January 29, 2026

“บ้านเลาสูนอก ม.8 ต.ปงดอน อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ต้องการสัญญาณโทรศัพท์ทรู เพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารให้เท่าเทียมกัน และเพื่อการศึกษา ตลอดยามฉุกเฉิน ขอผู้ใหญ่ใจดีช่วยประสานครับ” นี่คือข้อความสั้นๆ ที่เขียนด้วยลายมือบนปฏิทินแผ่นเก่า ที่มีเบื้องหลังเป็นความหวังของคนทั้งหมู่บ้าน

สำหรับทีมงานทรู ข้อความนี้มีค่าและความหมายเกินกว่าจะมองข้าม และนับเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจสำคัญในการนำโครงข่ายสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่เข้าไปสู่พื้นที่ที่คนมองว่าห่างไกล เพื่อมอบ “สัญญาณlสื่อสาร” ที่มีความหมาย และเชื่อมต่อผู้คนในหมู่บ้านแห่งนี้สู่โอกาสที่เท่าเทียม

หมู่บ้านเลาสูนอก ที่ซ่อนตัวอยู่กลางเนินเขา

คนส่วนใหญ่อาจไม่เคยได้ยินชื่อของ “หมู่บ้านเลาสูนอก” เพราะที่นี่เป็นชุมชนเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนดอยสูงท่ามกลางป่าเขาใน อ.แจ้ห่ม จ. ลำปาง แม้จะห่างจากตัวเมืองไม่กี่สิบกิโลเมตร แต่เส้นทางคดเคี้ยวสู่หมู่บ้านเป็นถนนลาดยางสลับลูกรัง ที่ยังคงทิ้งร่องรอยของดินสไลด์ไว้ให้เห็นตลอดทาง การเดินทางมาที่นี่จึงใช้เวลานานหลายชั่วโมง

ด้วยภูมิประเทศที่เป็นเนินเขาสูงโอบล้อมหมู่บ้าน ทำให้ที่นี่เงียบสงบสวยงาม แต่ในขณะเดียวกัน ก็กลายเป็นอุปสรรคสำคัญทางภูมิศาสตร์ที่บังสัญญาณสื่อสารที่ส่งมาจากพื้นที่ไกล้เคียง

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา หมู่บ้านแห่งนี้จึงไม่มีสัญญาณโทรศัพท์เข้าถึง เกือบ 100 ชีวิตของคนทั้งหมู่บ้าน ตั้งแต่เด็กเล็ก เด็กวัยเรียน ผู้ใหญ่ ไปจนถึงผู้สูงวัย ต้องใช้ชีวิตที่ไม่สามารถเชื่อมต่อโลกภายนอกได้ตลอดเวลาเหมือนคนส่วนใหญ่

ชีวิตที่ต้องตามหาสัญญาณ

“เวลาจะสื่อสารกันในหมู่บ้านก็ใช้วิธีตะโกนหรือใช้เสียงตามสาย แต่ถ้าจะโทรติดต่อคนข้างนอกก็ก็ต้องขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป 2 กิโลเมตรถึงจะมีสัญญาณมือถือให้ใช้” สมชัย พงศ์ธัญวลัย ชาวบ้านบ้านเลาสูนอก เริ่มเล่าถึงวิถีชีวิตที่นี่ “ในวันที่ฝนตกหนัก ดินสไลด์ รถใหญ่ผ่านไม่ได้ เราอยากขอความอนุเคราะห์ขอรถไถมาเปิดทาง ก็โทรจากที่บ้านไม่ได้ เวลาเจ็บป่วยก็ติดต่อโรงพยาบาลลำบาก หรือแม้แต่ข่าวสารจากราชการก็ต้องรอคนเข้ามาบอก”

ไม่ใช่แค่เรื่องความเป็นอยู่ แต่เรื่องการประกอบอาชีพและการศึกษาของเด็กๆ ก็ได้รับผลกระทบไปด้วย

“ที่นี่เราปลูกกาแฟขายกันเป็นส่วนใหญ่ เวลาจะติดต่อพ่อค้ามารับซื้อ ต้องรีบออกไปโทรคุย แล้วก็กลับมา แต่พอราคาเปลี่ยนแปลง พ่อค้าก็โทรหาเราไม่ได้ หลายครั้งก็ขายไม่ทัน หรือต้องขายขาดทุน ส่วนเด็กๆ ก็ค้นคว้าหาความรู้ได้เฉพาะตอนไปโรงเรียน ช่วงโควิดที่เรียนออนไลน์ ลูกหลานต้องไปอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านอื่น” สมชัย เล่าถึงความเป็นอยู่

