

Gen Z ในวันนี้ไม่ได้มองหาเพียงแค่งาน แต่กำลังมองหา “พื้นที่ที่เสียงของตนเองมีความหมาย” การฝึกงานจึงไม่ใช่ เพียงเงื่อนไขของหลักสูตร หรือขั้นตอนก่อนเรียนจบอีกต่อไป หากแต่เป็นช่วงเวลาสำคั ญของการสำรวจตัวเอง ทดลองโลกการทำงานจริง และตั้งคำถามกับเส้นทางอาชี พในอนาคต คำถามอย่าง “ทำไมต้องฝึกงาน ทำงานจริงไปเลยไม่ได้หรือ”อาจเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่ตั้งข้ อสงสัย แต่ในความเป็นจริง การฝึกงานคือพื้นที่ทดลองที่ ปลอดภัยที่สุดของโลกการทำงาน เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้ จากการลงมือทำจริง พร้อมพื้นที่ให้ลองผิด ลองถูก และเติบโตอย่างมีทิศทาง งานวิจัย Generation Z and the World of Work in Southeast Asia (2023) ระบุว่า คนรุ่น Gen Z ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ ทำงานจริง การได้รับคำแนะนำจากผู้มี ประสบการณ์ และวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดรั บความคิดเห็นอย่างจริงใจ มากกว่าค่าตอบแทนหรือชื่อเสี ยงขององค์กรเพียงอย่างเดียว ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่ อแรงจูงใจ ความผูกพัน และการตัดสินใจเติบโตไปพร้ อมองค์กรในระยะยาว แนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่าน โครงการ KTC Co-Operative Program (KTC COOP) ของบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งออกแบบโครงการฝึกสหกิจศึกษาโดยยึดผู้เข้าร่วมโครงการเป็ นศูนย์กลาง เปิดโอกาสให้นิสิต–นักศึกษาชั้ นปีที่ 3–4 เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของที มงานจริง ทำงานในบทบาทที่มีความรับผิดชอบ และมีส่วนร่วมในการแสดงความคิ ดเห็นอย่างสร้างสรรค์ ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รั บการจัดสรรให้เข้าฝึกงานในหน่ วยงานที่ตนเองสนใจและมีพื้ นฐานการศึกษาที่สอดคล้องกับลั กษณะงาน เพื่อให้สามารถเรียนรู้และสร้ างคุณค่าได้อย่างแท้จริง ครอบคลุมหลากหลายสายงาน อาทิ การตลาดบัตรเครดิต เทคโนโลยีสารสนเทศ ทรัพยากรบุคคล การเงินและนักลงทุนสัมพันธ์ บริการลูกค้า และการสื่อสารองค์กร ช่วยให้เข้าใจภาพรวมการดำเนินธุ รกิจขององค์กรการเงินจากหลายมิ ติ นอกจากนี้ โครงการ KTC COOP ยังให้ความสำคัญกับระบบพี่เลี้ยง (Coach) ที่ทำหน้าที่ให้คำแนะนำและสะท้ อนมุมมองการทำงานอย่างใกล้ชิด สอดคล้องกับลักษณะการเรียนรู้ ของคนรุ่นใหม่ที่เติบโตได้ดี ในสภาพแวดล้อมที่มีการสื่ อสารอย่างเปิดเผยและจริงใจ ในมุมมองขององค์กร เคทีซีมองโครงการ KTC COOP เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การพั ฒนาคนรุ่นใหม่และการเตรี ยมความพร้อมของกำลังคนในอนาคต (Future Workforce) โดยเชื่อว่าการเปิดโอกาสให้นิสิ ต–นักศึกษาได้เรียนรู้ตั้งแต่ ระยะเริ่มต้น จะช่วยสร้างบุคลากรที่เข้าใจทั้ งวัฒนธรรมองค์กร ทักษะการทำงานจริง และพร้อมต่อยอดสู่ โลกการทำงานในอนาคต นางสาวปิยะสุดา แคว้นนนทรีย์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานทรัพยากรบุคคล บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “เคทีซี” กล่าวว่า เคทีซีเชื่อว่าการพัฒนาคนคือการลงทุนที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะ การเตรียมความพร้อมคนรุ่นใหม่ก่อนก้าวสู่โลกการทำงานจริง โครงการ KTC COOP มุ่งพัฒนานิสิต–นักศึกษาผ่ านการทำงานจริง เพื่อเสริมทักษะที่จำเป็นในยุ คใหม่ ทั้งการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม พร้อมเปิดโอกาสให้ค้นหาศั กยภาพและทิศทางการเติ บโตของตนเอง เพื่อก้าวสู่ชีวิตการทำงานอย่ างมั่นใจในอนาคตและได้ร่วมใช้ Core Values ขององค์กรเช่น “Junior Speaks First” ที่เปิดพื้นที่ให้คนรุ่ นใหม่สามารถตั้งคำถาม เสนอไอเดีย และแลกเปลี่ยนมุมมองได้อย่างอิ สระ โดยไม่ถูกจำกัดด้วยอายุหรื อสถานะทางตำแหน่ง สะท้อนวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดรั บศักยภาพจากคุณภาพของแนวคิด มากกว่าบทบาทหรือประสบการณ์ที่ ผ่านมา โครงการ KTC COOP เปิดรับนักศึกษาฝึกปฏิบัติงานปีละ 3 ช่วง ได้แก่ ภาคต้น ภาคปลาย และภาคฤดูร้อน ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอี ยดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-828-5099 เว็บไซต์ www.ktc.co.th/careers เฟซบุ๊ก: KTC Career หรือส่งประวัติมาที่อีเมล This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
