January 20, 2026

ในห้องเรียนเล็กๆ กลางหุบเขา เด็กๆ หลายคนเริ่มต้นวันด้วยข้าวร้อนๆ และ “ไข่ดาวฟองหนึ่ง” อาหารง่ายๆ ที่ไม่ใช่แค่เติมพลังให้พร้อมเรียนรู้ แต่คือโอกาสที่เกิดจากความตั้งใจส่งต่อ ผ่าน “ซีพีเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” โครงการที่อยู่คู่สังคมไทยมาถึง 37 ปี และยังคงเดินหน้าเพื่อสร้าง “อาหารกลางวันที่ยั่งยืน” ให้เด็กไทยทั่วประเทศ

จุดเริ่มต้นจาก “วิกฤตเงียบ” ของเด็กไทย

ข้อมูลจากกรมอนามัยเผยว่า เด็กไทยวัยเรียนกว่า 1 ใน 7 คน กำลังเผชิญภาวะโภชนาการไม่สมดุล ทั้งเตี้ย แคระแกร็น ผอม หรืออ้วนเกินเกณฑ์ ซึ่งเป็นผลจาก “การเข้าถึงอาหารไม่เท่าเทียม” โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ภาพความเหลื่อมล้ำนี้สะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “ความหิว” แต่คือการสูญเสียศักยภาพของชาติในอนาคต

ไข่ไก่...คำตอบของโภชนาการที่ดี

เครือซีพี โดยมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท (มูลนิธิซีพี) จึงน้อมนำแนวพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการส่งเสริมภาวะโภชนาการแก่นักเรียนในถิ่นธุรกันดาร

โดยเริ่มต้นโครงการตั้งแต่ พ.ศ. 2532 เพื่อส่งเสริมให้โรงเรียนในชนบท สามารถเลี้ยงไก่ไข่เองได้จริง โดยมีเด็กนักเรียนเป็นผู้ลงมือดูแลไก่ไข่ร่วมกับครูพี่เลี้ยงในโรงเรียน ได้ผลผลิตไข่ไก่สด สะอาด คุณภาพดี สร้าง “ภาวะโภชนการที่ดี” ให้เด็กไทย

โดยมีซีพีเอฟนำความเชี่ยวชาญของบริษัทฯมาใช้ถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์ การปรับใช้เทคโนโลยีต่างๆ ให้กับนักเรียนและคุณครูในโรงเรียน พร้อมสนับสนุนโรงเรือน-อุปกรณ์มาตรฐาน แม่พันธุ์ไก่ไข่ และอาหารไก่ในการเลี้ยงรุ่นแรก พร้อมส่งนักสัตวบาลให้คำแนะนำและติดตามการเลี้ยงตลอดโครงการอย่างต่อเนื่อง

 

ทุกฟองที่ได้ไม่เพียงเป็นอาหารกลางวันสดใหม่ ยังกลายเป็น “ห้องเรียนโภชนาการ” ที่เด็กๆ ได้เรียนรู้จากการลงมือทำจริง

“จากเดิมเด็กนักเรียนบริโภคไข่เฉลี่ยปีละ 156 ฟอง หลังเข้าร่วมโครงการ เพิ่มเป็น 276 ฟองต่อคนต่อปี เพิ่มขึ้นกว่า 77%”

เลี้ยงไก่ไข่ให้ยั่งยืนได้ด้วยตัวเอง

โครงการนี้ไม่ใช่แค่ให้ไก่ แต่ “ให้ระบบคิด” ผ่านโมเดล “ลงทุนครั้งเดียว โรงเรียนเลี้ยงต่อเนื่อง” โรงเรียนสามารถสร้างรายได้จากการขายไข่และแม่ไก่ปลดในแต่ละรุ่น เกิด “กองทุนหมุนเวียน” มากกว่า 1 แสนบาท ตั้งแต่รุ่นที่ 1 และกองทุนสะสมเติบโตเฉลี่ยรุ่นละกว่า 3 หมื่นบาท เพื่อใช้ซื้อแม่พันธุ์และอาหารรุ่นต่อไปในราคาต้นทุนจากบริษัทฯ โดยไม่ต้องพึ่งพาการสนับสนุนภายนอกอีก

