January 13, 2026

เผยโฉมนวัตกรรม AI ล่าสุด ที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของหน้าจอ สู่การเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะข้างกายในทุกมิติ

ทั้งที่อยู่อาศัย ยานยนต์ และพื้นที่ไลฟ์สไตล์

 

 

  • แอลจี อีเลคทรอนิคส์ เปิดตัวนวัตกรรม AI ที่ รับรู้ คิด และลงมือทำ ด้วยความใส่ใจอย่างแท้จริง ภายใต้แนวคิด "Innovation in tune with you - นวัตกรรมที่เข้าใจคุณ"
  • ไฮไลต์ที่ต้องจับตา ได้แก่ หุ่นยนต์ผู้ช่วยอัจฉริยะ LG CLOiD™ โซลูชันสำหรับยานยนต์ ทีวี AI รุ่นใหม่ล่าสุด นำโดย LG OLED evo W6 Wallpaper TV สุดบางเฉียบ และการเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของ LG SIGNATURE ด้วยเวอร์ชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI
  • ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสประสบการณ์สุดดื่มด่ำผ่าน โซนหลัก ทั้ง  Living, Ride, Viewing, Entertainment และ Mastery ที่แสดงให้เห็นถึงการหลอมรวมเทคโนโลยี ดีไซน์ และอารมณ์ความรู้สึกเข้าด้วยกันอย่างลงตัวในทุกไลฟ์สไตล์

 บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ จำกัด สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ จัดแสดงนวัตกรรมล้ำสมัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในงาน CES® 2026 ภายใต้แนวคิด “Innovation in tune with you – นวัตกรรมที่เข้าใจคุณ นิทรรศการครั้งนี้มุ่งเน้นการสอดประสานแนวคิด ความอัจฉริยะที่มีเสน่ห์ หรือ Affectionate Intelligence เข้ากับอุปกรณ์ โซลูชัน และสภาพแวดล้อมต่างๆ ในทุกมิติของชีวิต เพื่อยกระดับประสบการณ์ตั้งแต่ที่อยู่อาศัย การเดินทาง ไปจนถึงทุกพื้นที่ไลฟ์สไตล์

 ภายในงาน CES 2026 ครั้งนี้ แอลจีได้แสดงศักยภาพให้เห็นถึงระบบ AI ของแอลจีที่สามารถรับรู้สภาวะแวดล้อมประมวลผลข้อมูล ตลอดจนปฏิบัติการในสถานการณ์จริงได้อย่างเหนือชั้นผ่านโมเดล รับรู้-ประมวลผล-ปฏิบัติการ (Sense-Think-Act) ที่ไม่ใช่แค่การสั่งงานผ่านซอฟต์แวร์ แต่เป็นการฝัง AI เข้าไปในฮาร์ดแวร์โดยตรง ทั้งในหุ่นยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานพาหนะ และทีวี เพื่อให้ทุกอุปกรณ์สามารถทำงานและปรับตัวตามบริบทได้อย่างชาญฉลาด

 นิทรรศการครั้งนี้ยังได้ยกทัพนวัตกรรม AI มาจัดแสดงอย่างเต็มรูปแบบครอบคลุมหลากหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ LG CLOiD หุ่นยนต์ผู้ช่วยประจำบ้าน กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ ระบบสำหรับยานยนต์แห่งอนาคต แพลตฟอร์มทีวีและความบันเทิง พร้อมการเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของกลุ่มผลิตภัณฑ์พรีเมียม LG SIGNATURE ที่มาในเวอร์ชันใหม่ซึ่งขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มศักยภาพ

 จุดต้อนรับอันน่าประทับใจ: ประติมากรรม "In Tune"

ก้าวแรกสู่บูธของแอลจี ผู้เข้าชมจะได้พบกับประติมากรรมดิจิทัลอันน่าทึ่งอย่าง "In Tune" ซึ่งเป็นการนำทีวี LG OLED evo W6 หรือ Wallpaper TV ที่บางเฉียบเพียง 9 มิลลิเมตร จำนวน 38 เครื่อง มาถักทอร้อยเรียงให้ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ ทุกจอภาพจะทำงานสอดประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ สร้างปรากฏการณ์ภาพที่เคลื่อนไหวจากจอภาพแยกส่วน ก่อนจะหลอมรวมเป็นภาพไดนามิกหนึ่งเดียวที่ทรงพลัง เพื่อสะท้อนถึงแนวคิด “Innovation in tune with you” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Living in Tune: บ้านอัจฉริยะ (Zero Labor Home)