Gen Z ในวันนี้ไม่ได้มองหาเพียงแค่งาน แต่กำลังมองหา “พื้นที่ที่เสียงของตนเองมีความหมาย” การฝึกงานจึงไม่ใช่ เพียงเงื่อนไขของหลักสูตร หรือขั้นตอนก่อนเรียนจบอีกต่อไป หากแต่เป็นช่วงเวลาสำคั ญของการสำรวจตัวเอง ทดลองโลกการทำงานจริง และตั้งคำถามกับเส้นทางอาชี พในอนาคต คำถามอย่าง “ทำไมต้องฝึกงาน ทำงานจริงไปเลยไม่ได้หรือ”อาจเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่ตั้งข้ อสงสัย แต่ในความเป็นจริง การฝึกงานคือพื้นที่ทดลองที่ ปลอดภัยที่สุดของโลกการทำงาน เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้ จากการลงมือทำจริง พร้อมพื้นที่ให้ลองผิด ลองถูก และเติบโตอย่างมีทิศทาง งานวิจัย Generation Z and the World of Work in Southeast Asia (2023) ระบุว่า คนรุ่น Gen Z ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ ทำงานจริง การได้รับคำแนะนำจากผู้มี ประสบการณ์ และวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดรั บความคิดเห็นอย่างจริงใจ มากกว่าค่าตอบแทนหรือชื่อเสี ยงขององค์กรเพียงอย่างเดียว ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่ อแรงจูงใจ ความผูกพัน และการตัดสินใจเติบโตไปพร้ อมองค์กรในระยะยาว แนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่าน โครงการ KTC Co-Operative Program (KTC COOP) ของบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งออกแบบโครงการฝึกสหกิจศึกษาโดยยึดผู้เข้าร่วมโครงการเป็ นศูนย์กลาง เปิดโอกาสให้นิสิต–นักศึกษาชั้ นปีที่ 3–4 เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของที มงานจริง ทำงานในบทบาทที่มีความรับผิดชอบ และมีส่วนร่วมในการแสดงความคิ ดเห็นอย่างสร้างสรรค์ ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รั บการจัดสรรให้เข้าฝึกงานในหน่ วยงานที่ตนเองสนใจและมีพื้ นฐานการศึกษาที่สอดคล้องกับลั กษณะงาน เพื่อให้สามารถเรียนรู้และสร้ างคุณค่าได้อย่างแท้จริง ครอบคลุมหลากหลายสายงาน อาทิ การตลาดบัตรเครดิต เทคโนโลยีสารสนเทศ ทรัพยากรบุคคล การเงินและนักลงทุนสัมพันธ์ บริการลูกค้า และการสื่อสารองค์กร ช่วยให้เข้าใจภาพรวมการดำเนินธุ รกิจขององค์กรการเงินจากหลายมิ ติ นอกจากนี้ โครงการ KTC COOP ยังให้ความสำคัญกับระบบพี่เลี้ยง (Coach) ที่ทำหน้าที่ให้คำแนะนำและสะท้ อนมุมมองการทำงานอย่างใกล้ชิด สอดคล้องกับลักษณะการเรียนรู้ ของคนรุ่นใหม่ที่เติบโตได้ดี ในสภาพแวดล้อมที่มีการสื่ อสารอย่างเปิดเผยและจริงใจ ในมุมมองขององค์กร เคทีซีมองโครงการ KTC COOP เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การพั ฒนาคนรุ่นใหม่และการเตรี ยมความพร้อมของกำลังคนในอนาคต (Future Workforce) โดยเชื่อว่าการเปิดโอกาสให้นิสิ ต–นักศึกษาได้เรียนรู้ตั้งแต่ ระยะเริ่มต้น จะช่วยสร้างบุคลากรที่เข้าใจทั้ งวัฒนธรรมองค์กร ทักษะการทำงานจริง และพร้อมต่อยอดสู่ โลกการทำงานในอนาคต นางสาวปิยะสุดา แคว้นนนทรีย์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานทรัพยากรบุคคล บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “เคทีซี” กล่าวว่า เคทีซีเชื่อว่าการพัฒนาคนคือการลงทุนที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะ การเตรียมความพร้อมคนรุ่นใหม่ก่อนก้าวสู่โลกการทำงานจริง โครงการ KTC COOP มุ่งพัฒนานิสิต–นักศึกษาผ่ านการทำงานจริง เพื่อเสริมทักษะที่จำเป็นในยุ คใหม่ ทั้งการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม พร้อมเปิดโอกาสให้ค้นหาศั กยภาพและทิศทางการเติ บโตของตนเอง เพื่อก้าวสู่ชีวิตการทำงานอย่ างมั่นใจในอนาคตและได้ร่วมใช้ Core Values ขององค์กรเช่น “Junior Speaks First” ที่เปิดพื้นที่ให้คนรุ่ นใหม่สามารถตั้งคำถาม เสนอไอเดีย และแลกเปลี่ยนมุมมองได้อย่างอิ สระ โดยไม่ถูกจำกัดด้วยอายุหรื อสถานะทางตำแหน่ง สะท้อนวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดรั บศักยภาพจากคุณภาพของแนวคิด มากกว่าบทบาทหรือประสบการณ์ที่ ผ่านมา โครงการ KTC COOP เปิดรับนักศึกษาฝึกปฏิบัติงานปีละ 3 ช่วง ได้แก่ ภาคต้น ภาคปลาย และภาคฤดูร้อน ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอี ยดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-828-5099 เว็บไซต์ www.ktc.co.th/careers เฟซบุ๊ก: KTC Career หรือส่งประวัติมาที่อีเมล This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
ดีแคทลอน เผยเทรนด์กิจกรรมกลางแจ้งมาแรงช่วงสิ้นปี 2568 โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่น Gen Z และ Gen Y ที่หันมาใช้ธรรมชาติเป็นพื้นที่พักใจและฟื้นพลังชีวิต
ทั้งนี้ยอดขายในหมวดกิจกรรมและกีฬากลางแจ้งเติบโตสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2567 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะสินค้าประเภทวิ่งมียอดขายเติบโตมากกว่า 20% และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมเดินป่า แคมป์ปิ้ง มียอดขายเติบโตมากกว่า 10% สะท้อนพฤติกรรมคนไทยที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและการเชื่อมโยงตนเองเข้ากับธรรมชาติ พร้อมตอกย้ำกลยุทธ์ “Bring Sport Closer to People” ด้วยการเปิดสาขาใหม่ที่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ขยายฐานคนรักกีฬาและสุขภาพสู่โซนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก
เทรนด์ใหม่: จากออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ สู่การรวมกลุ่มสร้างประสบการณ์แบบ Sub-culture
จากการเก็บข้อมูล ดีแคทลอนชี้ให้เห็นว่าคนไทยยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y – Gen Z กำลังนิยาม “การดูแลสุขภาพ” ขึ้นใหม่ จากเดิมที่การออกกำลังกายคือการทำให้ร่างกายแข็งแรง มาสู่การให้ความสำคัญกับ “สุขภาพใจ” และ “การใช้เวลาร่วมกับผู้อื่น” มากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าเทรนด์ “เวลเนสยุคใหม่” ไม่ได้อยู่ที่ผลลัพธ์ทางร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่คือการเข้าสังคม สร้างประสบการณ์ใหม่ที่ได้ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และความสัมพันธ์ผ่านกลุ่มคนที่มีความชอบคล้ายกัน เป็นคอมมูนิตี้ที่มีเอกลักษณ์และวัฒนธรรมย่อย(Sub-culture) ของตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของกรมพลศึกษาในปี 2567 ที่พบว่า คนไทยออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพิ่มขึ้นจาก 40.4% ในปี 2565 เป็น 44.4% ในปี 2567 อีกทั้งในปัจจุบันยังได้รับแรงบันดาลใจจากกลุ่มผู้มีอิทธิพล คนดัง อินฟลูเอ็นเซอร์ ผ่านทางช่องทางโซเชียลมีเดีย ตลอดจนกระแสความนิยมจากกลุ่ม Running Club, คลาสโยคะในสวน ไปจนถึงกลุ่มเดินป่าและตั้งแคมป์ ส่งผลให้ “การออกกำลังกาย และกิจกรรมกลางแจ้ง” ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และกำลังเข้ามาเปลี่ยนกิจกรรมส่วนตัวหรือกลุ่มเล็กๆ สู่กิจกรรมทางสังคม ที่ผู้คนได้มาเชื่อมต่อ สร้างแรงบันดาลใจ และเติมเต็มชีวิตร่วมกัน
![]()
มร.ดีเรน เชตติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแคทลอน ประเทศไทย กล่าวว่า “เป็นเรื่องน่ายินดีที่ได้เห็นเทรนด์การรักสุขภาพ การออกกำลังกาย และการรวมตัวกันของคอมมูนิตี้ที่มีความสนใจคล้ายกันเกิดขึ้นมากมายในประเทศไทย ยอดการเติบโตของสินค้าหมวดกิจกรรมและกีฬากลางแจ้งของดีแคทลอน สะท้อนให้เห็นชัดถึงความเชื่อมโยมของคนไทยกับธรรมชาติในสถานที่ต่างๆ รวมถึงการใส่ใจในการดูแลตัวเองของคนในยุคปัจจุบัน ดีแคทลอนพร้อมเป็นหนึ่งในคัลเจอร์ใหม่ที่จะช่วยสร้างประสบการณ์ด้านกีฬาและกิจกรรมกลางแจ้งให้เป็นเรื่องที่เข้าถึงง่าย ด้วยอุปกรณ์คุณภาพ ราคาคุ้มค่า และคำแนะนำที่เป็นมิตรจากทีมเมทในสโตร์ของเรา”