หลายโรงเรียน เช่น โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 47 จ.เพชรบุรี และโรงเรียน ตชด.บ้านป่าหมาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ดำเนินโครงการต่อเนื่องมากว่า 20–29 ปี จนกลายเป็น “ศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน”

น้องส้มโอ – ด.ญ.วรรณศิริ สุขแสงดาว ชั้นป. 5 โรงเรียน วัดบางปิดล่าง (ราษฎร์สงเคราะห์) อ.แหลมงอบ จ.ตราด เล่าว่า ตนเองเริ่มเลี้ยงตั้งแต่ ป.3 ได้เรียนรู้วิธีเลี้ยงไก่ รู้สึกภูมิใจที่ได้ดูแลไก่จนได้ไข่ไก่เป็นอาหารกลางวันให้กับทุกคน ชอบทานไข่ไก่ โดยเฉพาะเมนูไข่พะโล้ ที่ทั้งอร่อยและไข่ก็เป็นโปรตีนที่ดีสำหรับร่างกาย

ผลลัพธ์ที่มากกว่าอาหารกลางวัน

วันนี้ โครงการฯ ขยายครอบคลุม 1,018 โรงเรียน ใน 74 จังหวัดทั่วประเทศ มีนักเรียน 229,673 คน ครู-บุคลากร 17,473 คน และชุมชน 2,690 แห่ง ได้รับประโยชน์ ทั้งด้านอาหาร การศึกษา และอาชีพ โดยเฉพาะผู้พิการ 535 คน ที่มีงานทำจากการจ้างงานโดยซีพีเอฟ เพื่อทำหน้าที่เป็นบุคลากรผู้ช่วยเลี้ยงไก่ไข่ให้แก่โรงเรียนในชุมชนพวกเขาเอง และเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่เท่าเทียมและเอื้ออาทร

เด็กมีอาหารโปรตีนคุณภาพดี โรงเรียนมีรายได้หมุนเวียน ชุมชนได้ไข่ราคาย่อมเยา ประเทศมีบุคลากรคุณภาพในอนาคต พร้อมต่อยอดขยายผลเกิดเป็นกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

พัฒนาไม่หยุด สู่ยุค ‘เกษตรดิจิทัล’

ซีพีเอฟยังยกระดับโรงเรียนต้นแบบด้วยระบบ IoT และแอปพลิเคชันติดตามผลแบบเรียลไทม์ เพื่อดูแลสภาพแวดล้อมโรงเรือน วิเคราะห์ประสิทธิภาพการเลี้ยง และควบคุมระบบน้ำ แสง และอุณหภูมิอัตโนมัติ ช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และฝึกเด็กให้รู้เท่าทันเทคโนโลยีเกษตรยุคใหม่

นอกจากนี้ โครงการฯ ยังช่วยสร้างประสบการณ์การเรียนรู้จากการปฏิบัติ ทั้งการเลี้ยงไก่ การจัดการฟาร์ม และการบริหารจัดการผลผลิต ที่สามารถพัฒนาสู่การเป็น “แหล่งเรียนรู้ Action Base Learning”

จากโรงเรียนสู่ชุมชน

ทุกโรงเรียนในโครงการไม่ได้เป็นแค่ผู้ผลิตไข่ แต่เป็น “ศูนย์เรียนรู้ชุมชน” ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเลี้ยงไก่ การจัดการกองทุน และการบริหารขยะจากมูลไก่สู่ปุ๋ยอินทรีย์ ต้นแบบของ Community Eco-System ที่ขับเคลื่อนโดยคนในพื้นที่เอง ที่สำคัญยังเป็น “คลังอาหารชุมชน” ผู้สร้างแหล่งโปรตีนสำคัญให้กับชาวชุมชนได้อย่างแท้จริง

ไข่หนึ่งฟองจากโครงการซีพีเลี้ยงไก่ไข่ฯ ไม่ได้เป็นเพียงมื้อเที่ยง  แต่นั่นคือ 'หนึ่งฟองจากใจ ซีพี-ซีพีเอฟ เพื่ออนาคตเด็กไทยกินดี โตดี มีคุณค่า'  เป็นการลงทุนในพลังสมองและอนาคตของเด็กไทย ที่จะกลายเป็นโมเดลการเลี้ยงไก่ที่สร้างรายได้หมุนเวียน ต่อยอดสู่การฝึกทักษะสู่ชุมชน เป็นสูตรสำเร็จที่ทำได้และขยายผลได้จริง

