January 22, 2021

บมจ. ทิพยประกันภัย (TIP) ผนึกกำลัง บมจ. ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (OR) เปิด [email protected]

หลังเสนอขายผู้ลงทุนสถาบัน-รายใหญ่ 5 รุ่น มูลค่า 20,000 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นในธุรกิจ ตอกย้ำความแข็งแกร่งทางการเงิน

กระทรวงพาณิชย์ จับมือ บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก SME D Bank และ ธกส. เร่งสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากจังหวัดเพชรบุรี นำผลิตภัณฑ์ชุมชนและสินค้าเกษตรอินทรีย์เข้าจำหน่ายในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ภายใต้โครงการ "ตลาดไทยเด็ด" เกาะกระแส “บริโภคสินค้าปลอดสารเคมี” พร้อมเพิ่มช่องทางการกระจายสินค้าให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกกลุ่ม เป็นการเพิ่มรายได้ให้คนในท้องถิ่น

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เผยว่า จากนโยบายสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ภายใต้โครงการ "ตลาดไทยเด็ด" เพื่อช่วยเหลือคนในชุมชนและเกษตรกรโดยการคัดสรรสินค้าและบริการที่โดดเด่นของภูมิภาคและกลุ่มจังหวัดมาจำหน่ายในสถานที่ที่ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าได้สะดวก และให้คำนึงถึงความหลากหลายของแหล่งกระจายสินค้าให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกกลุ่ม รวมถึงเปิดตลาดสินค้าเกษตร - เกษตรอินทรีย์ เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด/กระจายสินค้า สร้างความเข้มแข็งและเพิ่มรายได้ให้คนในท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้แข็งแกร่ง

กรมฯ ได้ร่วมมือกับ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (PTTOR) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME D Bank) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) และสมาคมการค้าผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมัน PTT Station จัดหาสถานที่ตามเส้นทางท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ประชาชนสัญจรเชื่อมผ่านไปยังแหล่งท่องเที่ยวและจังหวัดต่างๆ เพื่อเป็นจุดจำหน่ายสินค้าเด่นของแต่ละชุมชน เบื้องต้น ได้มีการจัดพื้นที่มุมจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนภายในร้านขายของฝากของผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ภายใต้โครงการ "ตลาดไทยเด็ด" พร้อมทั้งเปิดตลาดสินค้าเกษตร - เกษตรอินทรีย์ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ในการขยายตลาด/กระจายสินค้า และพบปะผู้บริโภค ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการซื้อขายกันได้โดยตรง และมีโอกาสพัฒนาไปสู่การค้าขายกันในอนาคต ซึ่งเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรอีกทางหนึ่ง ซึ่งกรมฯ และหน่วยงานพันธมิตรดังกล่าวข้างต้นได้ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมัน PTT Station จำนวน 26 แห่ง ได้เจรจาจับคู่ธุรกิจกับผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ชุมชน จำนวน 36 ราย เพื่อคัดสรรสินค้าเข้าจำหน่าย ณ จุดจำหน่ายสินค้า"

อธิบดีฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า "กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้สนับสนุนและส่งเสริมให้ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ชุมชนขยายช่องทางการตลาดทั้งในรูปแบบออฟไลน์/ออนไลน์ และได้จัดหาช่องทางการจัดจำหน่ายให้มีความหลากหลาย อาทิ เชื่อมโยงการจำหน่ายสู่ร้านค้าชุมชน แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ห้างสรรพสินค้า สนามบิน ฯลฯ ทำให้เกิดการกระจายสินค้า สร้างงาน สร้างโอกาส สร้างรายได้ และเกิดประโยชน์กับผู้ประกอบการฐานรากของประเทศ กรมฯ ได้คัดสรรผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพดีจากกลุ่มผู้ประกอบการ OTOP Select และจากเครือข่ายธุรกิจ "MOC Biz Club" ที่กรมฯ จัดตั้งขึ้นทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเป็นศูนย์รวมเครือข่ายผู้ประกอบการฐานรากตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เกิดพันธมิตรทางการค้าที่เกื้อกูลกัน เกิดการเชื่อมโยงการค้าที่สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละพื้นที่เพื่อเข้าร่วมเจรจาธุรกิจ ทำให้เกิดประโยชน์กับผู้ประกอบการฐานรากอย่างแท้จริง เป็นการยกระดับและพัฒนาสินค้าวิสาหกิจชุมชน หรือ เอสเอ็มอีรายย่อยให้มีความเข้มแข็ง สินค้าได้รับการพัฒนาให้มีมาตรฐานเดียวกัน สามารถขยายตลาดและมีแหล่งกระจายสินค้าได้ครอบคลุมทั่วประเทศ เศรษฐกิจฐานรากของประเทศมีความแข็งแกร่ง ซึ่งจะส่งผลถึงระบบเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศที่จะมีความมั่นคง และยั่งยืน มากขึ้น"