Decathlon ปักหมุดบางกะปิ สร้าง “Urban Active Zone” ใจกลางเมือง
เพื่อสานต่อกระแสรักสุขภาพที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ดีแคทลอนเดินหน้ากลยุทธ์ “Bring Sport Closer to People” เปิดตัวสาขาที่ 28 ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ซึ่งเป็นย่านศักยภาพของกรุงเทพฯตะวันออก รายล้อมด้วยชุมชน มหาวิทยาลัย และสนามราชมังคลากีฬาสถาน ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่แบรนด์ตั้งใจปักธงให้กลายเป็น Urban Active Zone แห่งใหม่ของคนเมือง สาขาใหม่นี้ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “Semi-experience Store” ที่ให้ลูกค้าได้ทดลอง เคลื่อนไหว และสัมผัสกีฬาได้จริง ภายใต้พื้นที่กว่า 1,500 ตร.ม. ผ่านการจัดวางสินค้าตามหมวดหมู่กีฬาอย่างครบครัน ทั้งวิ่ง ปั่นจักรยาน ฟิตเนส โยคะ แคมป์ปิ้ง เดินป่า อุปกรณ์กีฬาสำหรับเด็ก เช่น อินไลน์สเก็ต หรืออุปกรณ์สร้างทักษะทางร่างกายสำหรับเด็กตามอายุต่างๆ ไปจนถึงอุปกรณ์สำหรับกิจกรรมในฤดูหนาว การออกแบบเน้นบรรยากาศโปร่ง โล่ง สบาย และเข้าถึงง่าย พร้อมพื้นที่สำหรับทดลองใช้อุปกรณ์จริง เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงการออกกำลังกายในบรรยากาศสนุกและเป็นกันเอง นอกจากนี้ ดีแคทลอนยังร่วมมือกับเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ และกลุ่มคนออกกำลังกายในพื้นที่ วางแผนจัดกิจกรรมกีฬาตลอดทั้งปี อาทิ Running Club ที่สอนเทคนิคการวิ่งและรวมกลุ่มออกวิ่ง หรือแคมป์ปิ้งเวิร์ค ช็อป เพื่อสร้างพลังให้ย่านบางกะปิกลายเป็น “Active Lifestyle Community” ที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจและพลังบวก
มร.ดีเรน เชตติ กล่าวเพิ่มเติมว่า “เรามองว่ากีฬาไม่ใช่เพียงอุปกรณ์หรือสถานที่ แต่คือเครื่องมือในการสร้างแรงบันดาลใจ ความสัมพันธ์ และความสุขในชีวิตประจำวัน การเปิดดีแคทลอน สาขาเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ จึงเป็นก้าวสำคัญในการนำพลังของกีฬาเข้าใกล้ชีวิตผู้คน และทำให้ทุกคนรู้สึกว่ากีฬาเป็นเรื่องเข้าใจง่ายและเข้าถึงได้จริง”
Bring Sport Closer to People ที่ดีแคทลอน กีฬาเล่นได้ทุกวัน
ปลายปีนี้ การพักผ่อนของคนไทยอาจไม่ได้หมายถึงการพักผ่อนอยู่บ้านอีกต่อไป แต่คือการออกเดินทางเพื่อไปใกล้ชิดธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่า ตั้งแคมป์ ปั่นจักรยาน หรือโยคะกลางแจ้ง กิจกรรมเหล่านี้กลายเป็น “รูปแบบใหม่ของการออกกำลังกายและการเชื่อมโยงตัวตนเข้ากับสังคมในรูปแบบใหม่” ที่ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงความฟิตของร่างกาย แต่เป็นการเติมเต็มสุขภาพใจ หรือการฮีลใจ และสร้างสัมพันธ์กับสิ่งรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นผู้คน สิ่งของ สถานที่ หรือธรรมชาติ ชมข้อมูลสินค้า อุปกรณ์กีฬา และอุปกรณ์กิจกรรมกลางแจ้งจาก ดีแคทลอน เพิ่มเติมได้ที่ ดีแคทลอนสโตร์ทุกสาขา หรือค้นหาดีแคทลอนสาขาใกล้คุณที่ https://www.decathlon.co.th/
ในยุคที่การแข่งขันบนตลาดอีคอมเมิร์ซไม่เพียงแต่ดุเดือดในแง่ของความ ‘ถูก’ แต่ยังรวมถึง ความ ‘คุ้ม’ และ ‘คอนเทนต์’ ที่กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการมัดใจนักช้อปมือโปร
จากรายงานของ Thailand E-Commerce Trends 2025 คาดการณ์ว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยปี 2568 จะมีมูลค่าสูงถึง 1.07 ล้านล้านบาท และเติบโตถึง 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน1สะท้อนถึงโอกาสทองที่นักการตลาดไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเจาะกลุ่ม Gen Z ที่มีประชากรถึง 20% ของประเทศ ซึ่งกำลังก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลบนสมรภูมิอีคอมเมิร์ซที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน ผู้เล่นที่เข้าใจความต้องการของกลุ่มนี้และสามารถวางกลยุทธ์การตลาดที่ตอบโจทย์พฤติกรรมการเสพคอนเทนต์ของ Gen Z ได้ก่อน ก็จะมีโอกาสมัดใจและดึง กำลังซื้อจากกลุ่มนี้ไป ดังนั้นคำถามสำคัญไม่ใช่แค่ ‘จะขายอะไรให้ Gen Z?’ แต่เป็น ‘จะขายยังไงให้มัดใจ Gen Z ได้อยู่หมัด?’ ในวันที่ผู้บริโภคกลุ่มนี้ไม่ได้ตัดสินใจซื้อสินค้าจากแค่ ‘ราคา’ อีกต่อไป
