก่ โออิชิ บิซโทโระ สาขา สายไหม อเวนิว – กรุงเทพฯ ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการวันแรก วันที่ 12 เมษายน 2565 นี้

“โดยโมเดลใหม่นี้ (โออิชิ บิซโทโระ) จะสามารถตอบโจทย์ความสะดวก ไปพร้อม ๆ กับความอร่อยที่ได้มาตรฐาน ให้กับลูกค้า ที่สำคัญ คือ เข้าถึงง่าย ทั้งราคาและสถานที่ และด้วยร้านในรูปแบบ สมอลล์ ฟอร์แมต (Small Formats) ที่เน้นการส่งมอบความสะดวก จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการขยายสาขา และเติมเต็มช่องว่างตลาดได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น” นางนงนุช กล่าวปิดท้าย

Page 1 of 10
X

Right Click

No right click