หลังจากลองหาทางกันมาหลายวิธี ชาวบ้านตัดสินใจหยิบปฏิทินแผ่นเก่า พลิกด้านหลังที่ว่างใช้แทนป้ายสีขาวเพื่อเขียนข้อความจากใจ เด็กๆ ในหมู่บ้านช่วยกันถือป้ายแล้วถ่ายรูป เพื่อให้ผู้ใหญ่จากหมู่บ้านข้างเคียงช่วยนำภาพนั้นไปโพสต์และส่งต่อออกไปในโลกโซเชียล

งานท้าทาย ที่ต้องทำให้สำเร็จ

ภาพเด็กๆ พร้อมข้อความจากใจถูกส่งต่อแชร์มาจนถึงผู้บริหารระดับสูงและ ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม ทรู คอร์ปอเรชั่น และจากผู้บริหารสู่ทีมเน็ตเวิร์ก ที่ดูแลโครงข่ายทั่วประเทศ เพื่อเริ่มภารกิจที่เรียกได้ว่าเป็นงานท้าทาย

“พอเข้าไปดูรายละเอียดพื้นที่ ก็รู้เลยว่างานนี้ไม่ง่าย” ธงชัย ขวัญพุฒ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาโครงข่ายและการปฏิบัติงานภาคสนามของ ทรู คอร์ปอเรชั่น เล่าถึงวันที่เขาได้รับโจทย์มา “เรารู้ถึงข้อจำกัดหลายอย่าง แต่ข้อความนั้นก็ทำคิดว่าต้องทำให้ได้ ไม่ใช่เพียงช่วยให้ชาวบ้านสื่อสารกันได้ แต่ผมมองว่า ต่อไปถ้ามีเหตุการณ์ภัยพิบัติ หมู่บ้านแห่งนี้จะไม่รู้ข่าวสาร การแจ้งเตือนจาก Cell Broadcast ที่ทางการแจ้งก็มาไม่ถึง”

หลังจากการสำรวจพื้นที่และรวบรวมข้อมูลแล้ว ทีมงานทรูที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนได้เข้ามาร่วมกันทำงานเร่งด่วน

“หัวใจสำคัญของงานนี้ คือการหาจุดติดตั้งกระจายสัญญาณได้ครอบคลุมทั่วทั้งหมู่บ้าน สำหรับความถี่ต้องเป็นคลื่น 900 เมกะเฮิร์ตที่เป็นย่านความถี่ต่ำที่มีประสิทธิภาพในการกระจายสัญญาณครอบคลุมพื้นที่ ตอบโจทย์ทั้งการโทรและใช้ดาต้า” รุ่งโรจน์ พงศ์ศรีวัฒน์ ทีม RAN Planning & Optimization ภาคเหนือของทรู คอร์ปอเรชั่น เล่าถึงการทำงาน

เมื่อแผนพร้อม ทีมหน้างานก็เข้ามาดำเนินงานการเงื่อนไขหลายอย่างของพื้นที่ เสรี ทรงชัยกุล ทีม Regional Network Rollout and Operation ภาคเหนือ ของทรู คอร์ปอเรชั่น ที่รับผิดชอบในการดูแลติดตั้งโครงข่าย เล่าว่า “ความท้าทายแรกคือ เส้นทางลำบาก การขนส่งอุปกรณ์เข้ามาต้องใช้ทีมงานที่มีความชำนาญเป็นพิเศษ ต่อมาคือ พอพื้นที่ห่างไกลไฟฟ้าจะดับบ่อย เราจึงเพิ่มแบตเตอรี่สำรองเข้าไปด้วย ในกรณีที่ไฟฟ้าดับ ชุมชมก็ยังใช้งานสัญญาณได้ต่อเนื่อง”