ปัจจุบัน มีสถานีบริการน้ำมัน PTT Station เข้าร่วมโครงการ "ตลาดไทยเด็ด" แล้ว จำนวน 72 แห่ง ประกอบด้วย ภาคเหนือ 45 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 16 แห่ง ภาคตะวันออก 6 แห่ง ภาคใต้ 2 แห่ง ภาคตะวันตก 1 แห่งและภาคกลาง 2 แห่ง ทั้งนี้ คาดว่าภายในปี 2562 นี้ จะสามารถขยายโครงการ "ตลาดไทยเด็ด" ได้ครบ 100 แห่ง ทั่วประเทศ

กระทรวงพาณิชย์ จับมือ บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก SME Bank และ สมาคมการค้าผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมัน PTT Station นำผลิตภัณฑ์ชุมชนเข้าจำหน่ายภายในร้านขายของฝากสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ภายใต้แคมเปญ “ไทยเด็ด” คิ๊กออฟเฟสแรก 14 ปั๊มน้ำมันกระจายทุกภูมิภาค พร้อมจัดงาน “ไทยเด็ด แมชชิ่งเดย์” เปิดโอกาสให้ผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมัน PTT Station จับคู่ธุรกิจพร้อมคัดสรรผลิตภัณฑ์ชุมชนเข้าจำหน่าย ณ จุดขายของฝากให้ตรงใจผู้บริโภค นำร่องโมเดลแรกจังหวัดนครราชสีมา มั่นใจ!! ช่วยขยายช่องทางการตลาด/กระจายผลิตภัณฑ์ชุมชนมากขึ้น สร้างความเข้มแข็งและเพิ่มรายได้ให้ชุมชน เศรษฐกิจฐานรากแข็งแกร่ง ...เศรษฐกิจประเทศมั่นคง ยั่งยืน

 

 

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “รองนายกรัฐมนตรี (นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์) ได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เร่งขยายช่องทางการตลาดให้แก่ผลิตภัณฑ์ชุมชนของไทย โดยคำนึงถึงความหลากหลายของแหล่งกระจายสินค้าให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกกลุ่ม รวมถึงเป็นสถานที่ที่ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าได้สะดวก พร้อมที่จะนำไปอุปโภคบริโภคหรือนำไปเป็นของฝากของกำนัล กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จึงได้จับมือกับ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ PTTOR ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME Bank และ สมาคมการค้าผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ดำเนินการสร้างและพัฒนาจุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน ณ จุดจำหน่ายสินค้าภายในร้านขายของฝาก สถานีบริการน้ำมัน PTT Station ภายใต้แคมเปญ “ไทยเด็ด” และจะใช้แคมเปญนี้เป็นสื่อในการประชาสัมพันธ์เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนเข้ามาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชนดังกล่าว”

 

 

“เบื้องต้น จะนำผลิตภัณฑ์ชุมชนของผู้ผลิตที่มีแหล่งผลิตสินค้าบริเวณใกล้เคียงสถานีบริการน้ำมัน PTT Station เข้าจำหน่าย ณ จุดจำหน่ายสินค้าภายในร้านขายของฝาก โดยผู้ที่ต้องการอุดหนุนผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพดี ณ สถานีบริการน้ำมัน PTT Station ให้สังเกตป้ายประชาสัมพันธ์ “ไทยเด็ด” เป็นหลัก ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ได้รับการคัดสรรเป็นอย่างดีจากผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมัน PTT Station เพื่อให้ประชาชนที่เข้ามาใช้บริการได้เลือกซื้อนำกลับไปอุปโภคบริโภคหรือนำไปเป็นของฝากของกำนัล เฟสแรกเริ่มจำหน่ายในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station จำนวน 14 แห่ง ประกอบด้วย ภาคเหนือ 3 แห่ง : จ.พิจิตร (2 แห่ง) จ.กำแพงเพชร (1 แห่ง) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 8 แห่ง : จ.นครราชสีมา (2 แห่ง) จ.บุรีรัมย์ (3 แห่ง) จ.มหาสารคาม (2 แห่ง) และ จ.อุบลราชธานี (1 แห่ง) ภาคตะวันออก 2 แห่ง : จ.ระยอง (1 แห่ง) และ จ.จันทบุรี (1 แห่ง) ภาคใต้ 1 แห่ง : จ.สุราษฎร์ธานี หลังจากนั้น จะทำการประเมินผลสำเร็จ วิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็ง และนำมาปรับปรุงรูปแบบการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนและคุณภาพการให้บริการต่อไป”