ล่าสุด Kantar (คันทาร์) บริษัทวิจัยชั้นนำด้านข้อมูลเชิงลึกและที่ปรึกษาทางการตลาดระดับโลก เผยผลวิจัยฉบับใหม่ ในหัวข้อ “From Watching to Buying: Why Gen Z Are Embracing Content-Driven Shopping” ที่เจาะลึกเทรนด์การซื้อสินค้าออนไลน์ของกลุ่มผู้บริโภค Gen Z จากการสำรวจข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z โดยงานวิจัยฉบับนี้เจาะลึกถึงบทบาทของคอนเทนต์และปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นที่กลุ่ม Gen Z อายุระหว่าง 18–24 ปี เพื่อเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์และนักการตลาดสามารถปรับกลยุทธ์การสื่อสารให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และความคาดหวังของผู้บริโภครุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
![]()
คอนเทนต์แบบ ‘Multi-Format’ กลายเป็นมาตรฐานใหม่ มัดใจผู้บริโภค Gen Z
จากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เน้นความไว ส่งผลให้ Gen Z มองหารูปแบบคอนเทนต์ที่เข้าถึงได้ง่าย และ สามารถมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับเพื่อนและครีเอเตอร์ กลายเป็นรูปแบบความบันเทิงหลักที่ชาว Gen Z มองหา จึงเป็นผลให้คอนเทนต์วิดีโอสั้นแนวตั้ง ได้รับความนิยมสูงสุด ด้วยสัดส่วน 71% ที่เน้นนำเสนอคอนเทนต์ที่สั้น กระชับ และเข้าถึงง่าย ตอบโจทย์พฤติกรรมแบบเสพคอนเทนต์แบบ Mobile First ที่เน้น ‘ดูไว เข้าใจง่าย’
อย่างไรก็ตาม คอนเทนต์วิดีโอยาวก็ยังคงมีบทบาทสำคัญ โดย 56% เลือกรับชมคอนเทนต์ที่มีความยาว เช่น วิดีโอสอนการใช้งาน (Tutorial) วิดีโอถ่ายทอดไลฟ์สไตล์ (Vlog) และวิดีโอให้สาระ-ความรู้ (Documentary) ตอบโจทย์กลุ่มที่ต้องการศึกษาข้อมูลเชิงลึกในรายละเอียด ในขณะที่ ไลฟ์สตรีม เช่น เกมสตรีมมิ่ง ถือว่ามีสัดส่วนต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย อยู่ที่ 32% แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภค Gen Z ให้ความสำคัญกับคอนเทนต์ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ ดูที่ไหน-เมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการ (On-Demand) มากกว่าคอนเทนต์แบบเรียลไทม์
จากผลวิจัยแสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภค Gen Z เปิดรับสื่อวิดีโอที่หลากหลาย สั้น-ยาว สลับกันไปมา การใช้วิดีโอสั้นเข้ามาดึงดูดความสนใจเพื่อนำไปสู่การรับชมคอนเทนต์วิดีโอยาว กำลังจะกลายมาเป็นมาตรฐานใหม่ที่ Gen Z มองหา นักการตลาดจึงควรวางกลยุทธ์ การสื่อสารที่ครอบคลุมรูปแบบของเนื้อหาและช่วงเวลาที่เหมาะสมและถ้าวัดกันด้วยเรื่องแพลตฟอร์มครองใจ YouTube ถือเป็นแพลตฟอร์มชั้นนำที่รองรับรูปแบบเนื้อหาวิดีโอทั้งแบบสั้นและยาว โดยผู้บริโภค Gen Z ชื่นชอบถึง 78% รองลงมาคือ TikTok, Instagram, Facebook
โดยผู้บริโภค Gen Z เผยอีกว่าเลือกเสพคอนเทนต์จาก YouTube สำหรับวิดีโอยาวๆ เพราะแพลตฟอร์มเหล่านี้ช่วยให้อินฟลูเอนเซอร์หรือผู้เชี่ยวชาญสามารถอธิบายข้อมูลได้อย่างละเอียดลึกซึ้ง โดย 97% ของผู้บริโภค Gen Z ระบุว่า ครีเอเตอร์ที่น่าเชื่อถือมีส่วนสำคัญในการตัดสินใจซื้อ โดยให้ความสำคัญกับรีวิวที่เชื่อถือได้โดยพิจารณาจากการรีวิวสินค้าจากความเชี่ยวชาญในฐานะผู้ใช้งานจริง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ มีความเชื่อมโยงกับ YouTube อย่างเห็นได้ชัด นักการตลาดควรพิจารณาให้ดีว่า ควรให้ใครพูดแทนแบรนด์ถึงจะทำให้รีวิวนั้นน่าเชื่อถือมากพอ และคำถามถัดไปคือจะขายอะไรให้ผู้บริโภค Gen Z?