ตามมาด้วยโซน Living in Tune ที่แอลจีได้ฉายภาพวิสัยทัศน์ Zero Labor Home ให้กลายเป็นความจริงที่สัมผัสได้ ที่นี่คือระบบนิเวศอัจฉริยะที่ทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่หุ่นยนต์ประจำบ้าน LG CLOiD เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ ไปจนถึงบริการ AI ทำงานสอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อคาดการณ์ความต้องการของผู้ใช้งานล่วงหน้าและลดภาระงานในครัวเรือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 สำหรับไฮไลต์ของโซนนี้คือ LG CLOiD ซึ่งได้สาธิตศักยภาพการทำงานจริงใน สถานการณ์จำลองของบ้าน ดังนี้

  • ห้องครัว – วางแผนมื้ออาหารที่เหมาะสมสำหรับสมาชิก คนในครอบครัว
  • ห้องนั่งเล่น – คอยตรวจวัดและส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงวัยที่ยังคงมีไลฟ์สไตล์ที่แอคทีฟ
  • ห้องซักรีด – รับผิดชอบกระบวนการดูแลเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มทั้งหมดโดยอัตโนมัติ

 โดย LG CLOiD ได้รับการออกแบบมาให้มีความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือเป็นหัวใจสำคัญ ทำให้สามารถปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยจริงได้อย่างเป็นธรรมชาติและไร้รอยต่อ การสาธิตได้เผยถึงศักยภาพทางกายภาพของ LG CLOiD อันน่าทึ่ง ตั้งแต่ความละเอียดอ่อนในการหยิบจับวัตถุด้วยปลายนิ้วไปจนถึงการเคลื่อนไหวของแขนอย่างอิสระ ซึ่งศักยภาพทั้งหมดนี้ถูกปลดล็อกผ่านการทำงานร่วมกับแพลตฟอร์ม AI Home อัจฉริยะอย่าง ThinQ™ ได้อย่างสมบูรณ์

 ยิ่งไปกว่านั้น ภายในโซนยังได้จัดแสดงบริการ ThinQ UP และ ThinQ Care เวอร์ชันใหม่ ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าเมื่อโซลูชันทั้งหมดทำงานประสานกันอย่างชาญฉลาด จะสามารถเปลี่ยนบ้านธรรมดาให้กลายเป็นพื้นที่อัจฉริยะที่เปี่ยมด้วยความเข้าอกเข้าใจ สามารถรับรู้และตอบสนองต่อทุกความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้อย่างแท้จริง

 นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัว LG Actuator AXIUM™ ซึ่งเป็นแบรนด์แอคชูเอเตอร์สำหรับหุ่นยนต์แบรนด์ใหม่ ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองต่อตลาดหุ่นยนต์ซึ่งมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว แอคชูเอเตอร์ดังกล่าวเป็นการบูรณาการชิ้นส่วนสำคัญ ได้แก่ มอเตอร์ ไดรฟ์ และรีดิวเซอร์ ไว้ในโมดูลขนาดกะทัดรัดเพียงชุดเดียว โดยทำหน้าที่เปรียบเสมือนข้อต่อของหุ่นยนต์

ซึ่งจุดแข็งของ AXIUM คือการที่แอลจีนำประสบการณ์จากการออกแบบมอเตอร์เครื่องใช้ไฟฟ้ามาใช้ เพื่อสร้างแพลตฟอร์มที่คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด ความเชี่ยวชาญนี้จะทำให้แอคชูเอเตอร์ของแอลจีมีข้อได้เปรียบที่ชัดเจน ทั้งในด้านดีไซน์ที่เบาและกะทัดรัด การทำงานที่เปี่ยมประสิทธิภาพ และการให้แรงบิดที่สูง

 Ride in Tune: ยานยนต์อัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI

ถัดมาภายในโซน Ride in Tune ที่แอลจีได้นำเสนอวิสัยทัศน์สำหรับยานยนต์ที่กำหนดด้วยซอฟต์แวร์ (Software-Defined Vehicles) และสภาพแวดล้อมในห้องโดยสารอัจฉริยะ โดยได้มีการสาธิตโซลูชันสำหรับยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของแอลจี (LG AI-powered In-Vehicle Solutions) นวัตกรรมล่าสุดที่การันตีความเหนือชั้นด้วยรางวัลสูงสุด CES 2026 Best of Innovation Award ในสาขาความบันเทิงในรถยนต์ (In-Vehicle Entertainment) โดยศักยภาพของโซลูชันนี้จะถูกถ่ายทอดผ่านการทำงานของ ระบบแกนหลัก ได้แก่

 

