

การเดินทางเป็นประสบการณ์เฉพาะบุคคลมาโดยตลอด แต่ในปี 2569 แนวโน้มดังกล่าวจะชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อรูปแบบการเดินทางเปลี่ยนจากแผนเดียวที่พยายามตอบโจทย์ผู้ร่วมทริปทุกคน ไปสู่การออกแบบการเดินทางที่คำนึงถึงความต้องการและความสนใจเฉพาะตัวมากกว่าเดิม ผู้เดินทางจำนวนมากเริ่มละทิ้งกรอบหรือขนบธรรมเนียมแบบเดิม ๆ และหันมาให้ความสำคัญกับสิ่งที่สะท้อนตัวตนของตนเองอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเพื่อทดสอบความเข้ากันได้ของผู้ร่วมทริป การออกสำรวจโลกแห่งจินตนาการ หรือการเลือกเข้าพักในที่พักซึ่งผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับการพักผ่อน
Booking.com ได้จัดทำแบบสำรวจการคาดการณ์เทรนด์การเดินทางอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 เพื่อสะท้อนมุมมองและความต้องการของผู้เดินทางทั่วโลก โดยผลการคาดการณ์สำหรับปี 2569 ชี้ให้เห็นว่า ผู้เดินทางมีความเปิดกว้างในการแสดงออกถึงตัวตนและเอกลักษณ์ของตนเองมากขึ้น ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีก็เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยให้การวางแผนการเดินทางเป็นไปอย่างตรงใจ มีความเป็นส่วนตัว และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคลมากยิ่งขึ้น จากความคิดเห็นของผู้เดินทางกว่า 29,000 คน จาก 33 ประเทศและดินแดน ผลสำรวจยังสะท้อนว่า การท่องเที่ยวในปัจจุบันไม่ใช่เพียงการพักผ่อนเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ของการทดลอง การค้นหา และการยอมรับความเป็นตัวเองอย่างเปิดเผย โดยไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดกับทางเลือกของตนเองอีกต่อไป
ทั้ง 10 เทรนด์การเดินทางในปีนี้ครอบคลุมตั้งแต่การหลบหนีสู่โลกแห่งจินตนาการ การเข้าพักในบ้านพักอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี การใช้การเดินทางเป็นบททดสอบความสัมพันธ์ การเลือกซื้อของที่ระลึกที่มีเรื่องราวและคุณค่าทางวัฒนธรรม ไปจนถึงโร้ดทริปรูปแบบใหม่ที่เปิดรับความไม่คาดคิดระหว่างทาง นอกจากนี้ ยังมีเทรนด์การเดินทางที่ได้รับอิทธิพลจากโหราศาสตร์ การดูแลสุขภาพและผิวพรรณอย่างลึกซึ้ง การแสวงหาความเงียบสงบใกล้ชิดธรรมชาติ การย้อนกลับไปทบทวนความทรงจำในอดีต และการเดินทางเพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จส่วนบุคคลในรูปแบบที่ไม่จำกัดอยู่ในกรอบเดิม
เทรนด์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า การเดินทางในปี 2569 ไม่ได้มีสูตรสำเร็จเพียงแบบเดียว แต่เปิดกว้างให้ผู้เดินทางได้ออกแบบประสบการณ์ที่สอดคล้องกับความต้องการ ความเชื่อ และจังหวะชีวิตของตนเองอย่างแท้จริง ก่อนจะพาไปทำความรู้จักกับแต่ละเทรนด์อย่างละเอียด เริ่มต้นจากเทรนด์แรกที่พาผู้เดินทางก้าวเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการและเรื่องเล่าเหนือจริง

หนังสือและเรื่องเล่าเคยเป็นเพื่อนร่วมทางของผู้คนมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะอยู่ในกระเป๋าเดินทาง บนรถไฟ เครื่องบิน หรือระหว่างการพักผ่อนริมชายหาด แต่ในปี 2569 ความเชื่อมโยงระหว่างเรื่องเล่ากับการเดินทางกำลังก้าวเข้าสู่มิติใหม่ เมื่อกระแสนิยายและภาพยนตร์แนวโรแมนตาซีได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ผู้เดินทางจำนวนมากไม่ได้ต้องการเพียงอ่านหรือรับชมเรื่องราวเหล่านั้นอีกต่อไป หากแต่ต้องการก้าวเข้าไปสัมผัสบรรยากาศของโลกแฟนตาซีด้วยตนเอง
การท่องเที่ยวพักผ่อนจึงมีแนวโน้มเปลี่ยนไปสู่การสร้างประสบการณ์แบบมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นการเข้าพักในสถานที่ที่ให้บรรยากาศราวกับปราสาทในเทพนิยาย การเดินทางท่ามกลางธรรมชาติที่ชวนให้จินตนาการถึงโลกเหนือจริง หรือการเข้าร่วมกิจกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวในหนังสือ เกม หรือภาพยนตร์ที่ชื่นชอบ โดยมีฉากหลังเป็นงานเลี้ยงแบบยุคกลาง ป่าลึกลับ หรือกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ที่ช่วยเติมเต็มอรรถรสของการเดินทาง
ผลสำรวจพบว่า ผู้เดินทางชาวไทยจำนวนมากแสดงความสนใจต่อจุดหมายปลายทางที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโลกโรแมนตาซี และเปิดรับประสบการณ์ที่มากกว่าการท่องเที่ยวเชิงชมสถานที่เพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีก็มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเดินทางรูปแบบนี้ โดยเฉพาะการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อช่วยแนะนำที่พักหรือสถานที่ท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับบรรยากาศแฟนตาซี รวมถึงการค้นหาสถานที่จริงที่เคยใช้เป็นฉากในภาพยนตร์หรือเรื่องเล่าในจินตนาการ
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ในปี 2569 ความแฟนตาซีจะไม่ถูกจำกัดอยู่เพียงในหน้าหนังสือหรือจอภาพยนตร์อีกต่อไป แต่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเดินทาง ที่เปิดโอกาสให้ผู้เดินทางได้หลบหนีจากชีวิตประจำวัน และออกไปสำรวจโลกในแบบที่เต็มไปด้วยจินตนาการและการผจญภัย

บ้านพักตากอากาศเป็นที่พักที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ด้วยจุดเด่นด้านพื้นที่กว้างขวางและความเป็นส่วนตัว แต่ในปี 2569 รูปแบบของบ้านพักตากอากาศกำลังพัฒนาไปสู่ความล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น โดยเทคโนโลยีอัจฉริยะและระบบอัตโนมัติกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการยกระดับประสบการณ์การเข้าพัก
บ้านพักตากอากาศในอนาคตจะไม่ได้เป็นเพียงสถานที่พักผ่อนเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของผู้เข้าพัก ตั้งแต่หุ่นยนต์ทำความสะอาดที่ช่วยดูแลความเรียบร้อยภายในที่พัก หุ่นยนต์ที่ช่วยเตรียมอาหาร ไปจนถึงระบบจัดการน้ำ พลังงาน และของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เดินทางชาวไทยจำนวนมากแสดงความพร้อมในการเปิดรับรูปแบบการเข้าพักลักษณะนี้ ซึ่งผสานความสะดวกสบายเข้ากับความแปลกใหม่และความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเทคโนโลยี
ผลสำรวจยังสะท้อนว่า ประโยชน์ใช้สอยของเทคโนโลยีและหุ่นยนต์มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกที่พักอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะระบบที่ช่วยลดภาระงานระหว่างการพักผ่อน รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อสนับสนุนแนวคิดด้านความยั่งยืน อย่างการจัดการทรัพยากรอย่างเป็นระบบ