![]()
This Is Me: ช้อปปิ้งสะท้อนอัตลักษณ์ เพราะนี่คือ ‘ฉัน’
ประเภทสินค้าที่ผู้บริโภค Gen Z ทั่วไปให้ความสนใจ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ดูแลตัวเอง (36%) อาหารและเครื่องดื่ม แฟชั่นผู้หญิง ความงาม และเครื่องประดับแฟชั่น แต่เมื่อเจาะไปที่ผู้บริโภคหญิง Gen Z มีพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยที่หลากหลายมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับผู้บริโภคชาย Gen Z นั่นหมายถึง ผู้หญิง นิยมซื้อสินค้าประเภทแฟชั่นผู้หญิง ผลิตภัณฑ์ดูแลตัวเอง ความงาม และเครื่องประดับแฟชั่น แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคหญิง Gen Z ให้ความสำคัญกับสินค้าที่แสดงออกถึงตัวตนอย่างชัดเจน นักการตลาดอาจต้องทำการบ้านเพิ่มเติมเพื่อมองให้ลึกถึงการพัฒนาสินค้าหรือบริการที่ตอบโจทย์ตัวตนและส่งเสริมภาพลักษณ์ในแบบที่ผู้หญิง Gen Z ให้ความสนใจ ในขณะที่ผู้ชายนิยมซื้อสินค้าประเภทแฟชั่นผู้ชาย และอุปกรณ์เสริมอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก
เมื่อรู้ว่าสินค้าหมวดหมู่ใดที่ผู้บริโภค Gen Z สนใจแล้ว นักการตลาดจะนำเสนอสินค้าเข้าไปอยู่ในสายตาของพวกเขาได้อย่างไร ให้สอดคล้องไปกับพฤติกรรม ‘เสิร์ชก่อนซื้อ’?
จากผลการวิจัยพบว่าเมื่อผู้บริโภค Gen Z ได้ตระหนักถึงปัจจัยดังกล่าวแล้วนั้น ก็มองหาช่องทางที่ตอบโจทย์ที่สุดในการเลือกซื้อสินค้า โดยรายงานระบุว่า Shopee เป็นแพลตฟอร์มอันดับแรกที่ Gen Z ใช้ทั้งในการค้นหาไอเดียและตัดสินใจซื้อสินค้า รองลงมาคือ TikTok Shop และ Lazada
![]()
‘ส่งฟรี’ ครองแชมป์ทุกสมัย: เพราะราคา ‘ถูก’ ไม่ใช่ปัจจัย แต่คุ้ม ‘ถูกใจ’ ต่างหากที่ Gen Z ตามหา
แม้จะอยู่ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย แต่ตัวกระตุ้นหลักที่ทำให้ผู้บริโภค Gen Z ตัดสินใจซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ กลับไม่ใช่แค่เรื่องของ ‘ราคา’ เท่านั้น แต่คือความรู้สึก ‘คุ้มค่า’ ที่สามารถจับต้องได้จริง โดย 3 ปัจจัยกระตุ้นสูงสุดที่เป็นแรงสนับสนุนพฤติกรรมการจับจ่ายบนโลกออนไลน์ของผู้บริโภค Gen Z นั่นคือ การส่งฟรี (40%) โปรโมชั่นที่น่าสนใจ (29%) และส่วนลดที่คุ้มค่า (28%) พฤติกรรมนี้อาจจะกำลังบอกนักการตลาดว่า การแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งผู้เล่นที่ ‘ราคาถูกที่สุด’ อาจไม่ใช่วิธีที่เวิร์ค เสมอไป แต่ควรคำนึงถึงความคุ้มค่าในแง่ของประสบการณ์ที่ผู้บริโภคจะได้รับเป็นสำคัญ และเมื่อพูดถึงพฤติกรรมการซื้อสินค้าบนช่องทางออนไลน์ พบว่า ผู้บริโภค Gen Z มีการใช้จ่ายผ่านทั้งโซเชียลคอมเมิร์ซและแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ สะท้อนถึงความยืดหยุ่นในการเลือกใช้แพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ประสบการณ์ที่แตกต่างกัน
ด้านความนิยมของแพลตฟอร์มสำหรับการจับจ่ายใช้สอย พบว่า Shopee ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่ครองใจผู้บริโภค Gen Z มากกว่าครึ่ง (52%) โดยมีปัจจัยหนุนที่สำคัญด้าน UX/UI ที่ใช้งานง่าย โปรโมชั่นและส่วนลดที่น่าดึงดูดใจ รวมไปถึงประสบการณ์ด้านขนส่งที่น่าเชื่อถือ จึงกลายเป็น Go-To แพลตฟอร์มเมื่อคิดจะซื้อสินค้าออนไลน์ อันดับถัดมาคือ Lazada (22%) TikTok (16%) และ Facebook (8%)