 

 

“นอกจากนี้ ในวันนี้ (วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2561) กรมฯ และหน่วยงานพันธมิตรดังกล่าวข้างต้น ได้ร่วมกันจัดงาน “ไทยเด็ด แมชชิ่งเดย์” (THAI DET Matching Day) ขึ้น ณ สถานีบริการน้ำมัน PTT Station หจก.สยามด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ได้เจรจาจับคู่ธุรกิจกับผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อคัดสรรสินค้าเข้าจำหน่าย ณ จุดจำหน่ายสินค้า ซึ่งผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันในพื้นที่จะเข้าใจความต้องการของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในการเลือกซื้อสินค้าทั้งประเภทสินค้า รูปลักษณ์ การบรรจุหีบห่อ (Packaging) การใช้ประโยชน์ ฯลฯ ซึ่งจะทำให้โครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี รวมทั้ง เป็นประโยชน์ต่อผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ชุมชนที่จะได้รับคำแนะนำจากผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันในการพัฒนาสินค้าให้ตรงความต้องการของลูกค้าและตลาด ทำให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนมีโอกาสที่จะขยายตลาดครอบคลุมกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ สถานีบริการน้ำมัน PTT Station หจก.สยามด่านขุนทด เป็นสถานีบริการน้ำมัน PTT Station นำร่องในการนำผลิตภัณฑ์ชุมชนเข้ามาจำหน่ายในจุดจำหน่ายสินค้าภายในร้านขายของฝาก และจะเป็นโมเดลสำหรับสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงอื่นๆ ต่อไป”

อธิบดีฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ความร่วมมือระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กับหน่วยงานพันธมิตรในครั้งนี้ เป็นการยกระดับและพัฒนาสินค้าวิสาหกิจชุมชน หรือ เอสเอ็มอีรายย่อยให้มีความเข้มแข็ง สินค้าได้รับการพัฒนาให้มีมาตรฐานเดียวกัน สามารถขยายตลาดและมีแหล่งกระจายสินค้าได้ครอบคลุมทั่วประเทศ ทำให้เกิดการจ้างงาน ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น เศรษฐกิจฐานรากของประเทศมีความแข็งแกร่ง ซึ่งจะส่งผลถึงระบบเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศที่จะมีความมั่นคง และยั่งยืน มากขึ้น”      

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลผู้ชนะเลิศจากกิจกรรมโครงการ  PTT TECH Savvy Agent 2018” ณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ โดยโครงการฯ จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ทักษะด้านดิจิทัล ผ่านกิจกรรมการประกวดแนวคิดเกี่ยวกับการทำงานในยุคดิจิทัล รณรงค์ให้เกิดพฤติกรรมการใช้งานเครื่องมือและสื่อดิจิทัลของ ปตท. ตลอดจนสร้างกลุ่มพนักงานต้นแบบที่มีศักยภาพด้านดิจิทัลและนำผลการเรียนรู้ไปพัฒนาต่อยอดเป็นกิจกรรมสำหรับกลุ่มพนักงานทั่วไป ผ่านรูปแบบเกมการแข่งขัน Reality Show ภายในองค์กรเป็นครั้งแรกของประเทศไทย

 

 