อย่างไรก็ตาม บ้านพักตากอากาศอัจฉริยะไม่ได้ตอบโจทย์เพียงด้านความสะดวกสบายเท่านั้น แต่ยังมอบประสบการณ์ที่แตกต่างจากที่พักทั่วไป หลายคนมองว่าการได้เข้าพักในที่พักซึ่งขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงเป็นทั้งความแปลกใหม่และความภาคภูมิใจ ราวกับได้สัมผัสบรรยากาศที่หลุดออกมาจากโลกแห่งจินตนาการหรือภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า เส้นแบ่งระหว่างการใช้งานจริงกับความสนุกสนานกำลังเลือนหายไป และบ้านพักตากอากาศอัจฉริยะกำลังเปลี่ยนช่วงเวลาวันหยุดให้กลายเป็นประสบการณ์การพักผ่อนที่ทั้งสะดวกสบาย ทันสมัย และน่าจดจำ

การเดินทางในยุคปัจจุบันไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อการพักผ่อนเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นพื้นที่ทดสอบความสัมพันธ์ในหลากหลายรูปแบบ โดยในปีนี้ ผู้เดินทางจำนวนมากเลือกใช้ช่วงเวลาวันหยุดเพื่อเรียนรู้และประเมินความเข้ากันได้ของผู้ร่วมทริป ไม่ว่าจะเป็นคู่รัก เพื่อนสนิท หรือแม้แต่เพื่อนร่วมงาน
ผู้เดินทางชาวไทยส่วนใหญ่เปิดรับแนวคิดของการเดินทางเพื่อทดสอบความสัมพันธ์ โดยมองว่าการออกเดินทางร่วมกันสามารถสะท้อนตัวตน ทัศนคติ และวิธีรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ของแต่ละคนได้อย่างชัดเจน หลายคนสนใจเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ท้าทายหรือห่างไกล เพื่อดูว่าผู้ร่วมทางจะสามารถปรับตัวกับความไม่สะดวก ความกดดัน หรือสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคยได้มากน้อยเพียงใด
นอกจากนี้ รูปแบบการเดินทางที่สลับบทบาทกันภายในกลุ่มก็ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น เช่น การให้สมาชิกที่ไม่เคยเป็นผู้นำทริปมาก่อนรับหน้าที่วางแผน หรือการลดบทบาทของตนเองเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้แสดงศักยภาพ ขณะเดียวกัน ผู้เดินทางจำนวนไม่น้อยยังเปิดรับทริปที่มีข้อจำกัดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณที่จำกัด อุปสรรคด้านภาษา หรือการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่น้อยลง เพื่อจำลองสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกับชีวิตจริง
แนวโน้มนี้สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองต่อการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป จากการเดินทางเพื่อพักผ่อนเพียงอย่างเดียว สู่การเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ฝึกการปรับตัว และพัฒนาการทำงานร่วมกันเป็นทีม โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เดินทางเจเนอเรชันซี (Gen Z) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับการใช้ประสบการณ์จริงในการทดสอบและทำความเข้าใจความสัมพันธ์มากกว่าวัยอื่น ๆ

ในปี 2569 ของที่ระลึกจากการเดินทางกำลังเปลี่ยนบทบาท จากของตกแต่งชิ้นเล็ก ๆ ที่เก็บไว้ในตู้หรือมุมบ้าน ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในพื้นที่ครัว ซึ่งกลายเป็นพื้นที่จัดแสดงเรื่องราว ความทรงจำ และวัฒนธรรมจากหลากหลายจุดหมายปลายทางทั่วโลก
ผู้เดินทางจำนวนมากเริ่มมองหาของที่ระลึกที่มีทั้งความสวยงามและประโยชน์ใช้สอย เช่น เครื่องครัว วัตถุดิบ หรือเครื่องปรุงที่มีดีไซน์โดดเด่นและสะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นขวดเครื่องเทศที่วาดลวดลายด้วยมือ หรือภาชนะใส่น้ำมันมะกอกทำมือ ซึ่งสามารถใช้งานจริงควบคู่ไปกับการเป็นของตกแต่งบนชั้นวางได้อย่างลงตัว ด้วยเหตุนี้ จุดหมายปลายทางที่มีชื่อเสียงด้านเครื่องครัว งานหัตถกรรม หรือผลิตภัณฑ์อาหารเฉพาะถิ่นจึงได้รับความสนใจมากขึ้น
เทรนด์นี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเรื่องความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังเชื่อมโยงกับคุณค่าทางจิตใจของผู้เดินทางด้วย สำหรับหลายคน เครื่องปรุงหรือของรับประทานได้ที่ซื้อมาจากการเดินทางช่วยปลุกความทรงจำของสถานที่นั้นขึ้นมาอีกครั้งในทุกครั้งที่ลงมือทำอาหาร ขณะที่เครื่องครัวจากท้องถิ่นต่าง ๆ ยังสะท้อนถึงงานฝีมือ ความยั่งยืน และวิถีการผลิตแบบดั้งเดิมของชุมชนผู้สร้างสรรค์
ขณะเดียวกัน ผู้เดินทางบางกลุ่มยังให้ความสำคัญกับความพิเศษและความหายากของของที่ระลึก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องครัวรุ่นลิมิเต็ด บรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบมาอย่างสวยงาม หรือสินค้าที่ดูโดดเด่นทั้งเมื่อจัดวางบนชั้นและเมื่อถ่ายทอดเรื่องราวผ่านโซเชียลมีเดีย ส่งผลให้ “ชั้นวางของที่ระลึก” ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่เก็บของอีกต่อไป แต่กลายเป็นพื้นที่บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางผ่านรสนิยมและประสบการณ์ส่วนตัวของแต่ละคนอย่างมีความหมาย

การเดินทางแบบโร้ดทริปในปี 2569 กำลังเปลี่ยนจากภาพจำเดิมของการขับรถท่องเที่ยวกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน ไปสู่ประสบการณ์ที่เปิดรับความไม่คาดคิด การค้นพบสิ่งใหม่ ๆ และการเชื่อมโยงกับผู้คนที่พบเจอระหว่างทางมากยิ่งขึ้น โร้ดทริปจึงไม่ใช่เพียงการเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง แต่กลายเป็นพื้นที่แห่งการแบ่งปันเรื่องราวและสร้างความทรงจำร่วมกับเพื่อนนักเดินทาง
ผู้เดินทางชาวไทยจำนวนมากเปิดรับรูปแบบการเดินทางที่ยืดหยุ่นและหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้รถร่วมกัน (Carpooling) การใช้แอปพลิเคชันเพื่อค้นหาเพื่อนร่วมเส้นทาง หรือการสลับกันทำหน้าที่ขับรถ ซึ่งช่วยเพิ่มทั้งความสนุก ความประหยัด และโอกาสในการพบปะผู้คนใหม่ ๆ สำหรับผู้ที่ไม่ขับรถ การใช้บริการรถร่วมเดินทางหรือพาหนะไร้คนขับยังช่วยเปลี่ยนเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยให้กลายเป็นการผจญภัยที่เข้าถึงได้ง่ายและให้อิสระมากยิ่งขึ้น
เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญในการยกระดับประสบการณ์โร้ดทริปยุคใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เปิดกว้างต่อการใช้ระบบอัจฉริยะและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการกำหนดเส้นทาง วางแผนการเดินทาง และค้นหาเส้นทางที่สวยงามหรือยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก การผสานเทคโนโลยีเข้ากับการเดินทางบนท้องถนนจึงช่วยให้โร้ดทริปในปี 2569 เต็มไปด้วยความยืดหยุ่น ความแปลกใหม่ และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวของผู้เดินทางแต่ละคนอย่างแท้จริง