คลิกชมคลิป >>

 

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ส่งต่อความห่วงใยแก่ประชาชนช่วงปีใหม่ 2569 ด้วยการสนับสนุนอาหาร น้ำดื่ม และของใช้จำเป็นให้จุดบริการประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน “ช่วง 7 วันอันตราย” เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่เดินทางกลับภูมิลำเนา ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2568 – 5 มกราคม 2569

การขับเคลื่อนดังกล่าวครอบคลุมหลายจังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ ชลบุรี สระบุรี นครราชสีมา ศรีสะเกษ สมุทรสาคร ราชบุรี กำแพงเพชร และสุราษฎร์ธานี โดยมีจิตอาสาซีพีเอฟประสานความร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ เพื่อร่วมรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” และเสริมความพร้อมของจุดตรวจและด่านชุมชน

นอกจากการช่วยเหลือสังคมแล้ว ซีพีเอฟ ยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของพนักงานและพันธมิตรทางธุรกิจ โดยจัดกิจกรรม “กลับบ้านสุขใจ ขับขี่ปลอดภัยไร้อุบัติเหตุ” ให้บริการตรวจสภาพรถโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อสร้างความอุ่นใจให้ทุกเส้นทางกลับบ้าน

ซีพีเอฟ...เคียงข้างสังคมไทยในทุกช่วงเวลา เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข รับศักราชใหม่ด้วยความอุ่นใจและปลอดภัย

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ และ บริษัท เอ็นเอช ฟู้ดส์ (NH Foods) หรือ นิปปอนแฮม สองผู้นำอุตสาหกรรมอาหารแห่งเอเชีย ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ จัดตั้งบริษัทร่วมทุนใหม่ บริษัท ซีพีเอฟ เอ็นเอช ฟู้ดส์ จำกัด (CPF NH Foods Co., Ltd.)

ซีพีเอฟ จัดกิจกรรมสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ สนับสนุนศูนย์โรคหลอดเลือดสมอง รพ.เทพรัตน์นครราชสีมา

จากมื้ออาหาร…สู่กำลังใจ เพื่อผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ตอกย้ำเจตนารมณ์ “เคียงข้างสังคมไทยในทุกวิกฤต” ภายใต้หลักปรัชญา 3 ประโยชน์ จัดกิจกรรม “ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้” นำอาหารคุณภาพมาตรฐานสากล สะอาด ปลอดภัย และรสชาติอร่อย ในราคาพิเศษมาจัดจำหน่ายภายในงาน เพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้แก่ ศูนย์โรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลเทพรัตน์นครราชสีมา

กิจกรรมจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 1–3 กันยายน 2568 เวลา 08.00–15.00 น. ณ โรงอาหาร โรงพยาบาลเทพรัตน์นครราชสีมา โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและประชาชนในพื้นที่ ร่วมส่งต่อ “พลังแห่งการให้” เพื่อสนับสนุนภารกิจสำคัญของทีมแพทย์ในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และ นายแพทย์ชวศักดิ์ กนกกันฑพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเทพรัตน์นครราชสีมา ร่วมเปิดกิจกรรม พร้อมด้วยผู้บริหารและจิตอาสาซีพีเอฟ

นายแพทย์ชวศักดิ์ กนกกันฑพงษ์ กล่าวว่า โรคหลอดเลือดสมองเป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตและความพิการให้ผู้ป่วยจำนวนมาก จำเป็นต้องอาศัยอุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัยเพื่อการรักษาอย่างทันท่วงที ความร่วมแรงร่วมใจในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพการรักษาและลดการสูญเสียได้จริง

”กิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงพลังของความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนกับชุมชนท้องถิ่น ที่ช่วยเสริมสร้างระบบสาธารณสุขให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ในนามจังหวัดขอชื่นชมและขอบคุณซีพีเอฟ ที่เล็งเห็นความสำคัญของการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่“ รองผู้ว่าฯ นครราชสีมา กล่าว

