

โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหารที่มีความสดใหม่ตลอดเวลาเพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญกับ แกร็บ ประเทศไทย ผู้นำซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดตัวบริการ “GO EXPRESS by GO WHOLESALE” บน แกร็บมาร์ท (GrabMart) ชูจุดเด่นบริการส่งด่วนวัตถุดิบอาหาร ลดต้นทุนสต๊อก ติดอาวุธผู้ประกอบการ ตอบสนองความต้องการเร่งด่วน ยุคตลาดควิกคอมเมิร์ซบูม

นายริคาร์โด้ เบารอตโต้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจ เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ กล่าวว่า โก โฮลเซลล์ เป็นธุรกิจค้าส่งวัตถุดิบอาหารที่มุ่งมั่นในการวางกลยุทธ์ และพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อช่วยผู้ประกอบการร้านอาหาร ธุรกิจจัดเลี้ยง ร้านค้าปลีกขนาดเล็ก โชห่วย ให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันในยุคที่มีความท้าทายเป็นอย่างมาก ด้วยนโยบาย ‘โก ดิจิทัล ฟู้ด อีโคซิสเต็ม (GO Digital Food Ecosystem)’ ระบบนิเวศน์และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสำหรับธุรกิจอาหารของเรา โดยล่าสุดได้ร่วมมือกับ แกร็บ ประเทศไทย เปิดตัวบริการ GO EXPRESS by GO WHOLESALE บน แกร็บมาร์ท (GrabMart) เพื่อต่อยอด “แอปฯ GO WHOLESALE” ให้มีความแข็งแกร่ง ตอบโจทย์ธุรกิจอาหารที่ต้องการความรวดเร็วและความต่อเนื่องของวัตถุดิบ สามารถจัดส่งได้ภายใน 25 นาที
“บริการส่งด่วน GO EXPRESS by GO WHOLESALE เกิดขึ้นเพื่อรองรับการสั่งซื้อเร่งด่วนภายในระยะเวลา 25 นาที เราพยายามทำลายขีดจำกัดด้านเวลา โดยเปลี่ยนสาขาของ โก โฮลเซลล์ ให้เป็นศูนย์กระจายสินค้าอัจฉริยะ ที่พร้อมส่งวัตถุดิบสดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ อาหารทะเล หรือผักผลไม้เกรดพรีเมียม ถึงมือเชฟได้ทันทีที่ของขาดสต็อก” นายริคาร์โด้ กล่าว

สำหรับ “GO EXPRESS by GO WHOLESALE ” มีจุดเด่นที่สำคัญคือ

ด้าน นายจิรกิตต์ กว้างสุขสถิตย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจเดลิเวอรี แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “แกร็บมาร์ท ในฐานะผู้นำด้านบริการสั่งซื้อสินค้าแบบออนดีมานด์จากร้านค้าชั้นนำ ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจบริการที่ได้รับความนิยมและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มสินค้าประเภทของสดครอบคลุมทั้งเนื้อสัตว์ อาหารทะเล รวมถึงผักสดและผลไม้ ถือเป็นหนึ่งในหมวดหมู่สินค้ายอดนิยมบนแกร็บมาร์ท การผนึกกำลังกับ โก โฮลเซลล์ ครั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งให้แก่ผู้ใช้บริการของแกร็บมาร์ทและขยายบริการของเราไปสู่กลุ่มลูกค้า B2B ผ่านบริการจัดส่งคุณภาพของแกร็บมาร์ท ด้วยการการันตีส่งไวใน 25 นาที การร่วมมือกับ โก โฮลเซลล์ จะผสานแพลตฟอร์มของเราเข้ากับแหล่งรวมวัตถุดิบคุณภาพจากทั่วโลก เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการร้านอาหารสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ผ่านบริการจัดส่งคุณภาพของแกร็บมาร์ท ในขณะเดียวกัน ความร่วมมือในครั้งนี้ ยังช่วยต่อยอดให้แกร็บมาร์ท กลายเป็น ‘One Stop Solution’ ที่สามารถนำเสนอสินค้าของสดคุณภาพที่หลากหลายครบคลุมความต้องการของผู้ใช้บริการได้ครบ จบในที่เดียว ตอกย้ำความแข็งแกร่งและความเป็นผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์ของแกร็บมาร์ท”