ในปี 2569 ดวงดาวไม่ได้มีบทบาทเพียงในการทำนายดวงชะตาหรือราศีอีกต่อไป แต่กำลังก้าวเข้ามามีอิทธิพลต่อการวางแผนการเดินทางของผู้คนอย่างชัดเจน ตั้งแต่ข้างขึ้นข้างแรม ไปจนถึงหลักโหราศาสตร์และความเชื่อทางจิตวิญญาณ ศาสตร์เหล่านี้กำลังกลายเป็น “เข็มทิศใหม่” ที่ช่วยชี้นำการตัดสินใจของผู้เดินทาง โดยเปลี่ยนวันหยุดธรรมดาให้กลายเป็นการเดินทางที่รู้สึกสอดคล้องกับพลังของจักรวาลและตัวตนภายใน
ผู้เดินทางชาวไทยจำนวนไม่น้อยให้ความสำคัญกับคำแนะนำด้านจิตวิญญาณในการตัดสินใจเกี่ยวกับทริปของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนวันเดินทาง การทบทวนแผนใหม่ หรือแม้แต่การชะลอการเดินทาง หากได้รับสัญญาณเตือนว่าอาจยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงเหตุการณ์ทางโหราศาสตร์อย่างดาวพุธโคจรถอยหลัง ซึ่งหลายคนเชื่อว่าอาจส่งผลต่อการสื่อสารและการเดินทาง
นอกจากการปรับแผนตามจังหวะของจักรวาลแล้ว ผู้เดินทางยังมองหาประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับความลึกลับและพลังงานพิเศษมากขึ้น ตั้งแต่การเลือกวันออกเดินทางที่ตรงกับปรากฏการณ์สำคัญทางดาราศาสตร์ ไปจนถึงการเยือนสถานที่ซึ่งเชื่อว่ามีพลังงานสูงหรือมีความหมายทางจิตวิญญาณเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z และกลุ่มมิลเลนเนียล ที่ให้ความสนใจกับการค้นหาตัวตนและการเดินทางภายในควบคู่ไปกับการเดินทางจริง
เทรนด์ Destined-ations สะท้อนให้เห็นว่า สำหรับผู้เดินทางจำนวนมาก การท่องเที่ยวในปีนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนสถานที่ แต่เป็นการเดินทางที่ผสานความเชื่อ ความหมาย และการค้นพบตัวเองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลึกซึ้ง ราวกับว่าเส้นทางของการเดินทางนั้นถูกลิขิตไว้แล้วตั้งแต่แรกเริ่ม

ในปี 2569 การเดินทางเพื่อสุขภาพก้าวไปอีกขั้น จากการพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูร่างกายทั่วไป สู่การดูแลสุขภาพผิวอย่างจริงจังและเฉพาะบุคคลมากขึ้น ตั้งแต่การบำบัดแบบดั้งเดิมด้วยความร้อน ไปจนถึงเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างการตรวจดีเอ็นเอและไมโครไบโอม (Microbiome) ทริป “Glow-cations” จึงกลายเป็นรูปแบบใหม่ของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ที่ไม่ได้มุ่งเพียงการพักผ่อน แต่ยังมุ่งหวังให้ผู้เดินทางกลับบ้านพร้อมผิวที่สดใสและเปล่งประกายอย่างเห็นได้ชัด
ผู้เดินทางชาวไทยจำนวนมากให้ความสนใจกับการเดินทางที่ออกแบบมาเพื่อดูแลผิวโดยเฉพาะ โดยเปิดรับทรีตเมนต์ที่ปรับให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคลมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน การดูแลผิวในทริปวันหยุดก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สปาแบบเดิม แต่ขยับเข้าสู่โลกของเทคโนโลยี เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทในการช่วยแนะนำจุดหมายปลายทางและโปรแกรมดูแลผิวที่สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะตัวอย่างละเอียด
ความใส่ใจในรายละเอียดของทริปดูแลผิวยังลึกซึ้งกว่าที่เคย ตั้งแต่บริการเติมความชุ่มชื้นที่ออกแบบให้เหมาะกับกิจกรรมและสภาพอากาศของแต่ละพื้นที่ ไปจนถึงการใช้กระจกอัจฉริยะที่ช่วยวิเคราะห์สภาพผิว เช่น รูขุมขนและระดับความชุ่มชื้น เพื่อให้คำแนะนำในการดูแลผิวอย่างแม่นยำ นอกจากนี้ คุณภาพการนอนหลับก็กลายเป็นอีกปัจจัยสำคัญ โดยที่พักหลายแห่งถูกออกแบบให้สอดคล้องกับนาฬิการ่างกาย ทั้งในด้านแสงและเสียง เพื่อช่วยเสริมกระบวนการฟื้นฟูและซ่อมแซมผิวอย่างเป็นธรรมชาติ
Glow-cations จึงสะท้อนให้เห็นว่า การเดินทางในยุคใหม่นี้ไม่ใช่เพียงการหลีกหนีความวุ่นวาย แต่เป็นการลงทุนกับสุขภาพผิวและความเป็นอยู่ที่ดีในระยะยาว ผ่านการผสานเทคโนโลยี นวัตกรรม และการดูแลแบบเฉพาะบุคคลเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

ในปี 2569 ความเงียบกำลังกลายเป็นสิ่งล้ำค่าสำหรับผู้เดินทางจำนวนมาก ท่ามกลางชีวิตประจำวันอันเร่งรีบและเต็มไปด้วยสิ่งรบกวน การเดินทางจึงถูกนิยามใหม่ให้เป็นช่วงเวลาแห่งการลดความวุ่นวาย และเปิดโอกาสให้ได้กลับมาเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างสงบและลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ผู้เดินทางชาวไทยจำนวนไม่น้อยเริ่มมองหาจุดหมายปลายทางที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ และเลือกกิจกรรมพักผ่อนที่เน้นความเงียบสงบ ไม่ว่าจะเป็นการดูนก ส่องแมลง ตกปลา หรือการเก็บหาของป่าในพื้นที่ชุมชนเพื่อนำมาปรุงอาหารด้วยตนเอง กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้ได้ใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติ แต่ยังส่งเสริมการฝึกความอดทน การทบทวนตัวเอง และการคลายความตึงเครียดจากชีวิตประจำวัน
แม้การพักผ่อนในรูปแบบนี้จะให้ความสำคัญกับความเงียบและความเรียบง่าย แต่เทคโนโลยีก็ยังมีบทบาทในการช่วยเสริมประสบการณ์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ตั้งแต่แอปพลิเคชันที่สามารถระบุชนิดของนกหรือแมลงแบบเรียลไทม์ ไปจนถึงระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ช่วยแนะนำเส้นทางการเดินทาง ช่วงเวลาที่เหมาะสม หรือข้อมูลเกี่ยวกับถิ่นที่อยู่อาศัยและฤดูกาลของสัตว์แต่ละชนิด
การชะลอจังหวะชีวิตและปล่อยให้ธรรมชาติเป็นผู้นำ ทำให้ผู้เดินทางได้ค้นพบความหมายใหม่ของการเติมพลัง ซึ่งไม่ได้เกิดจากการทำกิจกรรมให้มากขึ้น แต่เกิดจากการเปิดรับความวุ่นวายให้น้อยลง และเปิดพื้นที่ให้ความสงบได้ทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่

ในปี 2569 การนึกถึงวันวานไม่ได้เป็นเพียงการเก็บความทรงจำไว้ในใจอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการออกเดินทาง ผู้เดินทางจำนวนมากเลือกกลับไปยังสถานที่ที่เคยมีความหมายในอดีต โดยมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเชื่อมโยงความทรงจำเหล่านั้นให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ผ่านแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งสามารถนำภาพถ่ายเก่า เรื่องเล่า หรือข้อมูลในความทรงจำ มาแปลงเป็นแผนที่และแผนการเดินทางในปัจจุบัน
เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้ผู้เดินทางสามารถระบุช่วงเวลาและสถานที่ที่เคยมีความหมายในชีวิต และเดินทางกลับไปเยือนจุดหมายปลายทางเหล่านั้นอีกครั้ง สำหรับผู้เดินทางชาวไทยจำนวนมาก ทริปย้อนอดีตไม่เพียงเป็นการรำลึกถึงช่วงเวลาที่งดงาม แต่ยังเป็นโอกาสในการกลับไปสัมผัสความรู้สึกเดิม ๆ พร้อมแบ่งปันประสบการณ์เหล่านั้นกับครอบครัวหรือเพื่อนสนิท
