January 30, 2023

ชี้เทรนด์ “อาหารเพื่อสุขภาพ สแน็ก-ของว่างยามบ่าย และแพ็คเกจสมาชิก” มาแรง

แกร็บ ผู้นำซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เผยอินไซต์ผู้ใช้บริการเดลิเวอรีปี 2565 ผ่าน “รายงานเทรนด์ธุรกิจเดลิเวอรีปี 2565” (Delivery Trend Report 2022) โดยได้ศึกษาพฤติกรรมและสำรวจความคิดเห็นผู้ใช้บริการ*ที่มีต่อแพลตฟอร์มเดลิเวอรีกว่าสามหมื่นรายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครอบคลุม 6 ประเทศ อันได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนามและไทย พบยอดการจัดส่งเดลิเวอรีบนแพลตฟอร์มแกร็บทั่วทั้งภูมิภาคโตขึ้นถึง 24% ในปี 2565 โดย 7 ใน 10 ของผู้บริโภคระบุว่าบริการสั่งเดลิเวอรีได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต พร้อมเผยเทรนด์ “อาหารเพื่อสุขภาพ สแน็ก-ของว่างยามบ่าย และแพ็คเกจสมาชิก” กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ชี้ชัดการสมัครแพ็กเกจสมาชิกจะเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อธุรกิจเดลิเวอรีในยุคต่อไป

นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยอุดม ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการพาณิชย์และการตลาด แกร็บ ประเทศไทย เผย “ในฐานะผู้นำด้านแพลตฟอร์มเดลิเวอรี แกร็บ เริ่มจัดทำและเผยแพร่รายงานแนวโน้มการใช้บริการเดลิเวอรีประจำปีมาตั้งแต่ปี 2564 ล่าสุด ในปีนี้เราได้เปิดตัว รายงานเทรนด์ธุรกิจเดลิเวอรีปี 2565 โดยได้

ศึกษาพฤติกรรมพร้อมสำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้บริการกว่าสามหมื่นคนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีต่อแพลตฟอร์มเดลิเวอรี ทั้งยังได้สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญและแหล่งข้อมูลเชิงอุตสาหกรรม ซึ่งพบว่าธุรกิจเดลิเวอรียังคงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน โดย 7 ใน 10 ของผู้บริโภคระบุว่าการใช้บริการเดลิเวอรีได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพวกเขาไปแล้ว”

“ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2565 ยอดการจัดส่งเดลิเวอรีผ่านแพลตฟอร์มแกร็บเติบโตขึ้น 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่มูลค่าการใช้จ่ายต่อออเดอร์ (Basket size) ของการสั่งสินค้าหรืออาหารผ่านบริการแกร็บฟู้ดและแกร็บมาร์ทในปี 2565 เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยถึง 17% เมื่อเทียบกับปี 2562 ทั้งนี้ สำหรับในประเทศไทย 3 เหตุผลหลักที่คนไทยเลือกใช้บริการจัดส่งอาหารเดลิเวอรี คือ ความสะดวกสบายในการใช้บริการ การจัดส่งที่รวดเร็วและตอบโจทย์ความต้องการแบบออนดีมานด์ และเป็นตัวช่วยให้พวกเขาสามารถสังสรรค์กับเพื่อนและครอบครัวได้ง่ายขึ้น”

รายงานดังกล่าวยังตอกย้ำว่าแพลตฟอร์มดิจิทัลได้กลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้คน โดยผู้บริโภค 9 ใน 10 คนระบุว่าชื่นชอบแบรนด์ที่สามารถมอบประสบการณ์ทั้งรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ และมองว่าปัจจุบันแอปพลิเคชันเดลิเวอรีไม่ได้ทำหน้าที่เพียงจัดส่งอาหารหรือของใช้เท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผู้ใช้บริการได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ โดย 88% ของผู้ใช้บริการรู้จักร้านใหม่ๆ ผ่านการใช้แอปพลิเคชันเดลิเวอรี และกว่า 90% ของผู้ใช้บริการเปิดใจสั่งสินค้าจากร้านที่ไม่เคยรู้จักอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ด้านผู้ประกอบการหรือเจ้าของร้านลงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า แพลตฟอร์มเดลิเวอรีเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น โดย 9 ใน 10 รายของผู้ประกอบการในไทยกล่าวว่า แพลตฟอร์มเดลิเวอรีเป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยให้ธุรกิจอยู่รอด ขณะที่ 73% ของผู้ประกอบการในภูมิภาคระบุว่ายอดขายออนไลน์ส่วนใหญ่มาจากบริการแกร็บฟู้ด

นอกจากนี้ แกร็บยังได้เผยอินไซต์ของผู้ใช้บริการแกร็บฟู้ดและแกร็บมาร์ทที่สะท้อน 3 เทรนด์ที่น่าจับตามองในปีหน้า อันได้แก่

· เทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพได้รับความนิยมมากขึ้น: อาหารเพื่อสุขภาพ รวมถึงอาหารประเภทแพลนท์เบส (plant-based) ไม่ได้ถูกจำกัดความนิยมอยู่แค่ผู้บริโภคเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป 74% ของคนไทยระบุว่าในทุก 2-3 วันจะมีการสั่งอาหารเพื่อสุขภาพอย่างน้อย 1 ครั้ง ขณะที่ 2 ใน 5 ของผู้บริโภคเคยลองรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบหลักจากพืชหรือแพลนท์เบสในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา

· สแน็กและของว่างยามบ่ายมียอดขายเพิ่มสูงขึ้น: จากรายงานพบว่าคนไทย 2 ใน 5 ทานอาหารว่างหรือขนมขบเคี้ยวอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง และด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่

เริ่มคลี่คลายลง ทำให้ผู้คนกลับมาทำงานที่ออฟฟิศมากขึ้น การรับประทานอาหารว่างหรือสแน็กระหว่างวันจึงกลายเป็นกิจกรรมกลุ่มที่เพิ่มสีสันให้กับผู้บริโภค โดย 64% ของผู้บริโภคระบุว่าพวกเขาสั่งอาหารว่างสำหรับทานมากกว่าหนึ่งคนขึั้นไป

· แพ็กเกจสมาชิกสำหรับผู้ใช้บริการเดลิเวอรีกำลังมาแรง: 1 ใน 3 ของผู้ใช้บริการเดลิเวอรีในปัจจุบันมีการสมัครใช้แพ็กเกจสมาชิก (Subscription) อย่างน้อย 1 แพ็กเกจเพื่อรับส่วนลดและสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่ามากกว่า นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ใช้บริการที่ใช้แพ็กเกจสมาชิกมีอัตราการสั่งอาหารหรือสินค้าผ่านเดลิเวอรีบ่อยขึ้นถึง 44% เมื่อเทียบกับผู้ใช้บริการทั่วไป

รู้หรือไม่?

· 5 เมนูขายดีประจำปีบนแกร็บฟู้ด คือ 1) ไก่ทอด 2) กาแฟ 3) ส้มตำ 4) ข้าวซอย และ 5) ชาเขียวเย็น

· กาแฟคือเครื่องดื่มยอดนิยม: คนไทยนิยมดื่มกาแฟมากกว่าเครื่องดื่มชนิดอื่นๆ ทุกๆ 1 นาทีจะมีผู้ใช้บริการสั่งกาแฟผ่านแกร็บฟู้ดถึง 15 แก้ว หรือมากกว่า 7.8 ล้านแก้วตลอดทั้งปีเลยทีเดียว!

· 5 สินค้าขายดีบนแกร็บมาร์ท คือ 1) น้ำมันประกอบอาหาร 2) น้ำดื่ม 3) น้ำอัดลม 4) น้ำตาล และ 5) นม

· ATK กลายเป็นไอเทมมาแรง: ทุกๆ 1 นาทีมีคนซื้อชุดตรวจโควิด 1 ชุดผ่านแกร็บมาร์ท หรือมากกว่า 525,000 ชุุดตลอดทั้งปี

· สินค้าขายดีช่วงปีใหม่ หนีไม่พ้น น้ำอัดลม พิซซ่า ไก่ทอด รวมถึงมันฝรั่งทอดกรอบ

ดาวน์โหลด “รายงานเทรนด์ธุรกิจเดลิเวอรีปี 2565” ได้ที่ https://www.grab.com/th/en/merchant/food-and-grocery-trends-report-2022/

GRAB รุกตลาด “ใช้ก่อน จ่ายทีหลัง” เอาใจผู้ใช้บริการเรียกรถ-เดลิเวอรี

แกร็บ หนึ่งในซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เดินหน้าขยายบริการด้านการเงินดิจิทัล เปิดตัว “PayLater by Grab (ใช้ก่อน จ่ายทีหลัง)” ในประเทศไทย รุกตลาดด้วยบริการจ่ายบิลเดือนถัดไปสำหรับทุกบริการบนแกร็บ ชูจุดขาย “ใช้แกร็บก่อน ค่อยจ่ายเดือนถัดไป” เพิ่มทางเลือกให้ผู้ใช้บริการสามารถใช้จ่ายได้สะดวกตามใจ ครอบคลุมทั้งบริการการเดินทาง บริการสั่งอาหาร ซื้อสินค้าและจัดส่งพัสดุ พร้อมมอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เล็งพัฒนาบริการและขยายโอกาสทางธุรกิจเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคให้ครบวงจรยิ่งขึ้น

นายวรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “ความนิยมในการซื้อสินค้าและบริการผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการพัฒนาบริการด้านการเงินดิจิทัลรูปแบบใหม่ๆ เพื่อตอบความต้องการของผู้บริโภค จากรายงาน e-Conomy SEA 2022 ระบุว่า ปัจจุบันบริการชำระเงินออนไลน์ (Digital Payment) ในประเทศไทยในปี 2022 มีมูลค่าราว 1.13 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ และคาดว่าจะเติบโตขึ้น 12% ในปี 2025 โดยหนึ่งในบริการที่ได้รับความนิยมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คือบริการใช้ก่อนจ่ายทีหลัง (Buy Now, Pay Later) ซึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคให้สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้สะดวกยิ่งขึ้นอีกด้วย”

แกร็บ ประเทศไทย ได้เปิดตัวบริการด้านการชำระเงินออนไลน์มาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อมุ่งหวังให้ผู้ใช้บริการสามารถใช้จ่ายและรับชำระเงินบนแพลตฟอร์มของแกร็บได้อย่างไร้รอยต่อ โดยปัจจุบันเกือบสองในสามของผู้ใช้บริการแกร็บเลือกใช้วิธีการจ่ายเงินแบบไม่ใช้เงินสด (Cashless Payment) ไม่ว่าจะจ่ายผ่านแกร็บเพย์วอลเล็ตหรือผ่านบัตรเดบิต-เครดิต ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้ใช้บริการ เราจึงได้เปิดตัว ‘PayLater by Grab (ใช้ก่อน จ่ายทีหลัง)’ โดยเริ่มจากการนำเสนอบริการแบบรวมยอดจ่ายทีเดียวในเดือนถัดไป (Post-Paid) ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้บริการใช้บริการต่างๆ บนแอปพลิเคชันแกร็บ และชำระเงินเป็นยอดเดียวได้ในแต่ละเดือน

 

จุดเด่นบริการ PayLater by Grab แบบรวมยอดจ่ายทีเดียวในเดือนถัดไป ประกอบไปด้วย

· ใช้จ่ายได้ตามใจ (Flexible): เพิ่มอิสระและความยืดหยุ่นด้านการเงิน ด้วยการรวมยอดการใช้บริการบนแกร็บเป็นรายเดือน ให้ผู้ใช้บริการชำระเงินได้ครั้งเดียวในเดือนถัดไป โดยผู้ใช้บริการสามารถเลือกชำระบิลล่วงหน้า หรือเลือกชำระบิลอัตโนมัติเมื่อครบกำหนดในเดือนถัดไป รวมถึงมีตัวช่วยในการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย เช่น การสรุปรวมค่าใช้จ่าย วงเงินคงเหลือ และวันกำหนดชำระบิล ซึ่งสามารถตรวจสอบได้บนแอปพลิเคชัน

· สะดวก ไร้รอยต่อ (Seamless): สามารถเลือกชำระเงินผ่าน PayLater by Grab ได้ง่าย เพียงเลือกวิธีการชำระเงิน ก่อนยืนยันการใช้บริการแกร็บ ทั้งบริการการเดินทาง บริการสั่งอาหาร ซื้อสินค้าและจัดส่งพัสดุ โดยผู้ใช้บริการที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดจะสามารถสมัครผ่านแอปพลิเคชันแกร็บ โดยระบบจะกำหนดวงเงินที่เหมาะสมแก่ผู้ใช้บริการแต่ละราย โดยอ้างอิงจากประวัติการใช้จ่ายที่ผ่านมาบนแพลตฟอร์มของแกร็บ

· สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม (Extra Benefits): ทุกการใช้จ่ายผ่าน PayLater by Grab ผู้ใช้บริการจะได้รับคะแนน GrabRewards สูงสุด 2 คะแนนต่อการใช้จ่าย 16 บาท บน Grab และสำหรับผู้ใช้ PayLater by Grab ครั้งแรก รับส่วนลดสูงสุด 100 บาท* เพียงใส่รหัส NEWPAYLATER ใช้ได้ถึง 31 ธ.ค. 2565

การเปิดตัวบริการ PayLater by Grab เป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของแกร็บในการตอบสนองพฤติกรรมของผู้บริโภคผ่านการเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้กับผู้ใช้บริการ โดยเราจะเดินหน้าพัฒนาบริการดังกล่าวให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการด้านการชำระเงินในยุคดิจิทัลที่หลากหลายยิ่งขึ้นของทั้งผู้ใช้บริการและพาร์ทเนอร์ต่อไป” นายวรฉัตร กล่าวปิดท้าย

 

 

แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป กลุ่มธุรกิจด้านการเงินของ แกร็บ ผู้นำด้านซูเปอร์แอปในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เผยยอดสินเชื่อเพื่อพาร์ทเนอร์ร้านอาหารในประเทศไทยในช่วง 4 เดือนแรก (มกราคม - เมษายน 2565) เติบโตขึ้นถึง  3 เท่าจากปีก่อนหน้า สอดรับกับการเติบโตของจำนวนของพาร์ทเนอร์ร้านอาหารบนแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี และความต้องการสินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อเสริมสภาพคล่องท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย พร้อมเดินหน้าให้บริการสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการร้านอาหารอย่างต่อเนื่องโดยชูจุดขาย “สมัครง่าย - อนุมัติไว - ผ่อนสบายรายวัน” 

 

แกร็บ ตอกย้ำความเป็นผู้นำซูเปอร์แอป เดินหน้ารุกตลาด B2B (Business-to-business) ส่ง “GrabForBusiness” โซลูชันที่ช่วยบริหารจัดการทุกบริการของแกร็บสำหรับลูกค้าองค์กร

 

แกร็บ ประเทศไทย เดินหน้าโครงการ GrabAcademy (หรือ Grab ให้ความรู้) ประกาศพลิกโฉมคอร์สอบรมออนไลน์สำหรับพาร์ทเนอร์ร้านอาหาร คว้า 6 กูรูตัวจริงเรื่องธุรกิจและการเงินมาร่วมถ่ายทอดเคล็ดลับและประสบการณ์จริงผ่านหลักสูตร “GrabAcademy ร้านเล็กเก่งไวใน 5 นาที” ที่รวบรวม 11 คอร์สสุดปัง ครอบคลุม 3 ประเด็นหลัก คือ การบริหารจัดการร้านอาหารและธุรกิจเดลิเวอรี การทำการตลาด-โปรโมชัน และการบริหารจัดการด้านการเงิน นำเสนอในรูปแบบ Edutainment ผ่านคลิปวิดีโอความยาว 5 นาทีบนแอปพลิเคชันสำหรับพาร์ทเนอร์

Page 1 of 2
X

Right Click

No right click