“สัญญาณแรก” ที่มีความหมาย

วันที่ 16 มกราคม 2569 สัญญาณแรกของทรูได้ส่งถึงและครอบคลุมทั้งหมู่บ้านเลาสูนอก สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ใช่เพียงเสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นในหมู่บ้าน หรือเสียงปลายสายที่ได้ยินอย่างชัดเจน แต่คือ โอกาสและความเท่าเทียม ที่ความห่างไกลจะไม่ใช่อุปสรรคของการมีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกต่อไป

“ต่อไปนี้ลูกหลานที่ไปเรียนหนังสือ ไปทำงานในเมือง จะได้โทรหาพ่อแม่และติดต่อหาญาติได้ตลอด ไม่ต้องคอยเป็นห่วงกัน เด็กๆ ก็มีอินเทอร์เน็ตไว้ค้นคว้าหาความรู้ ข่าวสารราชการก็จะมาถึงได้ไว การทำมาหากิน ขายกาแฟของชาวบ้านก็ติดต่อพ่อค้าได้สะดวก หรือถ้าเจ็บไข้ได้ป่วยฉุกเฉินก็โทรติดต่อโรงพยาบาลได้ทันที วันนี้ดีใจมากที่ได้บ้านเราได้มีสัญญาณมือถือ ที่จะช่วยให้ชีวิตของคนในหมู่บ้านดีขึ้นจริงๆ” สมชัย กล่าวด้วยรอยยิ้ม

เพราะสัญญาณที่มีความหมาย คือสัญญาณที่เชื่อมต่อชีวิตผู้คน

บรรยากาศในหมู่บ้านเลาสูนอกวันนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เพราะการติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

สำหรับทีมทรูแล้ว ภารกิจครั้งนี้เป็นมากกว่าการขยายโครงข่ายมายังพื้นที่ห่างไกล แต่คือการได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับผู้คน และเป็นการสร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นในสังคมด้วยโครงข่ายสัญญาณที่มุ่งมั่นพัฒนา ซึ่งเป็นคุณค่าและความหมายของการทำงานที่ทุกคนภูมิใจ

“วันนี้พวกเราทีมทรูดีใจมาก ที่ได้นำสัญญาณมือถือมาให้ชาวบ้านบ้านเลาสูนอกได้ใช้งาน เพราะมากกว่าเรื่องการสื่อสารที่สะดวก คือโอกาสที่พวกเขาจะนำไปใช้ในชีวิตได้อย่างเท่าเทียม ซึ่งเป็นความภูมิใจของพวกเราชาวทรูทุกคน” ธงชัย กล่าวทิ้งท้ายในนามของทีมทรู

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ การขับเคลื่อนนโยบาย “หมอไม่ล้า ประชาชนไม่รอ เชื่อมต่อทุกบริการผ่านเทคโนโลยี” ร่วมด้วย นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน (ที่ 4 จากขวา) ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ นายเชษฐา โมสิกรัตน์ (ที่ 3 จากขวา) ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี พร้อมเปิดตัว “หมอพร้อม Super App” แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านสาธารณสุขที่รวบรวมทุกบริการของกระทรวงสาธารณสุขในแอปเดียว ให้คนไทยเข้าถึงข้อมูลสุขภาพ บริการสาธารณสุขและการนัดหมายต่างๆได้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยผ่านสมาร์ทโฟน โดยมี ดร.ธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์ (ที่ 4 จากซ้าย) หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจองค์กร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมงานในฐานะภาคเอกชนที่มีความตั้งใจส่งเสริมสุขภาพของคนไทยให้ดีขึ้นและลดความเสี่ยงการเกิดโรค ซึ่งจะช่วยลดภาระงานของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

 

เพื่อร่วมสร้างแรงจูงใจในการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืนผ่านโครงการ “หมอพร้อมเครดิต-คูปอง-แคมเปญ”
ทรู คอร์ปอเรชั่น สนับสนุนแคมเปญ “หมื่นก้าว เอารางวัล” เปลี่ยนก้าวเดินให้เป็นรางวัลและสิทธิประโยชน์ เดินครบ 10,000 ก้าว รับหมอพร้อมเครดิต 5 คะแนน และรับโบนัสเพิ่มเมื่อเดินติดต่อกันครบ 7 วัน นำคะแนนสะสมมาแลกรับส่วนลดจาก ทรู คอร์ปอเรชั่น มูลค่าสูงสุด 1,500 บาท สำหรับซื้อสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์เสริมต่างๆที่ร่วมรายการ หรือแลกรับส่วนลด 35 บาท สำหรับเติมความสดชื่นด้วยเครื่องดื่มจากทรูคอฟฟี่ทุกรายการ ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด โดยสามารถใช้คูปองส่วนลดได้ที่ร้านทรูช็อปและทรูคอฟฟี่ที่ร่วมรายการ
 