กลุ่มผู้บริโภค Gen Z ถือว่าเป็นพลังของคนรุ่นใหม่ที่มีอิทธิพลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่นักการตลาดไม่ควรมองข้าม หากคิดจะขายสินค้าให้กับผู้บริโภคกลุ่มนี้ นักการตลาดจะคิดแค่เรื่องการพัฒนา ‘สินค้าที่ดีที่สุด’ และ ‘ราคาที่ถูกที่สุด’ อาจไม่เพียงพออีกต่อไป แบรนด์และนักการตลาดจำเป็นต้องเข้าใจถึงภาพรวมของพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภค Gen Z และคำนึงถึงการส่งมอบ ‘ความคุ้มค่า’ พร้อม ‘ประสบการณ์ที่ดีที่สุด’ ควบคู่ไปกับการนำเสนอ ‘คอนเทนต์ที่ถูกใจ’ และ ‘วางสินค้าให้ถูกจุด’ เหมือนอย่าง Shopee ที่เฟ้นหา กลยุทธ์ในการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค Gen Z เพื่อเชื่อมโยงสินค้าเข้าไว้กับไลฟ์สไตล์และ Touch Point ของการจับจ่าย สร้างประสบการณ์ที่นำไปสู่การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์และผู้บริโภคกลุ่มนี้ จนกลายเป็น Brand Loyalty ขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจอย่างทันสถานการณ์ในยุคดิจิทัล
สตาร์บัคส์ ประเทศไทย รีเฟรชประสบการณ์ใหม่ กับการเปิดตัวแคมเปญเครื่องดื่ม ‘Gen Z’ ใหม่ล่าสุด ณ สยามสแควร์วัน แลนด์มาร์กสุดฮิตของชาว Gen Z
โดยเมนูใหม่ในครั้งนี้ประกอบด้วยเครื่องดื่มกลุ่มนัทตี้ ครีม ครั้นช์ และ พีช แอพริคอต คอฟฟรูติ ที่ผสมผสานเอกลักษณ์กาแฟของสตาร์บัคส์เข้ากับความทันสมัย ตอบโจทย์ชาว Gen Z ได้เป็นอย่างดี งานในวันนี้ยังมี คุณแจ๊คกี้ จักริน กังวานเกียรติชัย ศิลปิน T-Pop ที่กำลังมาแรงร่วมสร้างสีสันและความสนุกสนานกับการแสดงสุดพิเศษที่สะท้อนความสดใสและมีชีวิตชีวาตามสไตล์ Gen Z กลุ่มคนซึ่งเป็น แรงบันดาลใจเบื้องหลังเมนูเครื่องดื่มใหม่ของสตาร์บัคส์ พิเศษไปกว่านั้น ภายในงานยังมีการเปิดตัวมาสคอตแบริสต้า (Bearista) ครั้งแรกในประเทศไทย หมีแบริสต้าแสนน่ารักที่มาพร้อมผ้ากันเปื้อนสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของสตาร์บัคส์ ช่วยสร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงาน นับเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการสร้างภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่ายและสนุกสนานมากกว่าเคย
ด้วยวิสัยทัศน์ที่พร้อมปรับเปลี่ยนเพื่อพัฒนาอยู่เสมอ สตาร์บัคส์ให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจและสร้างความผูกพันกับลูกค้าในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม Gen Z ที่มีบทบาทโดดเด่นในปัจจุบัน สตาร์บัคส์ตระหนักดีว่ากลุ่ม Gen Z เป็น ผู้นำเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ โดยมักให้ความสำคัญกับการแสดงออกถึงตัวตน ความคิดสร้างสรรค์ และมองหาประสบการณ์ที่แตกต่าง ผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคล่าสุดชี้ให้เห็นว่า Gen Z ชื่นชอบสินค้าที่มีความเอ็กซ์คลูซีฟ ลิมิเต็ดอิดิชั่น และยังชอบประสบการณ์ที่สามารถถ่ายทอดเป็นเรื่องราวผ่านภาพได้อย่างสวยงาม สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ชีวิตติดคอนเทนต์ สตาร์บัคส์จึงได้รังสรรค์เครื่องดื่มใหม่ 2 เมนูพิเศษที่พร้อมจุดประกายความตื่นเต้นให้กับคน Gen Z และชวนแบ่งปันประสบการณ์บนช่องทางโซเชียล มุ่งยกระดับความประทับใจโดยรวมที่มีต่อแบรนด์ เครื่องดื่ม 2 เมนูสุดพิเศษรังสรรค์มาเพื่อให้เหมาะกับทุก ไลฟ์สไตล์ โดยผสานทั้งความสนุกสนานแปลกใหม่และรสชาติกลมกล่อมที่คุ้นเคย เครื่องดื่มกลุ่มนัทตี้ ครีม ครั้นช์ มีให้เลือกทั้งแบบอเมริกาโน่และลาเต้ คิดค้นมาภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Dessert in a Cup’ หรือของหวานที่เสิร์ฟมาในแก้ว อัดแน่นด้วยรสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นถั่ว ให้เนื้อสัมผัสละมุน ไว้ดื่มเป็นรางวัลให้กับตนเองตอนที่อยากพักใจ ส่วนเมนูพีช แอพริคอต คอฟฟรูติ ผสมผสานความพิถีพิถันในการชงกาแฟของสตาร์บัคส์เข้ากับการตกแต่งเครื่องดื่มแบบสะดุดตา เหมาะสำหรับเติมความสดชื่นเพื่อเริ่มต้นวันในช่วงเช้าและเติมพลังในช่วงบ่าย