การเดินทางในรูปแบบ PastPorts ยังสะท้อนความต้องการที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นของผู้เดินทาง บางคนเลือกกลับไปยังสถานที่ที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้ย้อนวัย เชื่อมโยงกับผู้คนในอดีต หรือกลับไป “บ้าน” ในความหมายทางอารมณ์ ขณะที่บางคนมองการเดินทางเช่นนี้เป็นหมุดหมายสำคัญของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการทบทวนเส้นทางการเติบโต การเชื่อมโยงกับรากเหง้า หรือการกลับไปยังสถานที่ที่เคยผ่านช่วงเวลายากลำบาก เพื่อทำความเข้าใจและปล่อยวางความรู้สึกในอดีต
สิ่งที่ทำให้เทรนด์ PastPorts แตกต่างจากเทรนด์การเดินทางอื่น ๆ คือบทบาทของเทคโนโลยีในการหล่อเลี้ยงสัญชาตญาณของมนุษย์ในการจดจำอดีต ผู้เดินทางไม่ได้เพียงย้อนรำลึกถึงวันวาน แต่ยังใช้เทคโนโลยีเพื่อตามรอยรากเหง้าของบรรพบุรุษ เชื่อมโยงเรื่องราวข้ามรุ่น หรือแม้แต่ถ่ายภาพซ้ำในสถานที่เดิม เพื่อสร้างความทรงจำที่ทั้งคลาสสิกและสดใหม่ในเวลาเดียวกัน

ในปี 2569 ผู้เดินทางจำนวนมากเริ่มเขียนกฎเกณฑ์ของการเดินทางขึ้นมาใหม่ว่า “ควรเดินทางเมื่อไร” และ “เพื่ออะไร” โดยไม่ยึดติดกับเหตุการณ์สำคัญแบบดั้งเดิมอย่างการแต่งงาน ฮันนีมูน วันครบรอบ หรือการมีบุตรอีกต่อไป ท่ามกลางบรรทัดฐานทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป การเดินทางจึงกลายเป็นวิธีการเฉลิมฉลองความสำเร็จส่วนตัวในรูปแบบที่หลากหลายและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้น
ผู้เดินทางชาวไทยจำนวนมากมองว่าการเดินทางไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลรองรับที่ยิ่งใหญ่เสมอไป หลายคนเลือกออกเดินทางเพื่อเติมเต็มความฝันของตัวเอง โดยไม่ต้องรอให้เหตุการณ์สำคัญแบบเดิม ๆ มาเป็นตัวกำหนดคุณค่าของทริปนั้น กระแสนี้สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับความพึงพอใจและความสำเร็จในแบบที่แต่ละคนให้ความหมายกับมันเอง
ทริปเพื่อฉลองความสำเร็จรูปแบบใหม่นี้ยังแสดงให้เห็นว่าผู้เดินทางใช้การออกเดินทางเป็นรางวัลให้กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการตอบแทนความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหนัก หรือการเฉลิมฉลองเหตุการณ์ในชีวิตที่อาจดูเล็กน้อยแต่มีความหมาย เช่น การได้งานใหม่ การเลื่อนตำแหน่ง การได้รับเงินคืนภาษีแบบไม่คาดคิด การปิดฉากความสัมพันธ์ หรือแม้แต่การให้รางวัลตัวเองจากความสำเร็จด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
ท้ายที่สุดแล้ว Modern Milestone Missions คือการเดินทางที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้ฉลองความเป็นตัวเอง ค้นหาสิ่งที่นำมาซึ่งความสุข และยอมรับว่าความสำเร็จของแต่ละคนมีจังหวะและนิยามที่แตกต่างกัน การออกเดินทางจึงไม่ใช่เรื่องของ “ควรทำตามใคร” แต่เป็นการเลือกทำเพื่อตัวเองอย่างเต็มที่ โดยไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดกับเหตุผลนั้นอีกต่อไป

คุณบรานาวัน อรุลโจธี (Branavan Aruljothi) ผู้ดำรงตำแหน่ง Area Manager ของ Booking.com
กล่าวว่า ‘ในปี 2569 นี้ การเดินทางจะกลายเป็นสิ่งสะท้อนตัวตนที่แท้จริงของผู้เดินทาง
โดยแผนการเดินทางจะถูกสร้างขึ้นด้วยความสนใจที่ในอดีตอาจดูเฉพาะกลุ่มหรือเป็นเรื่องท้าทาย
ผู้เดินทางกำลังทดสอบความสัมพันธ์ ก้าวเข้าสู่โลกแห่งแฟนตาซี
และเปลี่ยนห้องครัวของพวกเขาให้กลายเป็นพื้นที่แสดงการเดินทางที่ผ่านมา และกำลังมองหาเส้นทางใหม่ ๆ
เพื่อสัมผัสประสบการณ์โร้ดทริป รวมถึงการเข้าพักบ้านตากอากาศซึ่งเต็มไปด้วยความล้ำสมัยของเทคโนโลยี ที่
Booking.com
เรายังคงมุ่งมั่นที่จะช่วยให้ทุกคนได้ออกไปสัมผัสโลกกว้างในแบบของตัวเองได้อย่างง่ายดายและเต็มเติมทริปในฝั
นของพวกเขาได้อย่างเต็มที่ด้วยการนำเสนอตัวเลือกการเดินทางที่หลากหลาย มีความยืดหยุ่น
และสะดวกสบายมากกว่าที่เคยเป็น’
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทริปเดินทางเพื่อฉลอง “ยุคทองของทุกคน” รวมถึงเคล็ดลับด้านการเดินทาง
และไอเดียด้านการเดินทางรูปแบบใหม่ สามารถค้นหาได้ที่ศูนย์ข่าวสารทั่วโลกของ Booking.com
เส้นทางสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวหรูแห่งเอเชียในปี 2568 ของประเทศไทย ต้องอาศัยการ 'เจาะลึก' ผ่านการยกระดับที่พักอาศัยภายใต้แบรนด์ชั้นนำ ส่งเสริมสุขภาพเชิงฟื้นฟู และสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวด้านอาหาร ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งในภูมิภาค แบรนด์ระดับโลกเดินหน้าผลักดันกรุงเทพฯ สู่การเป็น 'เมืองแห่งความสนุกระดับโลก' พร้อมสร้างนิยามใหม่ของการท่องเที่ยวสายลักซ์ชัวรี ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับการท่องเที่ยวหรูในไทย
โดยในงาน Thailand Tourism Forum (TTF) 2025 มีผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 คน เพื่อสัมผัสวิสัยทัศน์และเทรนด์อนาคตของอุตสหากรรมนี้ โดยงานนี้จัดขึ้นที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ พร้อมเปิดตัวแนวคิดใหม่ JOMO (Joy of Missing Out) ที่เข้ามาแทนที่ FOMO (Fear of Missing Out) ซึ่งเปลี่ยนการท่องเที่ยวตามกระแสนิยมสู่การเดินทางที่เน้นการพักผ่อนใจ หลีกหนีความวุ่นวาย ดูแลตัวเอง และค้นหาประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร
![]()
คุณบิลล์ บาร์เน็ตต์ กรรมการผู้จัดการ C9 Hotelworks กล่าวว่า "กระแสใหม่ในตลาดลักซ์ชัวรีขับเคลื่อนโดยกลุ่มธุรกิจด้านสุขภาพที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยมูลค่ากว่า 1.2 พันล้านบาทต่อปี (5.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เปรียบเทียบกับกลุ่มที่พักอาศัยแบรนด์หรูที่มีมูลค่าสูงถึง 191 พันล้านบาท (34.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เท่านั้น นอกจากนี้ ธุรกิจสุขภาพนั้นได้ก้าวข้ามขอบเขตของสปา สู่การใช้ชีวิตกลางแจ้งและการสร้างไลฟ์สไตล์ที่ส่งเสริมสุขภาพอย่างยั่งยืน โดยนักท่องเที่ยวมีแนวโน้มที่จะอยู่ต่อนานขึ้น และปรับพฤติกรรมการใช้จ่าย โดยแนวคิดเรื่องการดูแลสุขภาพเพื่ออายุยืนกำลังก้าวขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดลักซ์ชัวรียุคใหม่”
![]()
นอกจากนี้ คุณเจสเปอร์ ปาล์มควิสต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลการบริการและรองประธานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ STR เผยว่า ทำเลในกรุงเทพฯ มีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะโรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ทำผลงานได้โดดเด่นในปี 2024 ซึ่งสอดรับกับแนวคิด 'ลักซ์ชัวรียุคใหม่' ที่เน้นเสน่ห์ของธรรมชาติและเอกลักษณ์ด้านอาหารในย่านต่าง ๆ ซึ่งกลายเป็นจุดดึงดูดสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์