นายชาญศิลป์ เปิดเผยว่า ปตท. ได้ปรับรูปแบบการทำงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัล  (Digital Transformation) ทั้งด้านเทคโนโลยี เครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน และวิถีชีวิตของคนในองค์กร ด้วยการส่งเสริมให้พนักงานมีทักษะด้านดิจิทัล สามารถบริหารจัดการแนวคิด รูปแบบการทำงานในยุคดิจิทัล ตลอดจนต่อยอดประยุกต์ใช้เครื่องมือดิจิทัลและเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด สอดรับกับนโยบายการพัฒนาบุคลากร ให้เป็นผู้นำด้านดิจิทัลอย่างยั่งยืน (PTT Sustainable Digital Leader) ผ่านการเรียนรู้แบบ Active Leaning มีการแข่งขันตามโจทย์ที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัล และการ Coaching โดยวิทยากรด้านดิจิทัลที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานผู้เข้าแข่งขันนำเสนอผลงานที่สร้างสรรค์และใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร  

 

 

โครงการ PTT TECH  Savvy Agent  2018” เป็นกิจกรรมการฝึกอบรมรูปแบบใหม่ที่คัดเลือกตัวแทนพนักงานมาเข้าร่วมอบรม โดยมีวิทยากรให้ความรู้แบบ Mentoring/Coaching และมีการบันทึกการฝึกอบรมในรูปแบบ Clip วิดีโอ เพื่อประชาสัมพันธ์ให้พนักงานทั่วไปติดตามการอบรมผ่านช่องทาง PTT Workplace by Facebook ของ ปตท. ทั้งนี้ ในรอบชิงชนะเลิศ ได้มีการประกาศผลผู้ได้รับรางวัลจากโครงการ PTT TECH  Savvy Agent 2018 จำนวน 3 ประเภทรางวัล ประกอบด้วย

1. “Developing” Agent  : การพัฒนาแนวคิดในการใช้งานเครื่องมือดิจิทัลและเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยผู้ชนะในประเภทดังกล่าว ได้แก่ คุณปรัชญา ไหลไพบูลย์ 
2. “Sharing” Agent : การพัฒนาทักษะการถ่ายทอดเนื้อหาและความรู้ด้านดิจิทัลให้เพื่อนร่วมงาน ซึ่งผู้ชนะ ได้แก่ คุณวิน มยุรฤทธิ์ภิบาล และ
3. “Applying” Agent : การพัฒนาทักษะการประยุกต์ใช้แนวคิด กลยุทธ์ และเครื่องมือดิจิทัลหรือเทคโนโลยีไปใช้ในงานของตนเอง ซึ่งผู้ชนะในประเภทดังกล่าว ได้แก่ คุณจารุชัย สุจริตธรรม

 

 

ทั้งนี้ ผู้ได้รับรางวัลทั้ง 3 ประเภทจะได้รับตำแหน่ง “ทูตแห่งเทคโนโลยีดิจิทัล” ผู้ทำหน้าที่เผยแพร่แนวความคิดและผลงานทางนวัตกรรมที่ทันสมัยของ กลุ่ม ปตท. ต่อสาธารณชน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา รวมทั้งทำหน้าที่เป็น Mentor ให้กับพนักงานรุ่นใหม่ที่จะเข้าร่วมการแข่งขันในอนาคต เป็นตัวแทนพนักงาน ปตท. ในการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการสร้างทักษะด้านดิจิทัลต่อไป รวมทั้งจะได้เข้าร่วมงานมหกรรม “Consumer Electronics Show  2019 : CES Asia 2019” งานโชว์นวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลสุดยิ่งใหญ่ ที่จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 11 - 13 มิถุนายน 2562 ที่เซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน อีกด้วย

 

 

“ปตท. กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 40 ในปีนี้  ในฐานะบริษัทพลังงานชั้นนำของประเทศไทย ปตท. ให้ความสำคัญกับการปรับรูปแบบการทำงานให้มีความทันสมัยและพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้มแข็งภายในองค์กร รองรับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและภาคธุรกิจทั้งในปัจจุบันและอนาคต โครงการ PTT TECH  Savvy Agent 2018 เป็นอีกหนึ่งโครงการที่จะปรับเปลี่ยนองค์กรให้พร้อมแข่งขันในเวทีสากลโดยใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีมาเป็นตัวขับเคลื่อน มุ่งพัฒนาบุคลากรของ ปตท. ให้เป็นผู้นำด้านดิจิทัล สร้างให้ ปตท. เป็นองค์กรต้นแบบที่ส่งเสริมการทำงานแบบดิจิทัลในยุคไทยแลนด์ 4.0 อย่างยั่งยืน” นายชาญศิลป์ กล่าวเสริมในตอนท้าย

Page 1 of 2