“เมนูใหม่เหล่านี้สะท้อนถึงความตั้งใจของสตาร์บัคส์ที่พร้อมเติบโตและพัฒนาไปพร้อมๆ กับลูกค้าของเรา โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่เป็นแรงบันดาลใจให้เราสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ด้วยความกล้าที่จะแตกต่างและความคิดสร้างสรรค์อันไร้ขีดจำกัดที่นับว่าเป็นความโดดเด่นในกลุ่มคนวัยนี้” คุณสุมนพินทุ์ โชติกะพุกกณะ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร สตาร์บัคส์ ประเทศไทย กล่าว “สตาร์บัคส์เชื่อว่ากาแฟไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่ม แต่เป็นเครื่องมือเชื่อมความสัมพันธ์ ช่วยแสดงออกถึงตัวตน และยังเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาพิเศษมากมาย กลยุทธ์ ‘Taste the Latest’ ของสตาร์บัคส์ จึงมุ่งมั่นสร้างสรรค์กาแฟที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วยรสชาติที่ทุกคนคุ้นเคย แต่แฝงไว้ด้วยความแปลกใหม่น่าค้นหา ไม่ว่าจะเป็น ความเข้มข้น กลมกล่อมของเครื่องดื่มกลุ่มนัทตี้ ครีม ครั้นช์ หรือความสดชื่นจากเมนูพีช แอพริคอต คอฟฟรูติ แต่ละเมนูล้วนท้าทายข้อกำจัดของกาแฟในรูปแบบเดิมๆ และพร้อมส่งมอบความสุขอย่างแท้จริงให้กับลูกค้า เราหวังว่าเครื่องดื่มเหล่านี้จะเป็นตัวเชื่อมระหว่างผู้คน พร้อมจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ และเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น ระหว่างการจิบกาแฟยามเช้า การใช้เวลาร่วมกับเพื่อนๆ หรือการแชร์ภาพโมเมนต์ดีๆ ทางโซเชียลมีเดีย สตาร์บัคส์พร้อมเป็นร้านกาแฟที่อยู่เคียงข้างคุณในทุกช่วงเวลา และเราจะเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อลูกค้าทุกเจเนอเรชันต่อไป”
![]()
เกี่ยวกับเครื่องดื่ม Gen Z
นัทตี้ ครีม ครั้นช์
· นัทตี้ ครีม ครั้นช์ อเมริกาโน่ เครื่องดื่มสุดพิเศษที่เสิร์ฟพร้อมวิปครีมคาราเมลเนื้อนุ่มละมุน โรยด้วยอัลมอนด์เคลือบน้ำตาลกรุบกรอบ ให้ความรู้สึกเหมือนได้ลิ้มรสขนมหวานชั้นเลิศเสิร์ฟในแก้วกาแฟ
· นัทตี้ ครีม ครั้นช์ ลาเต้ สัมผัสความอร่อยที่คุ้นเคยในมิติใหม่ ด้วยการผสานเอสเพรสโซ่รสเข้มและนม เข้ากับซอสไวท์ช็อกโกแลตมอคค่า ท็อปด้วยวิปครีมคาราเมลและอัลมอนด์เคลือบน้ำตาล
พีช แอพริคอต คอฟฟรูติ
การผสมผสานอย่างพิถีพิถันลงตัวของชาดำและชาคาโมมายล์ พร้อมเติมความหอมหวานด้วยซอสพีช-แอพริคอต และน้ำเชื่อมพีช ยกระดับความอร่อยด้วยช็อตเอสเพรสโซ่ซิกเนเจอร์สูตรเฉพาะของสตาร์บัคส์ เครื่องดื่มสุดสร้างสรรค์เมนูนี้ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับกาแฟดำได้เป็นอย่างดี มาพร้อมชื่อเมนูที่สนุกสนาน มีสีสันสดใส เหมาะกับการถ่ายภาพ
เครื่องดื่มคอลเลกชัน Gen Z จากสตาร์บัคส์ จะพร้อมเสิร์ฟในเดือนมิถุนายน 2568 ที่ร้านสตาร์บัคส์ทุกสาขาทั่วประเทศ จนกว่าสินค้าจะหมด
การแสดงพิเศษจากศิลปิน: ความสนุกสไตล์ Gen Z
คุณแจ๊คกี้ จักริน กังวานเกียรติชัย ศิลปิน T-Pop ที่กำลังมาแรง ยังได้ร่วมสร้างสีสันในงานเปิดตัวด้วยการแสดงเพลงฮิตให้ผู้ร่วมงานได้รับฟังแบบใกล้ชิด พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวความประทับใจในร้านสตาร์บัคส์ และเชิญชวนแฟนๆ มาร่วมลิ้มลองเครื่องดื่มคอลเลกชัน Gen Z ใหม่ล่าสุดนี้ไปด้วยกันในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง สะท้อนถึงทิศทางของแบรนด์ที่มุ่งเน้นการเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่
![]()
พบกับแบริสต้า: แอมบาสเดอร์มอบความสุขใหม่ล่าสุดจากสตาร์บัคส์
เพิ่มดีกรีความน่ารักให้กับงานด้วยการเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์ใหม่ล่าสุด ครั้งแรกในประเทศไทย กับ "แบริสต้า" ตุ๊กตาหมีในชุดผ้ากันเปื้อนสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของสตาร์บัคส์ ที่จะพร้อมสร้างรอยยิ้มและมอบความอบอุ่นให้กับลูกค้าสตาร์บัคส์ทุกช่วงวัย