นายริคาร์โด้ กล่าวเสริมอีกว่า GO EXPRESS by GO WHOLESALE คือการยกระดับธุรกิจค้าส่งวัตถุดิบอาหารสู่ยุค เรียลไทม์ ที่ยุคสมัยนี้ ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องกักตุนสต็อกจำนวนมากอีกต่อไป แต่สามารถสั่งวัตถุดิบสดและแช่แข็งให้ถึงมือภายในหนึ่งชั่วโมง ช่วยลดต้นทุน เพิ่มความยืดหยุ่น และที่สำคัญลด Food Waste ได้อย่างเป็นรูปธรรม”
แกร็บ ประเทศไทย ขานรับนโยบายรัฐบาลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 ชวนพันธมิตรค้าปลีกชั้นนำและผู้ประกอบการรายย่อยตบเท้าร่วมแคมเปญ “GrabMart Easy E-Receipt 2.0” มอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีเมื่อช้อปสินค้าที่ร่วมรายการผ่านบริการแกร็บมาร์ท (GrabMart) โดยผู้ใช้บริการสามารถขอรับใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบผ่านแอปพลิเคชันเพื่อนำมาใช้ลดหย่อนภาษีปี 25681 ตามที่จ่ายจริงได้สูงสุดถึง 30,000 บาท2 พร้อมส่งดีลพิเศษทริปเปิลความคุ้ม “ลดหย่อนง่าย คุ้มได้ 3 ต่อ” มอบส่วนลดสูงสุด 20% ตลอดแคมเปญ ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568
นายจิรกิตต์ กว้างสุขสถิตย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจเดลิเวอรี แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า “ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มเดลิเวอรียอดนิยม แกร็บพร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการ ‘Easy E-Receipt 2.0’ ซึ่งเป็นการขยายผลจากมาตรการเดิมตามมติคณะรัฐมนตรีที่ประกาศเมื่อวันที่ 24 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยเราพร้อมอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการที่ซื้อสินค้าอุปโภคและบริโภคบนแกร็บมาร์ทสามารถขอใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์จากร้านค้าที่ร่วมรายการได้โดยตรง ซึ่งในปีนี้แกร็บได้ยกขบวนสินค้ามากกว่า 1.6 ล้านรายการจากร้านค้าพันธมิตร ไม่ว่าจะเป็น ผู้ประกอบการค้าปลีกและแบรนด์ชั้นนำ นำโดย ท็อปส์, โลตัส, กูร์เมต์ มาร์เก็ต, โฮมโปร, เบทาโกร, บิวเทรียม, บีทูเอส, บู๊ทส์, มัทสึโมโตะ คิโยชิ, มูจิ, มาร์คแอนด์สเปนเซอร์, ออฟฟิศเมท, โอเรียนทอล พริ้นเซส รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยจากทั่วประเทศอีกมากมาย”