งานสัมมนาในหัวข้อ 'การบริหารแบรนด์ไลฟ์สไตล์และแบรนด์ดั้งเดิม' มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาแบรนด์อย่างสร้างสรรค์ โดยคุณศิรเดช โทณวณิก รองประธานฝ่ายพัฒนาของโรงแรมดุสิต โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท กล่าวว่า โรงแรมดุสิตธานีแห่งใหม่สะท้อนถึงทิศทางใหม่ของกลุ่มได้อย่างชัดเจน ขณะที่แพททริค ฟินน์ รองประธานฝ่ายพัฒนาของ IHG Hotels & Resorts ได้นำเสนอเทรนด์ 'The Hot List – Top Luxury Travel Trends in Thailand' โดยเน้นว่าในปี 2025 ประสบการณ์ด้านอาหารและเครื่องดื่มที่แท้จริงและเต้มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ จะเป็นจุดเด่นสำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว โดย IHG Hotels & Resorts ได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการบริการกลุ่มโรงแรมหรูในประเทศไทยด้วยแบรนด์ อินเตอร์คอนติเนนตัล และ คิมป์ตัน โดยเฉพาะ อินเตอร์คอนติเนนตัล เขาใหญ่ รีสอร์ต ที่คว้ารางวัลมาแล้วมากมาย
การท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพและอายุยืน หรือ 'longevity tourism' กำลังกลายเป็นเทรนด์สำคัญในตลาดท่องเที่ยวหรูยุคใหม่ของไทย โดยมีสถานที่ล้ำสมัย เช่น VitalLife Scientific Wellness Center Phuket เป็นตัวอย่างที่โดดเด่น โดย ดร.วรรณวิพุธ สรรพสิทธิ์วงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก VitalLife Scientific Wellness Center และโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้กล่าวในหัวข้อ 'นิยามใหม่ของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในประเทศไทย' ว่าการดูแลสุขภาพเพื่ออายุยืนกำลังเป็น 'พรมแดนใหม่' ที่ขับเคลื่อนการเติบโตของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
งาน Thailand Tourism Forum 2025 จัดขึ้นโดย C9 Hotelworks ร่วมกับพันธมิตรชั้นนำ เช่น IHG Hotels & Resorts, STR, Horwath HTL, JLL Hotels and Hospitality, QUO, AMCHAM Thailand, Delivering Asia, VitaLife, Lighthouse, Phuket Hotels Association, Thaiger โดยมีโรงแรม InterContinental Bangkok เป็นสถานที่จัดงาน
True CJ Creations ร่วมกับ Ryoii Film เปิดตัวเว็บไซต์ “Hidden Gem” แพลตฟอร์มที่รวบรวมข้อมูลร้านอาหารไทยอันมีเอกลักษณ์ไว้ในที่เดียว สานต่อความสำเร็จของภาพยนตร์ซีรีส์สารคดีอาหารชุด Hidden Gem ที่โด่งดังในต่างประเทศ เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้เข้าถึงใจผู้คนทั่วโลก ผ่านเรื่องราวของอาหารที่เป็นหนึ่งในจุดแข็งด้านการท่องเที่ยวของไทย พร้อมผลักดันการท่องเที่ยวมิติใหม่อย่างมีคุณค่า ชวนผู้คนออกเดินทางสัมผัสวิถีชีวิตและอาหารท้องถิ่น
โครงการ Hidden Gem เกิดขึ้นจากความตั้งใจของ True CJ Creations ร่วมกับ Ryoii Film ที่อยากนำเสนอเรื่องราวของอาหารและวัฒนธรรมไทยที่ไม่เคยถูกเผยแพร่มาก่อน โดยเริ่มต้นจากการทำซีรีส์สารคดีอาหารไทยออกเผยแพร่ทาง Asian Food Network ในกว่า 60 ประเทศทั่วโลกเมื่อปี 2023 ซึ่งได้รับความสนใจและเสียงตอบรับที่ดี จนได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Content Asia Awards 2024 จึงเป็นที่มาสู่การต่อยอดโครงการให้เข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น ผ่านการเปิดตัวเว็บไซต์ Hidden Gem ที่รวบรวมเรื่องราวร้านอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวท้องถิ่นในไทย พร้อมเตรียมถ่ายทำภาพยนตร์ซีรีส์สารคดี Season 2 ในปีนี้ เพื่อนำเสนอร้านอาหารคุณภาพที่ยังซ่อนอยู่และขยายฐานคอมมิวนิตี้ของคนรักอาหาร รวมทั้งคนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวให้กว้างขึ้น
![]()
นางสาวอารี อารีจิตเสถียร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมของทรูซีเจ ครีเอชั่นส์ กล่าวว่า “เว็บไซต์ Hidden Gem เป็นการใช้รูปแบบเทคโนโลยีออนไลน์ ผสานกับศิลปะในการคัดสรรและถ่ายทอดเรื่องราวที่น่าสนใจ เพื่อเป็นกลยุทธ์หนึ่งในการดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างคอมมิวนิตี้สำหรับคนรักอาหารไทย ให้สามารถเข้าถึงได้จากทุกที่ทั่วโลก พร้อมต่อยอดเก็บตกร้านอาหารไทยคุณภาพอีกมากมายที่ซีรีส์ไม่สามารถบอกเล่าได้หมดมารวมไว้บนเว็บไซต์นี้ โดยเราเชื่อว่า Hidden Gem จะเป็นช่องทางหนึ่งที่ช่วยกระตุ้น
การท่องเที่ยว ยกระดับคุณค่าให้ร้านอาหาร นำไปสู่การผลักดันให้เกิดรายได้กระจายสู่ท้องถิ่น ทั้งร้านอาหาร ร้านค้า สถานที่ท่องเที่ยว และที่พัก”
ทางด้านนายซอง ฮุน จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมของทรูซีเจ ครีเอชั่นส์ กล่าวเสริมว่า “เทรนด์การท่องเที่ยวยุคใหม่ที่เน้นสัมผัสวิถีชีวิตชุมชน ชูความเป็น Local hero กำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การเปิดตัวเว็บไซต์ Hidden Gem เป็นโอกาสอันดีที่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวประเทศไทยให้รับการเทรนด์ของนักท่องเที่ยว รวมทั้งยังเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับสินค้าและบริการของประเทศได้อย่างยั่งยืน”
![]()
นายอนุรักษ์ ดิษฐไชยวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Ryoii Film กล่าวทิ้งท้ายว่า Hidden Gem จะเป็นมากกว่าแค่แพลตฟอร์มที่รวบรวมข้อมูลรายชื่อร้านอาหารไทยที่น่าลอง แต่ยังมีเรื่องราวเส้นทางความเป็นมาและอุปสรรคของทุกร้าน รวมถึงแนวคิดการออกแบบสร้างสรรค์เมนูมากมาย เพื่อให้ผู้คนได้ค้นพบประสบการณ์ใหม่ ๆ และจุดประกายแรงบันดาลใจดี ๆ
ฟีเจอร์และบริการบนเว็บไซต์ Hidden Gem
สำหรับเว็บไซต์ Hidden Gem จะมีฟีเจอร์และบริการที่น่าสนใจเปิดให้บุคคลทั่วไปสามารถใช้งานได้มากมาย โดยจะมีการพัฒนาและทยอยเพิ่มฟีเจอร์ใหม่เป็นระยะ ไม่ว่าจะเป็น
· Hidden Gem Places บริการรวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจจากทั่วประเทศไทย โดยจะเน้นสถานที่ที่เกี่ยวข้องหรืออยู่ในซีรีส์ก่อนในช่วงระยะแรก
· Hidden Gem Vote เปิดให้ผู้ชมสามารถร่วมโหวตและแนะนำร้านอาหารในตำนานที่ชื่นชอบในแต่ละจังหวัด เพื่อนำมาผลิตภาพยนตร์สารคดีซีรีส์ใน Season 3
· Hidden Gem Booking บริการระบบจองร้านที่เป็น Hidden Gem Heroes ที่ปรากฏในภาพยนตร์สารคดีซีรีส์ พร้อมแนะนำเมนูพิเศษ ซึ่งคาดว่าจะเปิดใช้งานได้ในเดือนพฤศจิกายน
· Hidden Gem Restaurants รวมข้อมูลร้านอาหารทั่วประเทศไทยที่น่าสนใจ และมีโอกาสได้เป็น Hidden Gem Heroes ใน Season 3