สำหรับขั้นตอนการรับสิทธิประโยชน์ สามารถทำได้ง่ายๆ ใน 3 ขั้นตอน เพียงเข้าเมนู “หมอพร้อมเครดิต” บนแอปฯหมอพร้อม จากนั้นกดเลือกแบนเนอร์กิจกรรม “หมื่นก้าว เอารางวัล” และเข้าสู่เมนู “คูปองของฉัน” เพื่อเลือกรับสิทธิพิเศษตามไลฟ์สไตล์ที่ต้องการ ทั้งนี้ สิทธิพิเศษมีจำนวนจำกัด ผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบเงื่อนไขและรายละเอียดการแลกคูปองและการใช้คูปองได้ใน “หมอพร้อม Super App”

 

 

จากวิกฤตอุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและระบบบริการสาธารณะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต รวมถึงด้านสาธารณสุขในจังหวัดสงขลา  ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าสานต่อภารกิจร่วมฟื้นฟูหาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด มอบเงินจำนวน 2,500,000 บาท (สองล้านห้าแสนบาท)  ให้แก่ โรงพยาบาลหาดใหญ่  เพื่อเสริมความพร้อมของระบบบริการทางการแพทย์หลังเหตุการณ์อุทกภัยในจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่โรงพยาบาลต้องเร่งฟื้นระบบให้กลับมาบริการได้เต็มศักยภาพโดยเร็ว   
 
การสนับสนุนครั้งนี้นำโดย โอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และมีเดีย   ทรู คอร์ปอเรชั่น ซึ่งได้มอบเงินให้แก่ นพ.ไชยสิทธิ์ เทพชาตรี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อใช้ในการฟื้นฟูระบบบริการทางการแพทย์ ครอบคลุมตั้งแต่การรองรับผู้ป่วยฉุกเฉิน การดูแลผู้ป่วยใน ไปจนถึงภารกิจด้านสาธารณสุขที่โรงพยาบาลต้องเร่งกลับมาดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทรูเชื่อมั่นว่า “การฟื้นฟูที่แท้จริงไม่ใช่เพียงการซ่อมแซมสถานที่ แต่คือการทำให้ชีวิตของผู้คนในชุมชนสามารถเดินหน้าต่อไปได้” โดยมีโรงพยาบาลเป็นด่านหน้าสำคัญในการสร้างความมั่นใจด้านการรักษาและความปลอดภัยให้กับประชาชน
 
ในช่วงสถานการณ์ที่ผ่านมา ทรู  ได้ดำเนิน "ภารกิจแห่งหัวใจ" เร่งฟื้นฟูและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยที่หาดใหญ่อย่างครอบคลุม  ทั้งด้านการศึกษา 
คืนอนาคตเด็กไทยที่โรงเรียนบ้านบางแฟ่บและโรงเรียนเครือข่ายรวม 18 แห่ง ผ่านการมอบโน้ตบุ๊ก สื่อดิจิทัล และฟื้นฟูอาคารเพื่อให้การเรียนการสอนดำเนินการต่อได้ทันที ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม นำศักยภาพ AI และ Mobility Data สนับสนุนภาครัฐวิเคราะห์พิกัดกู้ภัยและวางแผนอพยพ พร้อมส่งฝูงโดรนอัจฉริยะ 20 ลำ ขนส่งยาและอาหารในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก  ควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง  พร้อมนำรถชุมสายเคลื่อนที่เร็ว (COW) เสริมสัญญาณในพื้นที่น้ำท่วม ด้านการดูแลลูกค้า ยกเว้นค่าบริการสำหรับลูกค้ามือถือ ทรูออนไลน์ และทรูวิชั่นส์  พร้อมขยายวันใช้งานและขยายเวลาชำระค่าบริการ  มอบซิมทรู–ดีแทค และ WiFi ฟรี ในศูนย์อพยพ รพ.สนาม ทั้งยังระดมช่างทรูออนไลน์จากทั่วประเทศทำภารกิจ “ปิดซอยซ่อม” ลงพื้นที่เปลี่ยนอุปกรณ์โมเด็มถึงบ้านลูกค้าครบ 100% โดยไม่ต้องรอให้ลูกค้าแจ้ง  ตลอดจนส่งต่อกำลังใจผ่านการบริจาคเงินและถุงยังชีพ นอกจากนี้ยังสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์และผู้ทำงานด้านสาธารณสุขด้วยส่วนลดสมาร์ทโฟนและแพ็กเกจราคาพิเศษ  เพื่อเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนให้หาดใหญ่กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง
  