ที่ผ่านมา ซีพีเอฟ ส่งต่อความห่วงใยผ่านกิจกรรม “ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้" อย่างต่อเนื่อง ทั้งการสนับสนุนโรงพยาบาลรามาธิบดีที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ การช่วยเหลือโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าหลังเหตุแผ่นดินไหว รวมถึงการซ่อมแซมโรงพยาบาลในพื้นที่ชายแดน สะท้อนถึง “หัวใจแห่งการแบ่งปัน” ของซีพีเอฟ ที่พร้อมเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมไทยให้เข้มแข็งและยั่งยืน

“เพราะทุกมื้อที่คุณซื้อ…คือทุกชีวิตที่เราได้ช่วยเติมความหวัง”

 

จากวิสัยทัศน์เป็น "ครัวของโลก" (Kitchen of the World) ที่มีพันธกิจสร้างความมั่นคงทางอาหารให้ผู้บริโภคทั่วโลก และสร้างธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน มุ่งมั่นดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ตลอดจนส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน ใช้ทรัพยากรเกิดประโยชน์สูงสุด ทำให้ในปี 2568 บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร  จำกัด (มหาชน) หรือ CPF  ได้รับ รางวัล Prime Minister’s Export Award (PM Award) ประเภทรางวัลผู้ส่งออกยอดเยี่ยมด้านความยั่งยืน (Best Green & Sustainable Exporter) จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP)  โดยมี นายเอกปิยะ เอื้อวุฒิเกริก  กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ  ซีพีเอฟ   รับรางวัล จากนายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์   ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์     

ซีพีเอฟ มีการลงทุนและร่วมลงทุนใน 17 ประเทศ ครอบคลุม 5 ทวีปทั่วโลก จำหน่ายสินค้าส่งออกมากกว่า  50 ประเทศ โดยในทุกๆประเทศที่บริษัทเข้าไปลงทุนและร่วมลงทุน ได้บูรณาการหลักปรัชญา 3 ประโยชน์เป็นแนวปฏิบัติในการทำงาน คือ ประโยชน์ของประเทศ ประชาชน และบริษัท มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณภาพ ปลอดภัย รสชาติอร่อย มีโภชนาการที่ดี ดีต่อกายและดีต่อใจ ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด Sustainovation เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero) ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ภายในปี 2050 ซึ่งสอดคล้องตามเป้าหมายความตกลงปารีส (Paris Agreement) โดยซีพีเอฟยังเป็นบริษัทผลิตอาหารรายแรกในโลกที่ได้รับการรับรองเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จาก the Science Based Targets initiative (SBTi)

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการทำการตลาดอย่างรับผิดชอบ พัฒนาขยายช่องทางการจัดจำหน่ายเพื่อให้ผู้บริโภคในแต่ละท้องถิ่นสามารถเข้าถึงได้ รวมไปถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ยั่งยืน ตั้งแต่กระบวนการผลิตต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้วัตถุดิบที่มาจากแหล่งที่ไม่ตัดไม้ทำลายป่า อาทิ  ผลิตภัณฑ์เนื้อไก่แปรรูปสำหรับการส่งออก  เลี้ยงด้วยข้าวโพดที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าไม่มีการตัดไม้ทำลายป่า  ใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Forest Stewardship Council (FSC) วัสดุมาจากป่าที่ได้รับการจัดการอย่างยั่งยืน การใช้บรรจุภัณฑ์ Mono Material Packaging ที่ผลิตจากวัสดุชนิดเดียวทำให้รีไซเคิลได้ง่าย ผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป Kitchen Joy ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ที่มีวางจำหน่ายและได้รับความนิยมในหลายประเทศในทวีปยุโรป อังกฤษและเอเชีย  ผลิตภัณฑ์ MEAT ZERO โปรตีนทางเลือกจากพืช ที่ตอบโจทย์กระแสการบริโภคอย่างยั่งยืน ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในเอเชีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกา                         

นอกจากนี้ รางวัลผู้ส่งออกยอดเยี่ยมด้านความยั่งยืน (Best Green & Sustainable Exporter) ยังสะท้อนความสำเร็จที่บริษัทฯ ตระหนักและให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจด้วยรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นอีกก้าวสำคัญที่ซีพีเอฟ มีส่วนในการส่งเสริมการพัฒนาสินค้าและบริการให้มีคุณภาพได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล  สร้างความเชื่อมั่นของผู้นำเข้าและผู้ซื้อจากต่างประเทศ  ผลักดันการส่งออกสินค้าและบริการของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

Page 1 of 54
X

Right Click

No right click