· Experience the Hidden Gem Heroes Restaurant ระบบจองร้านอาหาร Hidden Gem ผ่านเว็บไซต์ ขยายความร่วมมือกับแพลตฟอร์มการจองในต่างประเทศ ทั้งประเทศไต้หวัน และ ประเทศญี่ปุน เช่น KKDay และ Takeme โดยคาดว่าบริการนี้จะเปิดให้บริการภายในปี 2025
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (เคทีซี) ร่วมด้วย บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) เดินหน้ากระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองน่าเที่ยว 55 จังหวัดทั่วประเทศ หวังยกระดับการท่องเที่ยวเมืองน่าเที่ยวและกระจายรายได้สู่ชุมชนเพื่อเป็นแรงผลักดันให้รายได้การท่องเที่ยวในประเทศโตตามเป้าหมายที่ 1.2 ล้านล้านบาท พร้อมมอบสิทธิพิเศษผ่านแคมเปญ ‘ขับรถเที่ยวเมืองรอง (เมืองน่าเที่ยว) กับบัตรเครดิตเคทีซี’ รับเครดิตเงินคืน4% เมื่อเติมน้ำมันที่ พีทีที สเตชั่น ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2567 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2567
นางสาวสมฤดี จิตรจง รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่า ททท. ขานรับนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองน่าเที่ยว หรือ เมืองรอง 55 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวเมืองน่าเที่ยว (เมืองรอง) นำรายได้กระจายสู่ชุมชน และยังถือเป็นนโยบายที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ IGNITE THAILAND’S TOURISM ของรัฐบาลที่ต้องการผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมายการเป็น Tourism Hub ที่สำคัญของโลก จึงได้ร่วมมือกับร่วมมือกับ เคทีซี หรือ บริษัทบัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท
ปตท. นํ้ามันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR และพันธมิตรอีกหลายรายออกแคมเปญ ‘ขับรถเที่ยวเมืองรอง (เมืองน่าเที่ยว) กับบัตรเครดิตเคทีซี’ รับเครดิตเงินคืน 4% เมื่อเติมน้ำมันที่สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น และได้รับเครดิตเงินคืนกับสถานีบริการน้ำมันอีกหลายราย รวมถึงสิทธิพิเศษต่าง ๆ อีกมากมาย โดยตั้งเป้าหมายการออกแคมเปญในครั้งนี้จะมีส่วนช่วยผลักดันให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวเมืองน่าเที่ยว (เมืองรอง) ไม่ต่ำกว่า 70,000,000 บาท
นางประณยา นิถานานนท์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในหมวดการท่องเที่ยวทั้งประเทศเดือนมกราคม – มิถุนายน 2567 เติบโตที่ 12% โดยยอดการเติบโตส่วนใหญ่มาจากหัวเมืองใหญ่จังหวัดท่องเที่ยว สะท้อนได้ว่าการท่องเที่ยวเมืองน่าเที่ยว (เมืองรอง) ยังต้องการแรงผลักดันจากรัฐบาลและภาคเอกชนในการกระตุ้นการท่องเที่ยวและนำรายได้สู่ชุมชนอีกเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้เคทีซีพร้อมสนับสนุนการท่องเที่ยวของไทยให้บรรลุตามเป้าหมายของรัฐบาลโดยมอบสิทธิพิเศษด้านการท่องเที่ยวครอบคลุมทั้งสถานีบริการน้ำมัน / ส่วนลดและแลกคะแนนรับเครดิตเงินคืนร้านอาหารและร้านกาแฟ 136 ร้านค้า / ส่วนลดที่พัก 41 โรงแรม และส่วนลด 9 พันธมิตรรถเช่า ทั้ง 55 จังหวัดเมืองน่าเที่ยว (เมืองรอง) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ktc.co.th/tat
นายสุวัฒน์ เทพปรีชาสกุล ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แคมเปญดังกล่าวถือเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระสำหรับสมาชิกบัตรเครดิต เคทีซีที่วางแผนขับรถท่องเที่ยวไปยังเมืองน่าเที่ยว (เมืองรอง) สำหรับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีที่เดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดเมืองน่าเที่ยว (เมืองรอง) 55 จังหวัดใช้บริการที่สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น และชำระค่าน้ำมันผ่านบัตรเครดิตเคทีซี วีซ่า และบัตรเครดิตเคทีซี มาสเตอร์การ์ด รับเครดิตเงินคืน 4% โดยมีเงื่อนไขข้อมูลจังหวัดที่อยู่ตามที่ระบุในใบแจ้งยอดของสมาชิกฯ ต้องไม่ตรงกับจังหวัดที่ตั้งของสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ที่ทำรายการ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐที่ต้องการสนับสนุนให้คนไทยเที่ยวต่างถิ่น และกระจายรายได้สู่ชุมชน สมาชิกสามารถรับสิทธิ์ดังกล่าวได้ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2567 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2567 นอกจากนี้ สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซียังสามารถใช้คะแนน KTC FOREVER จำนวน 169 คะแนน แลกรับเครดิตเงินคืน 20 บาท เมื่อมียอดการใช้จ่ายที่ร้าน คาเฟ่ อเมซอน ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2567 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2568
นายถนัดผล ดุละลัมพะ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์และการตลาดค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท.น้ำมัน และการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กล่าวว่า ปัจจุบันสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ภายใต้การกำกับดูแลของ OR ใน 55 จังหวัดเมืองน่าเที่ยว (เมืองรอง) มีจำนวนทั้งสิ้น 1,093 สถานี ความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและเคทีซีในครั้งนี้จะเป็นส่วนช่วยให้คนไทยสนใจขับรถท่องเที่ยวเส้นทางเมืองน่าเที่ยว (เมืองรอง) มากยิ่งขึ้นด้วยสิทธิพิเศษที่คุ้มค่า พร้อมได้ใช้ผลิตภัณฑ์น้ำมันคุณภาพจาก พีทีที สเตชั่น ซึ่งครอบคลุมความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น “Super Power” น้ำมันเกรดพรีเมียมคุณภาพสูง ที่มีคุณสมบัติเด่นเรื่องความแรง รู้สึกได้ทันทีที่เติม พร้อมทำความสะอาด ปกป้องเครื่องยนต์ สำหรับผู้บริโภคที่ต้องการน้ำมันที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ โดยมีทั้ง Super Power ดีเซล และ Super Power GSH95 และสำหรับผู้บริโภคที่เน้นเรื่องความประหยัดคุ้มค่า ขอแนะนำ “Xtra Save” น้ำมันเกรดมาตรฐานสูตรใหม่ที่ทำให้ขับไปได้ระยะทางไกลกว่าเดิม ด้วย “สารเพิ่มพลังเครื่องยนต์ มากขึ้น 1.5 เท่า” เพิ่มอัตราเร่งได้เต็มกำลัง ปกป้องเครื่องยนต์ และลดการสิ้นเปลืองน้ำมัน มอบความคุ้มค่าแก่ผู้บริโภคทุกคน โดยมีน้ำมันครอบคลุมทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มดีเซล กลุ่มเบนซิน และแก๊สโซฮอล์ น้ำมันทุกชนิดของ พีทีที สเตชั่น ได้รับรองมาตรฐาน EURO 5 ซึ่งมีปริมาณกำมะถันลดลงถึง 5 เท่า ทำให้ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กลดลง อากาศสะอาดมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำมันอย่างละเอียดเป็นประจำในทุกสาขา เพื่อควบคุมคุณภาพและส่งมอบน้ำมันที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคสอดคล้องกับพันธกิจหลักของภาครัฐที่ต้องการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนและขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในมิติแห่งความยั่งยืน
ศึกษาข้อมูลรายละเอียดโปรโมชันเพิ่มเติมได้ที่ https://www.pttor.com/th/news/promotion และติดตามโปรโมชันและกิจกรรมอื่น ๆ ได้ที่ Facebook Fanpage: PTT Station หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 1365 Contact Center หรือ KTC PHONE โทรศัพท์ 02 123 5000 สำหรับผู้ที่ต้องการสมัครสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี สามารถคลิกดูรายละเอียดได้ที่ลิงค์ https://ktc.today/apply-card หรือติดต่อศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ
การท่องเที่ยวไต้หวันเผยปี 67 คนไทยไปไต้หวันเพิ่มขึ้นเกือบ 18% เดินหน้าจับมือเคทีซีเปิดตัวแคมเปญ ‘Unseen Taiwan 2024’ เที่ยวได้ในทุกฤดูกาล พร้อมเผยโฉมโลโก้ ‘Taiwan - Waves of Wonder’ สะท้อนกลยุทธ์การท่องเที่ยวที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สอดรับเทรนด์คนไทยนิยมเดินทางใกล้ วางรูปแบบการท่องเที่ยวตามปัจเจกนิยม และให้คุณค่ากับบริการรักษ์โลก หวังสิ้นปีดันยอดคนไทยเยือนไต้หวันเพิ่มไม่ต่ำกว่านักท่องเที่ยวในช่วงก่อนโควิด
![]()
มิสซินดี้ เฉิน ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ เปิดเผยว่า ในปี 2566 นักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปไต้หวันทั้งสิ้นเกือบ 4 แสนคน และตั้งแต่เดือนมกราคม – เมษายน 2567 ยอดรวมนักท่องเที่ยวคนไทยแตะ 153,638 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาถึง 17.82% เป็นผลจากการขยายระยะเวลานโยบายฟรีวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย 14 วัน จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 รวมถึงจำนวนเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ - ไต้หวัน ก็มีเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน สำหรับในปีนี้ การท่องเที่ยวไต้หวันได้เปลี่ยนโลโก้ใหม่ภายใต้ธีม ‘Taiwan - Waves of Wonder’ เพื่อชูจุดยืนเรื่องกลยุทธ์การท่องเที่ยวที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้รูปแบบเส้นสายลอนคลื่นที่ได้แรงบันดาลใจมาจากภูเขา ทะเล ถนนทรงคดเคี้ยว หรือทางรถไฟ บ่งบอกถึงความงดงามของภูมิทัศน์ธรรมชาติผสานกับมรดกทางวัฒนธรรมอันยาวนานของไต้หวัน การเลือกโทนสีส้มเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของพระอาทิตย์ขึ้น สื่อถึงความหวังสำหรับการท่องเที่ยวยั่งยืนที่พร้อมส่งต่อไปยังประชากรรุ่นต่อไปในอนาคต
ถึงแม้ว่าไต้หวันต้องการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวให้ได้มากขึ้น แต่รัฐบาลก็ได้ออกนโยบายเพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจมีต่อทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรม ด้วยการรณรงค์ให้ความรู้แก่หน่วยงานภาคการท่องเที่ยวในเรื่องการลดปริมาณขยะ การใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า และเคารพวัฒนธรรมพื้นถิ่น นอกจากนี้รัฐบาลยังได้วางแผนงานเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวยั่งยืน (Sustainable Tourism) ดังนี้ 1) โครงการด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ (Ecotourism Initiatives) การจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ อุทยานธรณี และเขตอนุรักษ์ธรรมชาติ พร้อมแผนการบริหารด้านการท่องเที่ยวใส่ใจสิ่งแวดล้อม 2) การคมนาคมคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Transportation) ประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวเลือกเดินทางด้วยรถไฟ เส้นทางจักรยาน หรือการเช่ารถยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดการปล่อยปริมาณคาร์บอน 3) การรับรองมาตรฐานคุณภาพ (Certification and Standards) รัฐบาลสนับสนุนธุรกิจบริการท่องเที่ยวให้ได้รับใบรับรอง อาทิ Green Travel Mark และ Travelife เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นและรับผิดชอบต่อการรักษาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน 4) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Development) การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวยั่งยืน อาทิ ที่พักที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ระบบการกำจัดของเสีย รวมถึงศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยวเพื่อให้ความรู้ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและมรดกทางวัฒนธรรม
ทั้งนี้ ปัจจุบันไต้หวันได้มีโครงการที่เป็นแบบอย่างของนโยบายท่องเที่ยวยั่งยืนเชิงรุก อาทิ ระบบยืมแก้วน้ำใช้ซ้ำที่ทะเลสาบสุริยันจันทรา: เพื่อลดปริมาณแก้วน้ำพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว โดยอนุญาตให้ผู้เข้าชมยืมแก้วน้ำใช้ซ้ำ (Reuse) แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะลดขยะตามสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม หรือโครงการติดป้าย Bicycle-Friendly: เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวด้วยจักรยาน โดยรับรองมาตรฐานที่พักว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักปั่นจักรยาน และส่งเสริมการเดินทางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
นอกจากเรื่องของการท่องเที่ยวยั่งยืนแล้ว ไต้หวันยังมีสถานที่ท่องเที่ยวจากแคมเปญ ‘Unseen Taiwan 2024’ ที่พร้อมมอบประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับนักท่องเที่ยวใน 4 ฤดูกาลดังนี้
![]()