การสนับสนุนโรงพยาบาลหาดใหญ่ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนบทบาทของทรูในการยืนเคียงข้างสังคมไทยในทุกสถานการณ์ #ทรูเพื่อคนไทย พร้อมตอกย้ำความเชื่อว่า “ทุกวิกฤต คนไทยไม่ทิ้งกัน”
 
 
 
กรุงเทพฯ 26 ธันวาคม 2568 – จากวิกฤตอุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและระบบบริการสาธารณะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต รวมถึงด้านสาธารณสุขในจังหวัดสงขลา  ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าสานต่อภารกิจร่วมฟื้นฟูหาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด มอบเงินจำนวน 2,500,000 บาท (สองล้านห้าแสนบาท)  ให้แก่ โรงพยาบาลหาดใหญ่  เพื่อเสริมความพร้อมของระบบบริการทางการแพทย์หลังเหตุการณ์อุทกภัยในจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่โรงพยาบาลต้องเร่งฟื้นระบบให้กลับมาบริการได้เต็มศักยภาพโดยเร็ว   
 
การสนับสนุนครั้งนี้นำโดย โอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และมีเดีย   ทรู คอร์ปอเรชั่น ซึ่งได้มอบเงินให้แก่ นพ.ไชยสิทธิ์ เทพชาตรี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อใช้ในการฟื้นฟูระบบบริการทางการแพทย์ ครอบคลุมตั้งแต่การรองรับผู้ป่วยฉุกเฉิน การดูแลผู้ป่วยใน ไปจนถึงภารกิจด้านสาธารณสุขที่โรงพยาบาลต้องเร่งกลับมาดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทรูเชื่อมั่นว่า “การฟื้นฟูที่แท้จริงไม่ใช่เพียงการซ่อมแซมสถานที่ แต่คือการทำให้ชีวิตของผู้คนในชุมชนสามารถเดินหน้าต่อไปได้” โดยมีโรงพยาบาลเป็นด่านหน้าสำคัญในการสร้างความมั่นใจด้านการรักษาและความปลอดภัยให้กับประชาชน
 
ในช่วงสถานการณ์ที่ผ่านมา ทรู  ได้ดำเนิน "ภารกิจแห่งหัวใจ" เร่งฟื้นฟูและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยที่หาดใหญ่อย่างครอบคลุม  ทั้งด้านการศึกษา 
คืนอนาคตเด็กไทยที่โรงเรียนบ้านบางแฟ่บและโรงเรียนเครือข่ายรวม 18 แห่ง ผ่านการมอบโน้ตบุ๊ก สื่อดิจิทัล และฟื้นฟูอาคารเพื่อให้การเรียนการสอนดำเนินการต่อได้ทันที ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม นำศักยภาพ AI และ Mobility Data สนับสนุนภาครัฐวิเคราะห์พิกัดกู้ภัยและวางแผนอพยพ พร้อมส่งฝูงโดรนอัจฉริยะ 20 ลำ ขนส่งยาและอาหารในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก  ควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง  พร้อมนำรถชุมสายเคลื่อนที่เร็ว (COW) เสริมสัญญาณในพื้นที่น้ำท่วม ด้านการดูแลลูกค้า ยกเว้นค่าบริการสำหรับลูกค้ามือถือ ทรูออนไลน์ และทรูวิชั่นส์  พร้อมขยายวันใช้งานและขยายเวลาชำระค่าบริการ  มอบซิมทรู–ดีแทค และ WiFi ฟรี ในศูนย์อพยพ รพ.สนาม ทั้งยังระดมช่างทรูออนไลน์จากทั่วประเทศทำภารกิจ “ปิดซอยซ่อม” ลงพื้นที่เปลี่ยนอุปกรณ์โมเด็มถึงบ้านลูกค้าครบ 100% โดยไม่ต้องรอให้ลูกค้าแจ้ง  ตลอดจนส่งต่อกำลังใจผ่านการบริจาคเงินและถุงยังชีพ นอกจากนี้ยังสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์และผู้ทำงานด้านสาธารณสุขด้วยส่วนลดสมาร์ทโฟนและแพ็กเกจราคาพิเศษ  เพื่อเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนให้หาดใหญ่กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง
  
