

(8 มกราคม 2569) สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โปรดให้ นางรติรส จุลชาต เป็นผู้แทนพระองค์เปิดงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2569 (Thailand Inventors’ Day 2026) และมอบเกียรติบัตรรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569 ซึ่งจัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประเภท รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับประกาศเกียรติคุณ (สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์) จากผลงานระบบบริหารจัดการสื่อสัญญาณ และโครงข่ายใยแก้วนำแสง (Transmission and Fiber Optic Network (TFON) Management System) โดย นายสรรเสริญ ขันทอง Project Leader และคณะประกอบด้วย นายอนันตพล ภูไทย นายพงศธร โพบุตร นายสำรวญ ช่วยสกุล นายฐิตินันท์ ภูมิระวิ ว่าที่ร้อยตรี ไพล ตะโสรัจน์ นางสาวพัชราภรณ์ มณีขำ และผลงานที่ได้รับประกาศนียบัตร รางวัลผลงานคุณภาพ NRCT Quality Achievement Award เรื่องระบบบริหารจัดการสัญญาณไฟแจ้งเตือนทางอากาศ (Obstruction Lighting Management Systems) โดย นายไตรสิทธิ์ สุทธเตมีย์ และคณะ โดยมี นายวรวิทย์ รอดอนันต์ ผู้จัดการฝ่ายนวัตกรรมองค์กร NT ร่วมแสดงความยินดี ณ Event Hall 100-104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร

ระบบบริหารจัดการสื่อสัญญาณ และโครงข่ายใยแก้วนำแสง (Transmission and Fiber Optic Network (TFON) Management System) คือเครื่องมือบริหารจัดการโครงข่ายหลักแบบครบวงจร สำหรับการบริหารจัดการโครงข่าย DWDM ทั่วประเทศ ของ NT วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบต้นแบบดิจิทัลเพื่อรวมศูนย์ข้อมูลและวิเคราะห์คุณภาพสัญญาณอย่างอัตโนมัติและแสดงผลแบบใกล้เคียงเรียลไทม์ ประโยชน์เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการดำเนินงานยกระดับองค์กรในการขับเคลื่อน Digital Transformation สู่การรายงาน Dashboard Real-time สามารถวิเคราะห์และสามารถวางแผนการทำงานได้อย่างแม่นยำมากขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุนให้กับองค์กร ช่วยให้ข้อมูลถูกเชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ สามารถบริหารจัดการและแก้ปัญหาได้ทันที นำไปสู่การตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพขึ้น ส่งผลถึงการเพิ่มความมั่นคงของโครงข่ายโทรคมนาคมระดับประเทศ

ทั้งสองโครงการดังกล่าว เป็นโครงการที่ได้รับทุนอุดหนุนงานวิจัยและนวัตกรรม จาก คณะกรรมการบริหารงานวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมจากภายใน NT เพื่อยกระดับการบริหารจัดการองค์กร รองรับการสร้างและพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ตอบสนองต่อนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)
ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัลเชิดชูเกียรติ ให้กับมหาวิทยาลัยที่มีผลงานโดดเด่นในโครงการ "ECOLIFE in U" ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และบริษัท คิดคิด จำกัด กิจการเพื่อสังคม ภายใต้การดำเนินกิจการโดย ท็อป พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร และ นุ่น ศิรพันธ์ วัฒนจินดา เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ณ อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า “โครงการ "ECOLIFE in U" นับเป็นก้าวสำคัญของกระทรวง อว. ในการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาให้มีคุณภาพอย่างยั่งยืน (Sustainable University) และมุ่งสู่เป้าหมาย “ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Carbon Neutrality) โดยมุ่งเน้นการสร้างการรับรู้และปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับนิสิต นักศึกษา และบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษา โดย "U" หมายถึงทั้งนิสิต นักศึกษา (You) และมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ (University) ซึ่งเริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่ปี 2567”
"ตลอดระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา การดำเนินกิจกรรมนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงความตระหนักและความสำคัญที่สถาบันอุดมศึกษามีต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน โดยมีผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม เช่น ปริมาณขยะ การใช้ไฟฟ้าและน้ำที่ลดลง รวมถึงการมีส่วนร่วมของนักศึกษาที่เพิ่มขึ้น และสอดคล้องกับเป้าหมาย SDG หลายเป้าหมาย อาทิ SDG 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ ส่งเสริมการเรียนรู้ให้นักศึกษาได้เรียนรู้ปัญหาจริงและลงมือแก้ไขจริง ทั้งในด้านการจัดการขยะ การอนุรักษ์พลังงาน และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG 11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน ให้มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่ต้นแบบของการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น SDG 12 การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของนักศึกษาและบุคลากรในมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะการลดการใช้พลาสติก และการส่งเสริมการนำขยะกลับมาใช้ซ้ำ และ SDG 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กิจกรรมต่างๆ ในโครงการ ล้วนมีส่วนช่วยในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กระทรวง อว. ขอขอบคุณภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนและประชาสัมพันธ์โครงการความร่วมมือนี้แสดงให้เห็นว่า นอกเหนือจากพลังของคนรุ่นใหม่แล้ว สถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานต่าง ๆ ล้วนเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายการมุ่งสู่เป้าหมาย “ความเป็นกลางทางคาร์บอน” ของประเทศไทยให้เป็นรูปธรรม ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนได้อย่างแท้จริง”- ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติม

นายพิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร ผู้ก่อตั้งบริษัท คิดคิด จำกัด กล่าวเสริมว่า แพลตฟอร์ม ECOLIFE เป็นเครื่องมือหนึ่งในการปลูกฝังจิตสำนึกในการรักสิ่งแวดล้อมที่ยังคงให้ความสนุกและเป็นระบบ ซึ่งเข้ามาช่วยจัดสรรให้นิสิต นักศึกษา อาจารย์ และบุคลากร สามารถเก็บข้อมูลการลดคาร์บอนฟุตพริ๊นท์ในระดับสถาบันการศึกษาได้อย่างเป็นระบบ เพื่อร่วมกันสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน รักษาสิ่งแวดล้อม อันนำไปสู่ความยั่งยืนต่อไปได้ในอนาคต”
สำหรับโครงการ "ECOLIFE in U" เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2567 บรรลุผลสำเร็จอย่างโดดเด่น โดยมีสถาบันอุดมศึกษาสมัครเข้าร่วมกิจกรรม ECOLIFE Fill in (การบันทึกข้อมูลการคัดแยกขยะรีไซเคิล) จำนวนทั้งสิ้น 75 แห่ง โดยผลของการดำเนินกิจกรรมสามารถบันทึกน้ำหนักขยะรีไซเคิลรวมกว่า 9,525,471.51กิโลกรัม ลดการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้ถึง 9,525.41 ตัน CO₂e และสำหรับกิจกรรม ECOLIFE มีสถาบันอุดมศึกษาสมัครเข้าร่วมทั้งสิ้น 43 แห่ง โดยมีผู้ลงทะเบียนใช้งานกว่า 38,993 ราย ดำเนินกิจกรรมทั้งสิ้น 333,720รายการ และสามารถลดคาร์บอนเพิ่มเติมได้อีก 117,567.51 กิโลกรัม CO₂e รวมการลดคาร์บอนทั้งหมดประมาณ 249,346.5 ตัน CO₂e ซึ่งนำมาสู่ผลสำเร็จสำคัญ ซึ่งตอกย้ำบทบาทสำคัญของกระทรวง อว. ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของนิสิต นักศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ รางวัลมหาวิทยาลัยที่มีการปรับพฤติกรรมด้านความยั่งยืนและปริมาณการคัดแยกขยะรีไซเคิลมากที่สุด จากการบันทึกข้อมูลด้วย ECOLIFE Platform ในโครงการ "ECOLIFE In U" ทั้งสิ้น 5 รางวัล ได้แก่
และรางวัลมหาวิทยาลัยนำร่องในการดำเนินงานโครงการ "ECOLIFE In U" อีก 1 รางวัล ได้แก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

อย่างไรก็ตามความสำเร็จของโครงการ “ECOLIFE in U” สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยทั่วประเทศในการขับเคลื่อนความยั่งยืน และเป็นการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของกระทรวง อว. ที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญในการส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านความยั่งยืนในแนวทาง SDGs (Sustainable Development Goals เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน) โดยเฉพาะการขยายการมีส่วนร่วมของมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั้งการจัดกิจกรรม การประชาสัมพันธ์ การสร้างแรงจูงใจ รวมถึงวิธีการต่างๆ ที่ให้เกิดความเหมาะสมกับแต่ละมหาวิทยาลัย
สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารโครงการ "ECOLIFE in U" เพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ https://sub.ecolifeapp.com/university เฟซบุ๊ก www.facebook.com/ECOLIFEapp หรือ Add LINE: @ecolifeapp หรือคลิก https://lin.ee/0DhZ0BV