January 22, 2026

(8 มกราคม 2569) สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โปรดให้ นางรติรส จุลชาต เป็นผู้แทนพระองค์เปิดงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2569 (Thailand Inventors’ Day 2026) และมอบเกียรติบัตรรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569 ซึ่งจัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประเภท รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับประกาศเกียรติคุณ (สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์) จากผลงานระบบบริหารจัดการสื่อสัญญาณ และโครงข่ายใยแก้วนำแสง (Transmission and Fiber Optic Network (TFON) Management System) โดย นายสรรเสริญ ขันทอง Project Leader และคณะประกอบด้วย นายอนันตพล ภูไทย นายพงศธร โพบุตร นายสำรวญ ช่วยสกุล นายฐิตินันท์ ภูมิระวิ  ว่าที่ร้อยตรี ไพล ตะโสรัจน์  นางสาวพัชราภรณ์ มณีขำ  และผลงานที่ได้รับประกาศนียบัตร รางวัลผลงานคุณภาพ NRCT Quality Achievement Award เรื่องระบบบริหารจัดการสัญญาณไฟแจ้งเตือนทางอากาศ (Obstruction Lighting Management Systems) โดย นายไตรสิทธิ์ สุทธเตมีย์ และคณะ โดยมี นายวรวิทย์ รอดอนันต์  ผู้จัดการฝ่ายนวัตกรรมองค์กร NT ร่วมแสดงความยินดี  ณ Event Hall 100-104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร   

ระบบบริหารจัดการสื่อสัญญาณ และโครงข่ายใยแก้วนำแสง (Transmission and Fiber Optic Network (TFON) Management System)  คือเครื่องมือบริหารจัดการโครงข่ายหลักแบบครบวงจร สำหรับการบริหารจัดการโครงข่าย DWDM ทั่วประเทศ ของ NT วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบต้นแบบดิจิทัลเพื่อรวมศูนย์ข้อมูลและวิเคราะห์คุณภาพสัญญาณอย่างอัตโนมัติและแสดงผลแบบใกล้เคียงเรียลไทม์ ประโยชน์เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการดำเนินงานยกระดับองค์กรในการขับเคลื่อน Digital Transformation สู่การรายงาน Dashboard Real-time สามารถวิเคราะห์และสามารถวางแผนการทำงานได้อย่างแม่นยำมากขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุนให้กับองค์กร ช่วยให้ข้อมูลถูกเชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ สามารถบริหารจัดการและแก้ปัญหาได้ทันที นำไปสู่การตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพขึ้น ส่งผลถึงการเพิ่มความมั่นคงของโครงข่ายโทรคมนาคมระดับประเทศ    

ทั้งสองโครงการดังกล่าว เป็นโครงการที่ได้รับทุนอุดหนุนงานวิจัยและนวัตกรรม จาก คณะกรรมการบริหารงานวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมจากภายใน NT เพื่อยกระดับการบริหารจัดการองค์กร รองรับการสร้างและพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ตอบสนองต่อนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)

บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ  NT หน่วยงาน ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตอกย้ำภารกิจในการเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวสู่การเป็นองค์กรโทรคมนาคมแห่งชาติที่มีวิสัยทัศน์มุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งชาติที่เชื่อมต่อเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมเพื่อคนไทย NT จึงมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจภายใต้พันธกิจ ที่แน่วแน่ ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมและดิจิทัล ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตอบสนองนโยบายภาครัฐด้วยบริการสื่อสารและเทคโนโลยีดิจิทัลตามมาตรฐานสากล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า และขับเคลื่อนธุรกิจโดยสร้างผลกำไรอย่างยั่งยืนในธุรกิจที่ต้องแข่งขัน

ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2569 และในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา NT ก้าวสู่ปีที่ 6  NT ได้จัดพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระสงฆ์วัดอาวุธวิกสิตาราม จำนวน 93 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวันอังคารที่ 6 มกราคม 2569 ณ บริเวณหน้าอาคาร 9 สำนักงานแจ้งวัฒนะ โดยมี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และประธานกรรมการบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)  พร้อมคณะผู้บริหาร พนักงาน ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรฯ  และในวันพุธที่ 7 มกราคม 2569  ณ อาคารสโมสร สำนักงานใหญ่ ถนนแจ้งวัฒนะ ได้มีการจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา NT โดยมี ดร. วโรทัย โกศลพิศิษฐ์กุล กรรมการบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายมรกต เธียรมนตรี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมคณะผู้บริหาร พนักงาน ร่วมพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำองค์กรและร่วมพิธีสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคล และคณะผู้บริหารได้ให้การต้อนรับหน่วยงานต่างๆ ที่มาร่วมแสดงความยินดีพร้อมกับมอบเงินบริจาคสมทบทุนให้กับ มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กองทัพเรือในพระบรมราชินูปถัมภ์ เพื่อสมทบทุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์และสนับสนุนการบริการของโรงพยาบาล