การสนับสนุนโรงพยาบาลหาดใหญ่ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนบทบาทของทรูในการยืนเคียงข้างสังคมไทยในทุกสถานการณ์ #ทรูเพื่อคนไทย พร้อมตอกย้ำความเชื่อว่า “ทุกวิกฤต คนไทยไม่ทิ้งกัน”
 
 
 

ทรู คอร์ปอเรชั่น ประสานงานร่วมกับกองทัพไทยและสำนักงาน กสทช. ลงพื้นที่แนวชายแดนใน จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบ เพื่อเร่งซ่อมบำรุงสถานีฐาน เสาสัญญาณ และโครงข่ายไฟเบอร์ให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ โดยเฉพาะจังหวัดศรีสะเกษ สุรินทร์ และสระแก้ว ซึ่งได้รับความเสียหายรุนแรงจากการโจมตีด้วยเครื่องยิงลูกระเบิด BM-21 สู่พื้นที่พลเรือนในชุมชนและบ้านเรือนใกล้แนวชายแดนไทย–กัมพูชา ส่งผลให้ที่อยู่อาศัยและโครงสร้างพื้นฐานของชุมชนได้รับผลกระทบในวงกว้าง ทั้งนี้ ทีมวิศวกรเครือข่ายของทรูได้เข้าดูแลและกู้สัญญาณมือถืออย่างต่อเนื่อง ทั้งก่อนและหลังการเจรจาหยุดยิง พร้อมเร่งฟื้นฟูสัญญาณตามเส้นทางสำคัญ อาทิ บ้านภูมิซรอล และบ้านหนองเม็ก อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นต้น

 

 

ที่ผ่านมา ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างรอบด้าน เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบและอพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวสามารถเข้าถึงการสื่อสารและข้อมูลข่าวสารได้อย่างต่อเนื่อง โดยติดตั้งโทรทัศน์พร้อมบริการทรูวิชั่นส์ นาว (TrueVisions NOW) สำหรับรับชมข่าวและความบันเทิง รวมถึงติดตั้ง Free WiFi จุดชาร์จแบตเตอรี่ และพาวเวอร์แบงค์ พร้อมทั้งมอบซิมการ์ดฟรี และมอบอินเทอร์เน็ตฟรี 10GB นาน วัน เพื่อลดภาระและอำนวยความสะดวกด้านการสื่อสารในช่วงวิกฤต

ขณะเดียวกัน ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ขยายสัญญาณและเครือข่ายอย่างเร่งด่วน ด้วยการเพิ่มรถสถานีฐานเคลื่อนที่เร็ว (Cell-On-Wheel: COW) และติดตั้งเสาสัญญาณเฉพาะกิจ (Temporary Site) เพื่อเสริมสัญญาณ 5G และ 4G ในศูนย์พักพิงและพื้นที่สำคัญ พร้อมขยายระยะเวลาชำระค่าบริการและวันใช้งานสำหรับลูกค้ารายเดือนทุกบริการในพื้นที่ประสบภัย โดยมีศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายอัจฉริยะ (BNIC) ใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์และเฝ้าระวังเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น มุ่งมั่นในการทำงานร่วมกับกองทัพ หน่วยงานภาครัฐ และสำนักงาน กสทช. อย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงการปฏิบัติตามนโยบายการควบคุมสัญญาณตามพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงพื้นที่อื่นๆ เพื่อสนับสนุนทุกภารกิจความมั่นคงของรัฐ และขอส่งกำลังใจให้ประชาชน กองทัพ เจ้าหน้าที่รัฐ และหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่สามารถผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้อย่างปลอดภัย

 

 

 

 

Page 1 of 24
X

Right Click

No right click