นางสาวพัทธ์ธีรา อนันต์โชติพัชร ผู้บริหาร KTC World Travel Service และการตลาดหมวดสายการบิน “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หนึ่งในกลยุทธ์การตลาดของเคทีซีที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอคือเรื่อง Partnership Marketing โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ให้การสนับสนุน ส่งเสริม และขยายขอบเขตความร่วมมือกับพันธมิตรในทุกภาคส่วน อาทิ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยว สายการบิน บริษัทตัวแทน (ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์) โรงแรม รถไฟ รถเช่า หรือเรือสำราญ ครอบคลุมทุกผลิตภัณฑ์ด้านการท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังได้ทำกิจกรรมการตลาดร่วมกันเพื่อมอบสิทธิประโยชน์ให้กับสมาชิกผ่านงานด้านการท่องเที่ยวหรืองานแฟร์ การจัดเวิร์กชอป และกิจกรรมร่วมกับชุมชน รวมถึงพัฒนาช่องทางสื่อสารให้ตรงกลุ่มสมาชิกมากยิ่งขึ้น สำหรับความร่วมมือกับการท่องเที่ยวไต้หวันในปี 2566 ที่ผ่านมา ได้รับผลตอบรับที่ดี สะท้อนจากจำนวนสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีและยอดรวมการใช้จ่ายที่ไต้หวันปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ไต้หวันยังคงเป็นเส้นทางยอดนิยมของสมาชิก โดยในครึ่งปีแรกของปี 2567สมาชิกใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ที่ไต้หวันเป็นอันดับที่ 5 เมื่อดูจากพอร์ตยอดรวมการใช้จ่ายในต่างประเทศเส้นทางเอเชีย รองจากญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง และจีน และสมาชิกเลือกใช้บริการเพื่อเดินทางไปยังไต้หวันผ่าน KTC World Travel Service สูงเป็นอันดับที่ 4 รองจากฮ่องกง ญี่ปุ่น และ จีน โดยมียอดใช้จ่ายสำหรับการเดินทางต่อบุคคลอยู่ที่ 23,000 บาทต่อราย
ในปี 2567 เทรนด์การท่องเที่ยวมีการปรับเปลี่ยนไป สมาชิกนิยมเลือกใช้เวลาเดินทางสั้นลง และวางแผนการท่องเที่ยวด้วยตัวเองตามไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างมากขึ้น รวมถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมก็เป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจเลือกใช้บริการด้านการท่องเที่ยว KTC World Travel Service จึงได้รวมผลิตภัณฑ์บริการท่องเที่ยวที่แสดงความมุ่งมั่นด้านรักษ์สิ่งแวดล้อมไว้ในหมวดที่เรียกว่า ‘Green Products’ โดยเคทีซีได้ร่วมมอบสิทธิพิเศษเพิ่มเติม เพื่อแสดงจุดยืนในการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนร่วมกับพันธมิตรทุกราย สำหรับแคมเปญ ‘Unseen Taiwan 2024’ เคทีซีได้จับมือกับสายการบินหลักได้แก่ ไชน่าแอร์ไลน์ (China Airlines) อีวีเอ แอร์ (EVA Air) สตาร์ลักซ์ แอร์ไลน์ (STARLUX Airlines) และการบินไทย (THAI Airways) มอบส่วนลดพิเศษเฉพาะบัตรเครดิตเคทีซี เมื่อสมาชิกจองตั๋วเครื่องบินผ่านเว็บไซต์สายการบินดังกล่าวรวมถึงผ่านช่องทางของเคเคเดย์ (KKday) นอกจากนี้ KTC World Travel Service ยังได้เสนอแพ็กเกจ ‘Taiwan Explorer’ รวมตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และบัตรรถไฟเพื่อเน้นเรื่องการเดินทางท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนระยะเวลา 3 วัน 2 คืน โดยสามารถเลือกเมืองจุดหมายที่ต้องการ เช่น ไทเป เกาสง หรือเมืองทางตอนใต้อื่นๆ สำหรับรายละเอียดแพ็กเกจมีดังนี้
ระยะเวลาการจองตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2567 – วันที่ 31 ธันวาคม 2567 ระยะเวลาเดินทางตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2567 - วันที่ 15 มกราคม 2568 สมาชิกสามารถเลือกใช้บริการแบ่งชำระ 0% นาน 6 เดือน และพิเศษ! เมื่อชำระค่าตั๋วเครื่องบินหรือแพ็กเกจด้วยบัตรเครดิตเคทีซี วีซ่าทุกประเภท รับฟรี Dragon Pass ทันที ดูรายละเอียดสิทธิประโยชน์จากแคมเปญ ‘Unseen Taiwan 2024’ ได้ที่ www.ktc.co.th/UNSEENTAIWAN
![]()
นายคณพศ สิทธิวงค์ บรรณาธิการนิตยสาร My World นิตยสารท่องเที่ยวราย 2 เดือนที่จัดพิมพ์สำหรับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีที่สนใจด้านการเดินทางและเป็นผู้มียอดใช้จ่ายสูงในหมวดท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ กล่าวว่า สมาชิกนิตยสาร My World มีไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวแบบ Frequent Travelers หรือวางแผนการท่องเที่ยวบ่อย ๆ ไต้หวันจึงเป็นเส้นทางที่ตอบโจทย์ เพราะมีองค์ประกอบครบครัน อาทิ วัฒนธรรมที่สะท้อนจากประวัติศาสตร์และประเพณีที่มีอายุยาวนาน นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสวัฒนธรรมจีนดั้งเดิมควบคู่ไปกับวัฒนธรรมสมัยใหม่ ธรรมชาติและภูมิประเทศที่สวยงาม เช่น อุทยานแห่งชาติอาลีซาน เมืองทางใต้ที่ทันสมัยและสวยงามอย่างเกาสง หรือเกาะทางใต้ที่มีวิถีดั้งเดิมของชาวประมง เช่น เกาะเผิงหู อาหารไต้หวันเป็นที่รู้จักในเรื่องความอร่อยและหลากหลาย โดยเฉพาะ Street Food ใน Night Market ที่มีในทุกเมืองใหญ่ การเดินทางสะดวก มีระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าใต้ดิน รถบัส หรือรถไฟความเร็วสูง ชาวไต้หวันมีชื่อเสียงในเรื่องความเป็นมิตรและการต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างอบอุ่น ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านและสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างใกล้ชิด
![]()
นางสาวกิจชรัตน์ นทีธำรงสุทธิ์ จากเฟสบุ๊คเพจ Ratto Wanderlust เปิดเผยถึงเทรนด์การท่องเที่ยวไต้หวันมีการปรับเปลี่ยนไปตามไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยว และยังมีสถานที่ Unseen ที่ไม่ควรพลาด เช่น ถนนแห่งของกินย่านหย่งคัง (Yongkang Food Street) ที่นอกจากจะเป็นแหล่งรวมอาหารยอดนิยมโดยเฉพาะอาหารท้องถิ่นแท้ๆ ของไต้หวันแล้ว ยังมีร้านคาเฟ่น่ารักๆ ที่ทำให้ทุกคนเพลิดเพลินกับการถ่ายภาพ รวมถึงสวนหรงจิ่น (Rongjin Gorgeous Time) แหล่งรวมสถานที่โดนใจวัยรุ่นแห่งใหม่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองไทเปเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติและยังมีกลิ่นอายสไตล์ญี่ปุ่น เดินทางสะดวกสบาย กิน ช้อป จบในที่เดียว
มิสซินดี้ เฉินกล่าวปิดท้ายว่า การท่องเที่ยวไต้หวันได้ร่วมมือกับเคทีซีมาเป็นปีที่ 2 แล้ว และรู้สึกพึงพอใจกับกิจกรรมต่างๆ ที่เคทีซีให้การสนับสนุนด้วยดีทั้งในด้านการประชาสัมพันธ์และสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกบัตรฯ จำนวนนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปไต้หวันก็เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยหวังว่าสิ้นปี 2567 จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปไต้หวันเพิ่มไม่ต่ำกว่านักท่องเที่ยวในช่วงก่อนโควิด
ผู้สนใจสิทธิพิเศษด้านการเดินทางท่องเที่ยวสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC World Travel Service โทรศัพท์ 02 123 5050 ตั้งแต่เวลา 8.00 น. – 22.00 น. หรือทักแชทไลน์ได้ที่ @KTCWORLD สำหรับผู้ที่ต้องการสมัครสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี สามารถคลิกดูรายละเอียดได้ที่ลิงค์ https://ktc.today/apply-card หรือติดต่อศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