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา NT มุ่งมั่นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมและดิจิทัลของประเทศ เพื่อสร้างการเชื่อมโยงที่มั่นคง ครอบคลุม และเข้าถึงทุกภาคส่วนของสังคม จากรากฐานโครงข่ายสื่อสารที่แข็งแกร่งสู่การต่อยอดเทคโนโลยีดิจิทัลที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนไทย ด้วยบริการหลัก 7 ประเภทของ NT  คือ โครงสร้างพื้นฐาน (Hard Infrastructure)  อินเทอร์เน็ต (Broadband)  เสียง (Voice)  ดาวเทียม (Satellite) ดาต้าคอม (Datacom) คลาวด์ (Cloud) โมบายล์ (Mobile)  และรองรับนโยบาย Cloud First Policy ของไทย คือการผลักดันสนับสนุนให้หน่วยงานรัฐใช้คลาวด์เป็นหลัก โดย NT และ DGA เป็นกำลังหลักในการบริหารจัดการและกำหนดมาตรฐาน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบคลาวด์ภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคดิจิทัลอย่างมั่นคง พร้อมผลักดันด้านบริการ การกำกับดูแลข้อมูล หรือ Data Governance และ Cybersecurity โดย NT มีบริการ NT Cloud Solutions, Data Center และ Big Data ที่พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยระดับสากล เพื่อช่วยองค์กรบริหารจัดการและปกป้องข้อมูลด้วยนโยบายที่เข้มงวดและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ และยกระดับความมั่นคงปลอดภัยให้สอดคล้องมาตรฐาน

นอกจากการให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมและดิจิทัลแล้ว NT ยังมีภารกิจรับผิดชอบในการให้บริการเพื่อสนับสนุนทุกหน่วยงานโดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐในการคงไว้ซึ่งการสื่อสารในกรณีเหตุภัยพิบัติและอุบัติภัย หรือภารกิจด้านความมั่นคงอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อสื่อสารอย่างต่อเนื่อง

NT ก้าวสู่ปีที่ 6  อีกก้าวสำคัญของการพัฒนา ที่ไม่หยุดเพียงวันนี้ แต่พร้อม “ก้าวต่อไป” เพื่ออนาคตดิจิทัลของประเทศไทย ด้วยความสามารถในการบริหารจัดการโครงข่ายโทรคมนาคมขนาดใหญ่ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อดำเนินงานตามโครงการของรัฐ พร้อมใช้ความสามารถและประสบการณ์ ความพร้อมของอุปกรณ์เครือข่ายและบุคลากรในการจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่และสร้างสรรค์นวัตกรรมด้วยเทคโนโลยี โดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน ด้วยนวัตกรรม ความร่วมมือ และวิสัยทัศน์ที่มองไกล เพื่อให้ประชาชนและสังคมมีคุณภาพทางเศรษฐกิจและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

พันเอก สรรพชัยย์  หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT และ .ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมลงนามการจัดทำข้อตกลงความร่วมมือร่วมสร้างอนาคตไทยด้วยเทคโนโลยี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยผ่านโครงการสหกิจศึกษา นิสิตจะมาปฏิบัติงานจริงในโครงการแผนงานต่างๆ ในองค์กรที่มีทั้งในปัจจุบันและที่กำลังจะเกิดขึ้นเพื่อเติมเต็มองค์ความรู้ของนิสิตก่อนจบการศึกษา

รวมถึงการส่งเสริมทักษะด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น Cybersecurity, Data Science, Data Engineering, Software Development เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือตลาดแรงงานในอนาคต และร่วมกันสนับสนุนโครงการกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล กิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ให้เข้าถึงคนทุกกลุ่มทั่วประเทศ ผ่านเครือข่ายและศูนย์บริการ ของNT ที่มีอยู่ทั่วประเทศ  เมื่อวันพุธที่ 8 ตุลาคม 2568 ณ เรือนจุฬานฤมิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถนนพญาไท กรุงเทพฯ 

บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ร่วมจัดงานเพื่อพัฒนาศักยภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิตเศรษฐกิจโคราช จังหวัดนครราชสีมา ให้ก้าวสู่การเป็นเมืองแห่งเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมเปิดพื้นที่สำหรับทุกภาคส่วน ร่วมนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อยกระดับการให้บริการภาครัฐและการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดงาน ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลโคราช เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา

ดร.ยุทธศาสตร์ นิธิไพจิตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มดิจิทัล สายงานดิจิทัลและโซลูชัน NT และนายเปรมวิทย์ เปรมบัญชา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มขายและปฏิบัติการลูกค้า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ NTร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมและขับเคลื่อนจังหวัดนครราชสีมา ร่วมจัดนิทรรศการแสดงผลงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อประชาชน สนับสนุนการให้บริการภาครัฐด้วยระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Office) ในการ “สร้าง – เซ็น - ส่ง” เอกสาร เพื่อลดการใช้กระดาษ และเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัล (Digital Government Transformation) และได้จัดเสวนา “e-Office เทคโนโลยีต้นทางเพื่อการบริการประชาชน” เพื่อสร้างแรงผลักดันให้กับเจ้าหน้าที่ภาครัฐมีความตื่นตัวต่อการให้บริการแก่ภาคประชาชนในยุคดิจิทัล ด้วยความสะดวก รวดเร็ว มากยิ่งขึ้น โดยภายในงานได้มีการแสดงนิทรรศการด้านดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง อาทิ การขับเคลื่อนการทำงานยุคใหม่ของ Digital Nomad ที่เป็นกลุ่มคนที่ทำงานผ่านระบบออนไลน์และใช้ชีวิตแบบอิสระ กลุ่มนิทรรศการดิจิทัลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน อาทิ โดรนเพื่อการเกษตร เป็นต้น

บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) กับบริษัท วี กรีน เคยู จำกัด ร่วมพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มสำหรับการคำนวณและรายงานค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO: Carbon Footprint of Organization) เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันนโยบายระดับชาติ มุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ตามพันธกิจที่ประเทศไทยให้ไว้ต่อประชาคมโลก

การบรรลุข้อตกลงร่วมกันในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภารกิจด้านความยั่งยืนของประเทศ เพื่อร่วมกันวิจัยพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์ม พร้อมนำองค์ความรู้ทางวิชาการ การคำนวณและรายงานค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร รวมถึงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนอื่นๆ ร่วมส่งเสริมและพัฒนาทักษะความรู้ให้แก่บุคลากรทั้งสองฝ่าย ทั้งการฝึกอบรม การฝึกภาคปฏิบัติ และการค้นคว้าวิจัยให้เกิดประโยชน์สูงสุด

พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ NT กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผนึกกำลังระหว่างเทคโนโลยีดิจิทัลและองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม โดย NT มีจุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructure)
และความสามารถด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์ อีกทั้งเรามีฐานลูกค้าครอบคลุมหลายภาคส่วน ซึ่งจะช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถจัดการและรายงานข้อมูลด้านคาร์บอนได้อย่างเป็นระบบ พร้อมเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำและยั่งยืน”

รองศาสตราจารย์ ดร.รัตนาวรรณ มั่งคั่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท วี กรีน เคยู จำกัด กล่าวว่า “เราเป็นองค์กรที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศด้านองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญทางวิชาการด้านการจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ที่จะช่วยพัฒนาระบบให้มีมาตรฐานและสอดคล้องกับเกณฑ์สากล และเพื่อให้ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมสามารถใช้เป็นเครื่องมือบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่การสร้างคุณค่าใหม่แก่สังคมและประเทศชาติในระยะยาว”

การจับมือกันของทั้งสององค์กรในครั้งนี้จะเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนและสนับสนุนนโยบายระดับชาติ ด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของประเทศไทย ตามที่ได้ให้คำมั่นไว้ต่อประชาคมโลก นั่นคือการมุ่งสู่เป้าหมาย ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) โดยสนับสนุนการดำเนินงานด้านก๊าซเรือนกระจก และอำนวยความสะดวกให้กับองค์กร และภาคอุตสาหกรรมต่างๆ  ให้สามารถจัดการและรายงานข้อมูลด้านคาร์บอนได้เป็นระบบ เดินหน้าสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้แก่สังคมไทย ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs ระดับประเทศและระดับโลกต่อไป

Page 1 of 11
X

Right Click

No right click