พร้อมกันนี้ แกร็บยังเอาใจเหล่านักช้อปด้วยโปรโมชัน “ลดหย่อนง่าย คุ้มได้ 3 ต่อ” โดยผู้ที่ซื้อสินค้าผ่านแกร็บมาร์ท จากร้านค้าที่ร่วมรายการ ระหว่างวันที่ 16 มกราคม - 28 กุมภาพันธ์ 2568 จะได้รับความคุ้มค่าแบบ 3 ต่อ ต่อที่หนึ่ง: รับสิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2568 จากการใช้จ่ายตามจริงสูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท ต่อที่สอง: พิเศษสำหรับผู้ใช้ใหม่ รับส่วนลดทันที 20% เพียงกรอกรหัส EASY20 (สูงสุด 350 บาท เมื่อซื้อสินค้าขั้นต่ำ 800 บาท) และ ต่อสุดท้าย: รับส่วนลดเพิ่มทันที 15% ในการสั่งซื้อครั้งถัดไป เพียงกรอกรหัส EASY15 (สูงสุด 300 บาท เมื่อสั่งซื้อสินค้าขั้นต่ำ 1,000 บาท)
ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านบริการแกร็บมาร์ทพร้อมใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีตามมาตรการ “Easy E-Receipt 2.0” ได้ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568 โดยสามารถติดตามรายละเอียดของแคมเปญฯ ขั้นตอนการขอใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ทาง https://www.grab.com/th/blog/grabmart-easy-e-receipt
แกร็บ ประเทศไทย ขานรับนโยบายรัฐบาลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 ชวนพันธมิตรค้าปลีกชั้นนำและผู้ประกอบการรายย่อยตบเท้าร่วมแคมเปญ “GrabMart Easy E-Receipt 2.0” มอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีเมื่อช้อปสินค้าที่ร่วมรายการผ่านบริการแกร็บมาร์ท (GrabMart) โดยผู้ใช้บริการสามารถขอรับใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบผ่านแอปพลิเคชันเพื่อนำมาใช้ลดหย่อนภาษีปี 25681 ตามที่จ่ายจริงได้สูงสุดถึง 30,000 บาท2 พร้อมส่งดีลพิเศษทริปเปิลความคุ้ม “ลดหย่อนง่าย คุ้มได้ 3 ต่อ” มอบส่วนลดสูงสุด 20% ตลอดแคมเปญ ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568
นายจิรกิตต์ กว้างสุขสถิตย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจเดลิเวอรี แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า “ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มเดลิเวอรียอดนิยม แกร็บพร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการ ‘Easy E-Receipt 2.0’ ซึ่งเป็นการขยายผลจากมาตรการเดิมตามมติคณะรัฐมนตรีที่ประกาศเมื่อวันที่ 24 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยเราพร้อมอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการที่ซื้อสินค้าอุปโภคและบริโภคบนแกร็บมาร์ทสามารถขอใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์จากร้านค้าที่ร่วมรายการได้โดยตรง ซึ่งในปีนี้แกร็บได้ยกขบวนสินค้ามากกว่า 1.6 ล้านรายการจากร้านค้าพันธมิตร ไม่ว่าจะเป็น ผู้ประกอบการค้าปลีกและแบรนด์ชั้นนำ นำโดย ท็อปส์, โลตัส, กูร์เมต์ มาร์เก็ต, โฮมโปร, เบทาโกร, บิวเทรียม, บีทูเอส, บู๊ทส์, มัทสึโมโตะ คิโยชิ, มูจิ, มาร์คแอนด์สเปนเซอร์, ออฟฟิศเมท, โอเรียนทอล พริ้นเซส รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยจากทั่วประเทศอีกมากมาย”

พร้อมกันนี้ แกร็บยังเอาใจเหล่านักช้อปด้วยโปรโมชัน “ลดหย่อนง่าย คุ้มได้ 3 ต่อ” โดยผู้ที่ซื้อสินค้าผ่านแกร็บมาร์ท จากร้านค้าที่ร่วมรายการ ระหว่างวันที่ 16 มกราคม - 28 กุมภาพันธ์ 2568 จะได้รับความคุ้มค่าแบบ 3 ต่อ ต่อที่หนึ่ง: รับสิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2568 จากการใช้จ่ายตามจริงสูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท ต่อที่สอง: พิเศษสำหรับผู้ใช้ใหม่ รับส่วนลดทันที 20% เพียงกรอกรหัส EASY20 (สูงสุด 350 บาท เมื่อซื้อสินค้าขั้นต่ำ 800 บาท) และ ต่อสุดท้าย: รับส่วนลดเพิ่มทันที 15% ในการสั่งซื้อครั้งถัดไป เพียงกรอกรหัส EASY15 (สูงสุด 300 บาท เมื่อสั่งซื้อสินค้าขั้นต่ำ 1,000 บาท)

ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านบริการแกร็บมาร์ทพร้อมใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีตามมาตรการ “Easy E-Receipt 2.0” ได้ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568 โดยสามารถติดตามรายละเอียดของแคมเปญฯ ขั้นตอนการขอใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ทาง https://www.grab.com/th/blog/grabmart-easy-e-receipt
1 อ้างอิงข้อมูลจากทำเนียบรัฐบาล วันที่ 26 ธันวาคม 2567
2 เงื่อนไขการลดหย่อนภาษีเป็นไปตามข้อกำหนดของกรมสรรพากร
แกร็บ ประเทศไทย เดินหน้ารุกตลาดควิกคอมเมิร์ส ประกาศปลดล็อกธุรกิจแกร็บมาร์ทด้วยการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่-ปรับระบบจัดการสินค้าหลังบ้านร่วมกับพันธมิตรค้าปลีกชั้นนำให้ลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าประเภทของสด (เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ผักและผลไม้) ประเภทชั่งน้ำหนักได้ ซึ่งช่วยเพิ่มจำนวนสินค้า (SKU) บนแพลตฟอร์มให้มีความหลากหลาย เล็งขยายจำนวนพาร์ทเนอร์ร้านค้าในกลุ่ม SME และตลาดสดเสริมพอร์ต ลุยส่งแคมเปญใหญ่ “GrabMart ที่สุดเรื่องสด” ตอกย้ำผู้นำตลาดที่มีสินค้าประเภทของสดให้เลือกมากที่สุดและจัดส่งไวที่สุดเพียง 25 นาที พร้อมมอบส่วนลดพิเศษสูงสุดถึง 50%
นายจิรกิตต์ กว้างสุขสถิตย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจเดลิเวอรี แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า “สินค้าประเภทของสด (Fresh Products) ถือเป็นหนึ่งในแคทิกอรีที่ใหญ่ที่สุดในตลาดควิกคอมเมิร์สและสร้างการเติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญให้กับบริการแกร็บมาร์ท ซึ่งครอบคลุมทั้งเนื้อสัตว์ อาหารทะเล รวมถึงผักสดและผลไม้ โดยในไตรมาสแรกที่ผ่านมาสินค้ากลุ่มนี้มีอัตราการเติบโตราว 15%[1] และแกร็บมาร์ทยังคงเป็นแพลตฟอร์มอันดับหนึ่งที่ครองใจผู้บริโภคที่ต้องการซื้่อของสดแบบจัดส่งได้ทันที โดยเฉพาะกลุ่ม Gen X และ Millennials ด้วยจำนวนสินค้าที่มีให้เลือกมากที่สุดจากพันธมิตรค้าปลีกชั้นนำที่มีสาขารวมกันมากกว่า 3,000 สาขาทั่วประเทศ ทั้งยังสามารถจัดส่งได้ภายในเวลาเพียง 25 นาทีเท่านั้น”

ทั้งนี้ ลูกค้าที่เลือกซื้อของสดผ่านแกร็บมาร์ทแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ๆ กลุ่มแรกคือ Meal Makers หรือคนที่ต้องเตรียมมื้ออาหารในทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นแม่บ้านยุคใหม่ที่ต้องทำอาหารสำหรับสมาชิกในครอบครัว หรือกลุ่ม Solo Living ที่อยู่คนเดียวและเน้นทำอาหารง่าย ๆ ด้วยตัวเอง กลุ่มที่สองคือ Healthy Habits สายรักสุขภาพที่ซื้อผักสดและผลไม้ไว้ติดตู้เย็นสำหรับทำสลัดหรือสมูทตี้ และกลุ่มสุดท้ายคือ Seasonal Cravings หรือคนที่ชอบบริโภคสินค้าตามฤดูกาลอย่างผลไม้หน้าร้อน
“แม้ว่าควิกคอมเมิร์สจะตอบโจทย์ในเรื่องการจัดส่งสินค้าที่รวดเร็วทันใจ แต่หนึ่งในข้อจำกัดที่ผู้บริโภคยังพบเจอจากการสั่งซื้อของสดผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรีคือการมีสินค้าให้เลือกไม่มากนัก เนื่องจากข้อจำกัดในเชิงเทคนิค เพื่อแก้ pain point ดังกล่าว ล่าสุดแกร็บจึงได้พัฒนาฟีเจอร์ใหม่ควบคู่ไปกับการปรับระบบจัดการสินค้าหลังบ้านร่วมกับพันธมิตรค้าปลีกชั้นนำอย่างท็อปส์ (Tops) บิ๊กซี (BigC) โลตัส (Lotus's) และกูร์เมต์ มาร์เก็ต (Gourmet Market) เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถสั่งซื้อของสดประเภทชั่งน้ำหนักได้ ทำให้มี SKU เพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นการปลดล็อคทางธุรกิจและตอบโจทย์ผู้บริโภคด้วยตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น นอกจากนี้ เรายังเล็งขยายพันธมิตรร้านค้าในกลุ่ม SME และตลาดสดเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้บริการและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการรายย่อย” นายจิรกิตต์ กล่าวเสริม

และเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดควิกคอมเมิร์สที่มีสินค้าประเภทของสดให้เลือกมากที่สุด แกร็บยังได้ส่งแคมเปญ “GrabMart ที่สุดเรื่องสด” มาเอาใจผู้ใช้บริการด้วยการมอบส่วนลดสูงสุดถึง 50% เมื่อสั่งซื้อสินค้าในหมวดของสดตั้งแต่ 2 ชิ้นขึ้นไป[2] พร้อมค่าส่ง 0 บาท เพียงใส่โค้ด “FREEDELI” ตั้งแต่วันนี้ถึง 28 กรกฎาคมนี้

[1] เปรียบเทียบยอดขายสินค้าประเภทของสดของบริการแกร็บมาร์ทระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคม 2567 และเดือนมกราคม-มีนาคม 2566
[2] เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
แกร็บมาร์ท แอปพลิเคชันสั่งสินค้าควิกคอมเมิร์ซยอดนิยมอันดับหนึ่งในไทย เผย 5 สินค้าที่ผู้ใช้บริการนิยมสั่งซื้อมากที่สุดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมส่งแคมเปญ “GrabMart สงกรานต์สาดโปร” สร้างสีสันในช่วงหน้าร้อน ผนึกกำลังร้านค้าพันธมิตรทั่วประเทศคัดสรรสินค้าคุณภาพเอาใจสายช้อป ทั้งผลไม้ยอดฮิตอย่างทุเรียน มะยงชิด และไอเทมสุดฮอตอย่างปืนฉีดน้ำ เสื้อลายดอก และกางเกงช้าง จัดเต็มส่วนลด-ดีลเด็ดกระตุ้นตลาดตลอดเดือนเมษายน
![]()
นายพนมกร จิระเสถียรพงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “สงกรานต์เป็นหนึ่งในเทศกาลใหญ่ที่คนไทยให้ความสำคัญและส่งผลต่อพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอย เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดยาวที่คนส่วนใหญ่ออกเดินทางเพื่อกลับภูมิลำเนาหรือไปท่องเที่ยวพักผ่อน โดยมักซื้อสินค้าเพื่อใช้ในการสังสรรค์หรือเลี้ยงฉลอง รวมถึงเป็นของฝากสำหรับญาติผู้ใหญ่และคนในครอบครัว ซึ่งรวมถึงการช้อปปิ้งผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดย 5 สินค้าที่คนไทยนิยมสั่งซื้อผ่านแกร็บมาร์ทมากที่สุดในช่วงสงกรานต์2 คือ พวงมาลัย กระเช้าเครื่องดื่มรังนก น้ำอบ-ดินสอพอง กระเช้าผลไม้ และ ผลิตภัณฑ์เครื่องหอมและอโรมา”
![]()
“เทศกาลสงกรานต์ในปีนี้น่าจะกลับมาคึกคักมากกว่าในช่วงสองปีที่ผ่านมา หลังผู้คนออกมาใช้ชีวิตกันตามปกติ รวมถึงการหลั่งไหลของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหลังการเปิดประเทศ และเพื่อร่วมสร้างสีสันให้กับเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ แกร็บมาร์ทได้ร่วมกับพันธมิตรร้านค้าทั่วประเทศส่งแคมเปญ ‘GrabMart สงกรานต์สาดโปร’ โดยพาร์ทเนอร์ร้านค้าที่ร่วมแคมเปญพร้อมใจมอบส่วนลดสูงสุดถึง 20% และพิเศษ! สำหรับผู้ใช้บริการแกร็บมาร์ท
ที่ช้อปครบ 400 บาทขึ้นไป ยังได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 15% (สูงสุดไม่เกิน 100 บาท) เพียงใส่โค้ด SK100 พร้อมสิทธิ์ส่งฟรีทุกออเดอร์สำหรับผู้ใช้บริการ GrabUnlimited ตั้งแต่วันที่ 3 - 30 เมษายนนี้”
นอกจากนี้ แกร็บมาร์ทยังได้เพิ่มสินค้าให้มีความหลากหลายเพื่อต้อนรับหน้าร้อน ทั้งผลไม้หน้าร้อนอย่างทุเรียน มะม่วง มะยงชิด รวมไปถึงไอเทมเด็ดที่ทุกคนมองหาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ไม่ว่าจะเป็น ปืนฉีดน้ำ เสื้อลายดอก แว่นตาและซองกันน้ำ รวมถึงกางเกงช้างซึ่งถือเป็นไอเทมสุดฮอตที่กำลังได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติ