January 22, 2026

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) รายงานผลประกอบการสำหรับปี 2568 มีกำไรสุทธิจำนวน 31.74 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.9% จากปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากกำไรพิเศษที่เกิดจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนใน บมจ. ติดล้อ โฮลดิ้งส์ (TIDLOR) การเพิ่มขึ้นของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจากการบริหารจัดการสภาพคล่องและต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ

ท่ามกลางความท้าทายของสภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างรอบด้าน ในปี 2568 กรุงศรีดำเนินกลยุทธ์การเติบโตอย่างมีคุณภาพเพื่อรักษาคุณภาพของสินทรัพย์ ส่งผลให้เงินให้สินเชื่อ เติบโต 1.7% จากปี 2567 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ที่ 2.7% นอกจากนี้ การขยายตัวของสินเชื่อยังเกิดจากการรวมพอร์ตสินเชื่อของ TIDLOR ขณะที่อุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอ และความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจที่ลดลง ส่งผลให้สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและสินเชื่อรายย่อยหดตัวลง

สรุปผลประกอบการและฐานะการเงินที่สำคัญสำหรับปี 2568

  • กำไรสุทธิในปี 2568 จำนวน 31,739 ล้านบาท เพิ่มขึ้น9% หรือ 2,039 ล้านบาท จากปี 2567 โดยมีปัจจัยหลักมาจากกำไรพิเศษที่เกิดจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนใน บมจ. ติดล้อ โฮลดิ้งส์ (TIDLOR) การเพิ่มขึ้นของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจากการบริหารจัดการสภาพคล่องและต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการรวมพอร์ตสินเชื่อของ TIDLOR ใน
    ครึ่งหลังของปี
  • เงินให้สินเชื่อรวม เพิ่มขึ้น 7% หรือจำนวน 32,779 ล้านบาท จากสิ้นเดือนธันวาคม 2567 โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากสินเชื่อเพื่อรายย่อยที่ได้รับจากการรวมงบการเงิน (Consolidation) ของ TIDLOR กอปรกับการเติบโตของเงินให้สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่สินเชื่อขนาดกลางและขนาดย่อมปรับลดลง
  • เงินรับฝาก ลดลง 8% หรือจำนวน 86,901 ล้านบาท จากสิ้นเดือนธันวาคม 2567 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของเงินรับฝากประจำ สะท้อนถึงการบริหารจัดการสภาพคล่องและต้นทุนทางการเงินเชิงรุก ท่ามกลางสภาวะที่เงินให้สินเชื่อเติบโตต่ำ
  • ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) เพิ่มขึ้นมาที่ 35% จาก 4.28% ในปีก่อนหน้า เป็นผลจากการบริหารต้นทุนทางการเงินเชิงรุกของธนาคารอย่างต่อเนื่อง ผนวกกับการรวมพอร์ตสินเชื่อที่มีอัตราผลตอบแทนสูงจาก TIDLOR ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 แม้ว่าความต้องการสินเชื่อโดยรวมจะอ่อนตัวลง
  • รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย เพิ่มขึ้น 1% หรือ 6,402 ล้านบาท จากปี 2567 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ กำไรพิเศษจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนใน TIDLOR กำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน และหนี้สูญรับคืน
  • อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ อยู่ที่ 0%
  • อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) อยู่ที่26% เทียบกับ 3.23% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2567 ขณะที่สัดส่วนการตั้งสำรองต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ 227 เบสิสพอยท์ สะท้อนการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบระมัดระวัง ส่งผลให้อัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ที่ 126.9%
  • อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (ของธนาคาร) อยู่ที่ 69% เทียบกับ 19.38%
    ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2567

นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างรอบด้าน กรุงศรียังคงมุ่งมั่นดำเนินการตามกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับปีนี้ โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการสินทรัพย์และต้นทุนทางการเงินอย่างรัดกุมต่อเนื่อง เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการบริหารความเสี่ยงที่รอบคอบระมัดระวัง นอกจากนี้ ธนาคารยังเดินหน้าให้ความช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างไม่เต็มศักยภาพ” 

นายเคนอิจิให้ความเห็นเรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจว่า “คาดว่าเศรษฐกิจในปี 2569 จะเติบโตประมาณ 1.8% ซึ่งต่ำกว่าศักยภาพ และลดลงจาก 2.1% ในปีก่อนหน้า สะท้อนถึงปัจจัยความท้าทายทั้งในเชิงวัฏจักรและเชิงโครงสร้าง การบริโภคมีแนวโน้มชะลอลงจากการเติบโตของรายได้ที่อ่อนแอ ขณะที่การส่งออกยังเผชิญแรงกดดันจากมาตรการเก็บภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ และการแข็งค่าของเงินบาท อย่างไรก็ตาม ภาคท่องเที่ยวและการลงทุนภาคเอกชนจะยังคงเป็นแรงช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จากการคาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 35.5 ล้านคน และแรงสนับสนุนจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) โดยรวมแล้ว เศรษฐกิจไทยยังคงชะลอตัว โดยถูกจำกัดจากมาตรการกีดกันทางการค้าและการใช้จ่ายในประเทศที่ไม่แข็งแรง”

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 กรุงศรี ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับห้าในระบบเศรษฐกิจไทยจากมูลค่าสินทรัพย์ สินเชื่อและเงินรับฝาก และเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ (D-SIB) มีสินเชื่อรวม 1.93 ล้านล้านบาท เงินรับฝาก 1.74 ล้านล้านบาท และสินทรัพย์รวม 2.65 ล้านล้านบาท ขณะที่เงินกองทุนของธนาคารอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 336.60 พันล้านบาท หรือเทียบเท่า 20.69% ของสินทรัพย์เสี่ยง โดยเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของคิดเป็น 16.41%

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.00-31.60 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 31.37 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 31.21-31.54 บาท/ดอลลาร์ เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญ แม้ในช่วงแรกดอลลาร์ย่อลงหลังประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)เผชิญการสอบสวนทางอาญาซึ่งทำให้ตลาดตั้งคำถามเรื่องความเป็นอิสระของเฟดในการดำเนินนโยบายดอกเบี้ย ตอกย้ำสัญญาณจากประธานาธิบดีทรัมป์ว่าต้องการควบคุมเฟดมากขึ้นในอนาคต อีกทั้งรัฐบาลทรัมป์อาจกังวลกับแนวคิดที่ว่าพาวเวลซึ่งจะหมดวาระในฐานะประธานเฟดในเดือนพฤษภาคมนี้ อาจยังคงอยู่เพื่อดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการผู้ว่าการ(Board of Governors) ซึ่งวาระจะสิ้นสุดลงในปี 2571 และจะทำให้ทรัมป์พลาดโอกาสแต่งตั้งหนึ่งตำแหน่งในคณะกรรมการ อย่างไรก็ตาม เงินดอลลาร์ฟื้นตัวขึ้นหลังข้อมูลเศรษฐกิจส่วนใหญ่สนับสนุนมุมมองที่ว่าเฟดจะตรึงอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ ทางด้านเงินเยนแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 1 ปีครึ่งท่ามกลางกระแสข่าวยุบสภาในญี่ปุ่น ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นและพันธบัตรไทย 7,577 ล้านบาท และ 823 ล้านบาท ตามลำดับ

สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า คำขู่สงครามการค้าระหว่างยุโรปกับสหรัฐฯปะทุขึ้นรอบใหม่จากกรณีกรีนแลนด์ นอกจากนี้ คาดว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ)จะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 0.75% ในวันที่ 23 มกราคม การยกระดับแทรกแซงด้วยวาจาเพิ่มความเป็นไปได้ที่ทางการจะกลับเข้าตลาดเพื่อพยุงค่าเงินเยนก่อนการเลือกตั้งซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ อย่างไรก็ดี บริบทแวดล้อมในปัจจุบันถือว่าท้าทายมากสำหรับความพยายามพลิกกระแสขายเงินเยน ขณะที่ผู้ร่วมตลาดยังคงวิตกเรื่องความเสี่ยงด้านการคลังที่เกี่ยวข้องกับนโยบายของนายกรัฐมนตรีทาคาอิจิประกอบกับการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระยะสั้นนี้ อนึ่ง ฉากทัศน์หนึ่งที่อาจกระตุ้นให้ผู้เล่นซื้อคืนเงินเยน คือ กรณีผลการเลือกตั้งไม่สามารถเสริมความแข็งแกร่งให้กับพรรค LDP ได้

กระทรวงการคลังได้ปรับแก้กฎเกณฑ์เพื่อให้อำนาจธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำกับดูแลการซื้อขายทองคำออนไลน์ ขณะที่ผู้ว่าการธปท.ระบุว่าต้องการเห็นค่าเงินบาทอ่อนลงสอดคล้องกับพื้นฐาน อีกทั้งยังมีช่องว่างในการลดดอกเบี้ย แม้นโยบายการเงินจะมีข้อจำกัดในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ได้แก่ ผลิตภาพต่ำ ความเหลื่อมล้ำสูง และหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง โดยศักยภาพการเติบโตของไทยลดลงเหลือ 2.7% จากกว่า 3%

 

มูลนิธิกรุงศรี โดย นายพูนสิทธิ์ ว่องธวัชชัย (กลาง) ผู้ช่วยเลขานุการมูลนิธิกรุงศรี และ กรุงศรี ออโต้ โดย นางสาวสิริพร ศุภรัชตการ (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้บริหารฝ่ายสื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ ธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ร่วมส่งมอบผ้าห่มจำนวน 500 ผืน แก่นายวสันต์ วชิราชัย (ที่ 2 จากขวา) ผู้จัดการฝ่ายกราฟิก สำนักโทรทัศน์และวิทยุ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เพื่อสนับสนุนโครงการ “สถานีประชาชนสัญจร เพื่อน้องที่ห่างไกล” ณ โรงเรียนบ้านนาบง อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน โดยมีกลุ่มอาสาสมัครกรุงศรี ออโต้ ร่วมลงพื้นที่ จ.น่าน เพื่อมอบผ้าห่มและน้ำดื่มให้แก่เด็กนักเรียนรวมถึงประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยหนาวอย่างใกล้ชิด

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) ประกาศแต่งตั้งนางสาวดวงดาว วงค์พนิตกฤต ดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มสนับสนุนธุรกิจด้านการเงินและกลยุทธ์ และแต่งตั้งนายฮิโรชิ คุริฮาระ ดำรงตำแหน่งประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจองค์กรและประธานโครงการปฏิรูปองค์กร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569

นางสาวดวงดาว วงค์พนิตกฤต เป็นหนึ่งผู้นำคนสำคัญของกรุงศรีที่ทุ่มเททำงานในการขับเคลื่อนกรุงศรีให้เติบโตแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ด้วยความรู้ ความเข้าใจและความชำนาญที่ครอบคลุมถึงการวิเคราะห์ การวางแผน การบริหารจัดการตลอดจนความเป็นมืออาชีพและประสบการณ์การทำงานนานกว่า 35 ปี กับสถาบันการเงินชั้นแนวหน้าของไทยและองค์กรชั้นนำระดับโลก ตลอดระยะเวลากว่า 18 ปี นางสาวดวงดาวเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืนของกรุงศรีให้สามารถก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบของไทย และการขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศในฐานะสถาบันการเงินชั้นนำของไทยและภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ ด้วยวิสัยทัศน์ความเป็นผู้นำและความเชี่ยวชาญในธุรกิจ ทำให้นางสาวดวงดาวได้รับรางวัล Asia’s Best CFO (Investor Relations) ต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 10 ปี และยังเป็นผู้บริหารระดับสูงของกรุงศรีที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง Executive Officer ของ MUFG ซึ่งสะท้อนถึงการยอมรับและชื่นชมในความรู้ความสามารถของนางสาวดวงดาวอย่างแท้จริง 

นางสาวดวงดาวเป็นผู้บริหารระดับสูงคนแรกที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงประธานกลุ่มสนับสนุนธุรกิจด้านการเงินและกลยุทธ์ ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญทั้งในด้านการร่วมพัฒนาแผนยุทธศาสตร์และทิศทางการดำเนินธุรกิจของกรุงศรีกรุ๊ป ควบคู่ไปกับการพัฒนากลยุทธ์ด้านการเงิน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขยายศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจ พร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

ด้านการศึกษา นางสาวดวงดาวจบการศึกษาระดับปริญญาโทบริหารธุุรกิจ ด้านบัญชีการเงิน จุุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาตรีบริหารธุุรกิจ ด้านการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

สำหรับนายฮิโรชิ คุริฮาระ มีประสบการณ์ทำงานมานานกว่า 26 ปีในธุรกิจการธนาคารและภาครัฐทั้งในประเทศญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และเนเธอร์แลนด์ โดยมีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในด้านการบริหารธุรกิจสาขา ลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ และการวางแผนธุรกิจองค์กร ก่อนที่จะมาร่วมงานกับกรุงศรี นายคุริฮาระเคยดำรงตำแหน่ง Managing Director, Head of Japanese Corporate Banking Division for EMEA., MUFG Bank (Europe) N.V. ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นายคุริฮาระได้เข้ารับตำแหน่งรองประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจองค์กร และประธานโครงการปฏิรูปองค์กร

ในฐานะประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจองค์กรและประธานโครงการปฏิรูปองค์กร นายฮิโรชิจะได้นำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ พร้อมด้วยวิสัยทัศน์ มุมมองในระดับสากล มาวางแผนและบริหารเป้าหมาย รวมทั้งกำหนดแผนปฏิบัติการของแผนธุรกิจระดับองค์กรและแผนธุรกิจทั้งระยะกลาง (MTBP) และระยะยาวให้กับกรุงศรีกรุ๊ป พร้อมทั้งพัฒนาและต่อยอดการปฏิรูปองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม โดยจะผสานความร่วมมือและศักยภาพอันโดดเด่นระหว่างกรุงศรีและ MUFG

นายคุริฮาระ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านรัฐศาสตร์จาก Waseda University ประเทศญี่ปุ่น และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจจาก Massachusetts Institute of Technology (MIT) ประเทศสหรัฐอเมริกา

นางสาวดวงดาว วงค์พนิตกฤต (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และนายสมศักดิ์ บุญคำ (ที่ 2 จากขวา) นายกสมาคมธุรกิจเพื่อสังคมแห่งประเทศไทย

Page 1 of 50
X

Right Click

No right click