February 02, 2026

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จัดงาน ‘The DBD 2026 : พลัง SME ไทย’ ในวันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม 2569 C Asean อาคาร CW Tower ชั้น 10 กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ พลิกมุมมองการดำเนินธุรกิจ ยกระดับเครื่องมือการบริหารจัดการยุคใหม่ เชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ เสริมความพร้อมให้ผู้ประกอบการ SME รับมือกับการเปลี่ยนแปลง พร้อมขยายโอกาสทางการค้าและต่อยอดความร่วมมือในอนาคต โดยมีผู้ประกอบการที่ผ่านการพัฒนาจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการและทายาทธุรกิจเข้าร่วม

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานและกล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน The DBD 2026 : พลัง SME ไทย’ ในวันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม 2569) ว่า “โลกไม่เหมือนเดิม ซึ่งปี 2568 ที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องประสบกับปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติ ภาษีทรัมป์ การแบ่งขั้วอำนาจของโลก ภูมิรัฐศาสตร์ และปัญหาสถานการณ์กับประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศเราเอง ทั้งสังคมสูงวัย หนี้สินครัวเรือน และการเมืองที่ผันผวน ส่งผลให้นโยบายรัฐบาลไม่ต่อเนื่อง ซึ่ง SME ต้องอยู่ท่ามกลางโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภค รูปแบบการแข่งขันและกติกาทางการค้า ต้องรู้ให้ทัน ปรับตัวให้ได้ วางตำแหน่งตัวเองให้ถูก ตัดสินใจด้วยข้อมูลและประสบการณ์ ก่อนลงมือทำ การปรับมุมมองและวิธีคิดจึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการเติบโตอย่างมั่นคง ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในฐานะหน่วยงานของรัฐที่เป็น ‘ต้นสาย-ปลายทางธุรกิจ’ ได้ปรับวิธีทำงานสู่การทำงานเชิงรุกเพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการยุคใหม่อย่างรอบด้าน ตั้งแต่การนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการ อำนวยความสะดวก และลดต้นทุนการประกอบธุรกิจ การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ การกำกับดูแล การป้องกันและปราบปรามธุรกิจที่ทำผิดกฎหมาย ตลอดจนการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจผ่านความร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเสริมสร้างพลังการเติบโตของ SME ไทย”

อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า “ขอเชิญชวนผู้ประกอบการมาร่วม “พลิกมุมคิด” สำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1) การปรับจากการทำธุรกิจเพื่อความอยู่รอด ไปสู่การดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง โปร่งใส และยั่งยืน 2) การก้าวจากการทำธุรกิจเพียงลำพังไปสู่การเติบโตในระบบนิเวศธุรกิจ และ 3) การเปลี่ยนจากการตัดสินใจด้วยประสบการณ์เพียงอย่างเดียว มาเป็นการใช้ข้อมูลและเครื่องมือที่เชื่อถือได้ ซึ่งการพลิกมุมคิดทั้ง 3 ประการดังกล่าวจะนำไปสู่ “3 พลังของ SME ไทย” ได้แก่ 1) พลังความน่าเชื่อถือและความยั่งยืน 2) พลังเครือข่ายและความร่วมมือ และ 3) พลังของข้อมูลและการตัดสินใจที่แม่นยำ ซึ่งจะเป็นพลังสำคัญในการช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของ SME ไทยในโลกธุรกิจยุคใหม่”

กิจกรรมภายในงาน The DBD 2026 : พลัง SME ไทย” ถูกออกแบบให้สอดรับกับแนวคิดดังกล่าว ประกอบด้วย Mind Shifting: พลิกมุมคิด ก้าวต่อทันที ผ่านการบรรยายพิเศษและการแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึกเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง Tool Bar: เครื่องมือสำหรับ SME เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้รับคำปรึกษาและทดลองใช้เครื่องมือจากเครือข่ายพันธมิตร 9 หน่วยงาน ใน 5 ด้าน ได้แก่ Sales & Marketing, Design & Development, Finance & Accounting, Human Resource และ Analytic & Reporting และ Connect Night: ชิลล์ คุยง่าย เปิดโอกาสใหม่ กิจกรรม Networking Dinner เพื่อกระชับความสัมพันธ์ในกลุ่มผู้ประกอบการ DBD Family และเปิดโอกาสในการพบปะคู่ค้า นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจ

“กรมพัฒนาธุรกิจการค้าพร้อมเดินเคียงข้างผู้ประกอบการไทยในฐานะพันธมิตรทางความคิด โดยเชื่อมั่นว่างาน ‘The DBD 2026 : พลัง SME ไทย’ จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจ เปิดมุมมองใหม่ รู้จักใช้เครื่องมือ และเครือข่ายที่จะสามารถช่วยต่อยอดศักยภาพทางธุรกิจของ SME ไทย ให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย

LINE ประเทศไทย และ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ (DBD) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เดินหน้าส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมทั่วประเทศ โดยมุ่งให้ความรู้ที่จำเป็น การสนับสนุนด้านการตลาด และเครื่องมือดิจิทัลจาก LINE ผ่านโครงการที่ดำเนินงานร่วมกันในปี 2568 เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการ ตอกย้ำบทบาทของ LINE ในฐานะเพื่อนร่วมทางเคียงข้าง SMEs ไทย ในการสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล

 

นายรัฐธีร์ ฉัตรดำรงค์ศักดิ์ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ LINE ประเทศไทย เปิดเผยว่า “ความร่วมมือกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของไทย ให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในโลกยุคดิจิทัล โดยอาศัยศักยภาพของ LINE ที่มีความพร้อมด้านโซลูชันดิจิทัลที่ครอบคลุมทั้งด้านการตลาด การสื่อสาร และการวิเคราะห์ข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น LINE Official Account และ LINE Ads รวมถึงโซลูชันต่อยอดอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าใจลูกค้าได้อย่างลึกซึ้งและสื่อสารได้อย่างตรงจุด ร่วมกับเครือข่ายและช่องทางของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่ช่วยขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการทั่วประเทศสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เครื่องมือ และการสนับสนุนด้านการตลาดได้อย่างครอบคลุม เพื่อปูรากฐานธุรกิจ SMEs ไทยให้ยืนหยัดได้ด้วยศักยภาพของตัวเอง สู่การต่อยอดโอกาสใหม่ ๆ และสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงใยระยะยาว”

 

ด้าน นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า “ผู้ประกอบการ SMEs ไทยในปัจจุบัน เริ่มหันมาใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจกันมากขึ้น แต่ต้องเผชิญข้อจำกัดในหลายด้าน ทั้งงบประมาณที่จำกัด ความยุ่งยากในการใช้เครื่องมือ และทักษะด้านดิจิทัลที่ยังต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจึงจับมือกับ LINE ประเทศไทย เร่งเดินหน้าเพิ่มองค์ความรู้ ควบคู่กับการสนับสนุนทั้งจากภาครัฐและเอกชน ให้ผู้ประกอบการเข้าถึงเครื่องมือที่ใช้งานได้จริงและเหมาะสมกับธุรกิจ ผ่านการอบรมให้ความรู้ และเพิ่มพูนทักษะที่จำเป็น พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ลงมือปฏิบัติจริง เพื่อนำไปปรับใช้กับธุรกิจให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดทั้งการบริหารจัดการ การขยายฐานลูกค้า และสร้างการเติบโต

ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ LINE ประเทศไทย และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เตรียมจัดกิจกรรมส่งเสริมผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ อาทิ

· UPSKILL SME ธุรกิจโตไว ทำกำไรด้วย LINE Solution: กิจกรรมสัมมนาและเวิร์กช้อปเชิงลึกเกี่ยวกับการใช้โซลูชันต่าง ๆ บนแพลตฟอร์ม LINE จากผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ที่ได้รับการรับรองโดย LINE ประเทศไทยอย่าง LINE Certified Coach เพื่อกระจายความรู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจด้วย Chat Commerce อย่างรอบด้านให้ผู้ประกอบการทั่วไทย โดยจัดขึ้นที่จังหวัดอุดรธานี และราชบุรี

· Online Marketing Genius (OMG) หลักสูตรปั้นร้านค้าออนไลน์ขั้นเทพ: โครงการอบรม SMEs รุ่นใหม่ พร้อมมอบสิทธิประโยชน์ร่วมจาก LINE อาทิ คูปองส่วนลด LINE Ads มูลค่า 2,000 บาท และกิจกรรมอบรมเวิร์คช้อปเชิงลึกโดย LINE Certified Coach เพื่อคัดเลือก SME ดาวรุ่งด้านอีคอมเมิร์ซแห่งเมืองไทยในงานสัมมนาครั้งใหญ่แห่งปี Thailand E-Commerce Expo

· Digital Village: โครงการเวิร์กช้อปเพื่อชุมชนท้องถิ่นใน 4 ภูมิภาค มุ่งเน้นฝึกอบรมด้าน Social Commerce พร้อมกิจกรรมสนับสนุนช่วยโปรโมตร้านค้า ทั้งแผนจัดทำหน้ารวมสินค้าจากร้านค้า SME ในโครงการฯ ที่ใช้งานเครื่องมือ MyShop ได้อย่างเต็มศักยภาพ และแคมเปญโปรโมชันอีกมากมาย ให้ผู้บริโภคชาวไทยได้เข้าถึงและเลือกช้อปสินค้าท้องถิ่นผ่านช่องทางออนไลน์ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว

LINE ประเทศไทย กำหนดภาระกิจเป็นกำลังสำคัญให้ผู้ประกอบการ SMEs ไทยในทุกพื้นที่ ด้วยโซลูชันที่พัฒนามาเพื่อคนไทย เพื่อให้การทำธุรกิจออนไลน์มีประสิทธิภาพ สร้างการเติบโตได้จริง

สนใจศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ LINE OA: @linebizth เฟซบุ๊ก LINE for Business

 ประเทศไทย- 24 กันยายน 2567 - ในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยได้แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยในปีนี้มีคนไทยมากถึง 67% ที่เลือกซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยจะสูงถึง 750,000 ล้านบาทภายในปี 25681 ซึ่งสะท้อนถึงการก้าวไปข้างหน้าของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยอย่างมั่นคง ในขณะที่ภาค SMEs ตั้งเป้าหมายการเติบโตจากรายได้ 6.3 ล้านล้านบาทในปี 2566 เป็น 6.6 ล้านล้านบาทในปี 25672 สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการผลักดันผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ตลาดออนไลน์และปรับตัวอย่างมีประสิทธิภาพและทันกระแสการค้าในยุคดิจิทัล 

ล่าสุด ช้อปปี้ ผู้นำอีคอมเมิร์ซเบอร์ 1 ครองใจผู้ใช้งานชาวไทย ร่วมกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) จัดโครงการ “The influencer journey TiJ#1” สร้างตัวตนให้ปัง สู่เส้นทางคนดังที่สำเร็จ โดยโครงการนี้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้เทคนิคสร้างแบรนด์บนร้านค้าออนไลน์จากรุ่นพี่ในวงการ Content Marketing กับ DBD Influencer Awards กิจกรรมเด็ดเพื่อเฟ้นหาสุดยอดอินฟลูเอนเซอร์ผ่านการไลฟ์สตรีมมิ่ง เรียกได้ว่ากระแสตอบรับดีมากๆ ทั้งยังช่วยผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนและมีคุณภาพอีกด้วย 

เปิดสูตรลับ 2 SMEs ไทย สู่ความสำเร็จทางธุรกิจบนโลกอีคอมเมิร์ซ 

 

หัทยา คัมบารา กรรมการผู้จัดการ แบรนด์ส้มใส (SOMSAI) ผู้ชนะเลิศอันดับ 1 รางวัล DBD Influencer Awards 2024 แชร์มุมมองการสร้างแบรนด์และเทคนิคการตลาดไว้ว่า “แบรนด์ส้มใสเริ่มต้นจากการตระหนักถึงปัญหาผิวของคนไทย เราจึงพัฒนาสบู่ที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วผ่านการบอกต่อ จนเกิดเป็นสบู่น้ำส้มใส ในช่วงแรกเราเน้นการตลาดผ่านตัวแทนจำหน่าย แต่เมื่อโควิดทำให้ร้านค้าไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน ทำให้เห็นโอกาสช่องทางออนไลน์ จึงมาเปิดร้านบนช้อปปี้ แพลตฟอร์มที่ ‘น่าเชื่อถือ’ และ ‘ฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง’ ทำให้หลายคนได้กลับมาพบกับแบรนด์ส้มใสอีกครั้ง บวกกับแบรนด์ของเราได้รับเครื่องหมาย อย. และ DBD Registered ที่สร้างความมั่นใจว่าสินค้าของเราเป็นสินค้าที่ปลอดภัยและของแท้ 100% ยิ่งสร้างความเชื่อมั่นและมั่นใจในทุกการช้อปปิ้ง ระยะเวลาเกือบ 2 ปีบนช้อปปี้ รู้สึกประทับใจมากกับการดูแลอย่างใกล้ชิดและคำปรึกษาจากทีมงาน รวมถึงการสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจผ่านกิจกรรมแคมเปญเครื่องมือและฟีเจอร์ทางการตลาด ในครึ่งปีแรกของปี 2567 ยอดขายแบรนด์เติบโตกว่า 10 เท่า และยอดออเดอร์เพิ่มขึ้นกว่า 8 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน   

“อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของแบรนด์ส้มใส คือการคว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ในรางวัล DBD Influencer Awards 2024 จากโครงการ “The influencer journey TiJ#1” ซึ่งถือเป็นโครงการที่เราได้เรียนรู้เทคนิคการสร้างยอดขายผ่านเครื่องมือการตลาดอย่าง ไลฟ์สตรีมมิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการจัดการระบบหลังบ้าน การจัดตารางไลฟ์สด การวางโครงสร้างช่อง การถ่ายทำ และการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า พร้อมพัฒนาผลลัพธ์ด้วยการใช้ AI ที่ทันสมัย เราเชื่อว่า การนำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาปรับใช้ทันที เรียนรู้ระหว่างที่ลงมือทำ และพัฒนาต่อเนื่องแบบไม่หยุดนิ่ง ทำให้เราชนะใจกรรมการ จากการแข่งขันไลฟ์สตรีมบนช้อปปี้พบว่า แบรนด์สามารถเพิ่มยอดขายได้กว่า 150% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ อีกทั้งยังได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากๆ จากเหล่าลูกค้า ทำให้ตัวเราและทีมงานแบรนด์ส้มใสรู้เลยว่า สินค้าไทยยังคงเติบโตได้อีกไกล หากเราพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ได้รับการรับรองคุณภาพจากภาครัฐ และเลือกช่องทางการขายตรงตามกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเรา จะยิ่งช่วยขยายโอกาสในการเติบโต ต้องขอบคุณสำหรับโครงการนี้ที่เป็นแรงผลักดันสำคัญให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นเติบโตและก้าวสู่เวทีโลกอย่างมั่นคง” คุณหัทยา กล่าวทิ้งท้าย 

ทิปส์เด็ดสู่ SMEs มือใหม่! สร้างความสำเร็จในโลกธุรกิจอย่างมืออาชีพ: ในช่วงที่การทำธุรกิจออนไลน์กำลังมาแรง ยิ่งเริ่มต้นเร็ว ยิ่งมีโอกาสเติบโตได้เร็ว ช้อปปี้เป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการขายออนไลน์ ด้วยเครื่องมือครบครัน ทั้งการส่งเสริมการขายและการวิเคราะห์ ช่วยเพิ่มการมองเห็นให้กับสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันการสั่งซื้อออนไลน์สะดวกและง่ายดายกว่าเดิมมาก นี่คือโอกาสที่คุณไม่ควรพลาด 

 

กษิรา ขันติศิริ เจ้าของแบรนด์เผือกกรอบ ทันจิตต์ ถ่ายทอดความอร่อยสู่การไลฟ์ที่น่าจับตามอง เล่าว่า “ทันจิตต์เริ่มต้นจากความหลงใหลในการทำขนม สืบทอดสูตรลับเฉพาะจากรุ่นสู่รุ่น กลายเป็นแบรนด์ของฝากที่มีประวัติยาวนานกว่า 40 ปี โดยหัวใจหลักของเราคือการมุ่งมั่นพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพสูงสุด ส่งตรงถึงมือลูกค้าแบบกรอบใหม่เพื่อสร้างความประทับใจ เราพิถีพิถันในการสไลด์เผือกเป็นรูปตะแกรงด้วยตัวเองจนเกิดเป็น “เผือกกรอบรูปตะแกรง” ที่สวยงามเป็นที่กล่าวขานถึงทุกวันนี้ และปัจจุบันเราได้ขยายช่องทางการขายสู่แพลตฟอร์ม 'ช้อปปี้' พิจารณาจากที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากผลการสำรวจกลุ่มลูกค้าขนมขบเคี้ยว ทำให้เรามั่นใจว่านี่คือช่องทางที่ตอบโจทย์การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด” 

ด้วยฟีเจอร์ Shopee Live เป็นเครื่องมือหลักที่ช่วยให้แบรนด์ทันจิตต์เพิ่มยอดขายและเข้าถึงลูกค้าได้รวดเร็ว โดยในปีนี้ ยอดผู้ชม Shopee Live ของเราเพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ด้วยการตอบรับที่ดีกับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่อร่อยถูกปากคนไทยและโปรโมชันที่ดึงดูดใจ จึงพบว่า เผือกกรอบรูปตะแกรง ได้รับเลือกเป็นสุดยอดสินค้ายืนหนึ่งในใจนักช้อปประจำปี 2567 

 

“การสร้างยอดขายของเรามาต้องมาพร้อมกับการเรียนรู้และพัฒนาเทคนิคในการเติบโตในโลกอีคอมเมิร์ซอย่างครบวงจร สำหรับการเข้าร่วมโครงการ The Influencer Journey TiJ#1 ได้เปิดโอกาสให้เราเรียนรู้กลยุทธ์การสร้างยอดขายที่มีประสิทธิภาพ เราได้รับการสนับสนุนในการพัฒนาทักษะการพูดและการนำเสนอในไลฟ์สตรีมมิ่ง ทำให้แบรนด์มีความมั่นใจและสามารถดึงดูดความสนใจจากลูกค้าได้อย่างยอดเยี่ยม โดยพบว่ายอดขายใน Shopee Live ช่วงการแข่งขันเพิ่มขึ้นกว่า 200% อีกทั้งสามารถสร้างเอนเกจท์เม้นระหว่างแบรนด์และลูกค้าได้เป็นอย่างดี ท้ายนี้ เราเชื่อว่าความสำเร็จของ SMEs  
มาจากการสร้างความแตกต่างและข้อได้เปรียบทางธุรกิจ รวมถึงการร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อเสริมความแข็งแกร่งและสร้างโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืน” กษิรา กล่าวเพิ่มเติม 

ทิปส์เด็ดสู่ SMEs มือใหม่! สร้างความสำเร็จในโลกธุรกิจอย่างมืออาชีพ: หากคุณยังไม่เคยเปิดร้านบนช้อปปี้ แนะนำให้ลองเริ่มต้นหาความรู้บน Shopee University จะช่วยให้คุณเรียนรู้และเข้าใจการขายได้อย่างไม่ยากและคุณอาจพบว่ายอดขายของคุณเพิ่มขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว 

 

รวบรวมกูรูมากความสามารถไว้ในงานเดียว พบกัน 21 – 22 สิงหาคมนี้!

Page 1 of 4
X

Right Click

No right click