  • โซลูชันจอแสดงผลในห้องโดยสาร (Mobility Display Solution) – เปลี่ยนกระจกหน้ารถให้เป็นพื้นผิวจอแสดงผลสำหรับข้อมูลการขับขี่แบบเรียลไทม์หรือเปลี่ยนเป็นโลก Mixed-Reality อันน่าทึ่งเมื่อรถเข้าสู่โหมดขับขี่อัตโนมัติ
  • โซลูชันการมองเห็นสำหรับยานยนต์ (Automotive Vision Solution) – ดวงตาอัจฉริยะของรถที่ใช้เทคโนโลยีติดตามสายตาและเซ็นเซอร์ต่างๆ  เพื่อเฝ้าระวังความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ และสภาวะของผู้โดยสาร ซึ่งนำไปสู่การเปิดใช้งานฟังก์ชันความปลอดภัยแบบปรับเปลี่ยนได้ (Adaptive Safety) และการโต้ตอบที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
  • โซลูชันความบันเทิงในรถยนต์ (In-Vehicle Entertainment Solution) – สัมผัสประสบการณ์ความบันเทิงที่ต่อเนื่องจากบ้านสู่รถยนต์ได้อย่างไม่มีสะดุด  และยังสร้างสรรค์วิธีการสื่อสารรูปแบบใหม่ผ่านกระจกหน้าต่างด้านข้างของตัวรถ

 การทำงานร่วมกันของโมดูลเหล่านี้ คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า แพลตฟอร์ม Generative AI แบบ Multimodal ของแอลจี สามารถเปลี่ยนทุกการเดินทางให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ดื่มด่ำและพิเศษสุดสำหรับแต่ละบุคคลได้อย่างน่าทึ่ง

 Viewing in Tune: จอภาพที่ขับเคลื่อนด้วย AI

สำหรับโซน Viewing in Tune คือพื้นที่ที่แอลจีได้ปลดปล่อยศักยภาพสูงสุดของเทคโนโลยีจอภาพ เพื่อมอบประสบการณ์การรับชมที่เหนือจินตนาการ หัวใจสำคัญของโซนนี้คือทีวี LG OLED evo Wallpaper ที่จะทำให้ผู้ชมเต็มอิ่มกับคุณภาพของภาพอันสมบูรณ์แบบจากเทคโนโลยี Hyper Radiant Color พร้อมดื่มด่ำกับความงามของดีไซน์ Wallpaper ที่บางเฉียบจนแนบสนิทไปกับผนัง ซึ่งเกิดขึ้นได้จากการเชื่อมต่อแบบไร้สายอย่างสมบูรณ์ด้วยเทคโนโลยี True Wireless และเพื่อยกระดับประสบการณ์ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โซนนี้ยังเปิดตัว LG Gallery+ บริการใหม่บน webOS ที่จะเปลี่ยนทีวีของคุณให้กลายเป็นแกลเลอรีศิลปะส่วนตัว คัดสรรผลงานมาจัดแสดงตามรสนิยมของคุณโดยเฉพาะ

 ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสกับประสบการณ์การควบคุมทีวีที่ง่ายดายและชาญฉลาด ผ่านการสาธิตคุณสมบัติ webOS AI ทั้ง AI Search, AI Concierge และ AI Voice Control ซึ่งเผยให้เห็นว่าเทคโนโลยีการประมวลผลภาษาธรรมชาติและระบบแนะนำอัจฉริยะ สามารถเปลี่ยนวิธีการจัดการเนื้อหาและการตั้งค่าอุปกรณ์ที่ซับซ้อนให้กลายเป็นเรื่องง่ายดายกว่าที่เคย

 อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการเผยโฉมทีวีเรือธงเจเนอเรชันใหม่ อย่าง OLED evo G6 และ Micro RGB evo ซึ่งขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล α (Alpha) 11 AI Processor Gen3 ชิปประมวลผลรุ่นนี้มีคุณสมบัติเด่นคือ Dual Super Upscaling ซึ่งสามารถประมวลผลการอัปสเกลด้วย AI สองรูปแบบได้ในเวลาเดียวกัน ส่งผลให้ภาพมีความคมชัดสูงขึ้น ในขณะที่ยังคงความเป็นธรรมชาติและความสมดุล มอบประสบการณ์ความคมชัดและความดื่มด่ำในระดับสูงสุด พร้อมกันนี้ ยังมีการจัดแสดง AM Micro LED TV AI ขนาด 136 นิ้ว ที่จะมาทำหน้าที่เป็นเวทีสุดอลังการสำหรับคอนเทนต์ระดับพรีเมียม

 Entertainment in Tune: เพื่อคอเกมและคนรักเสียงเพลง

แอลจีจับมือกับ Reddit เพื่อสร้างสรรค์โซน Entertainment in Tune ซึ่งเป็นพื้นที่จัดแสดงขุมพลังแห่งความบันเทิงสำหรับคอเกมโดยเฉพาะ โดยนำเสนอสุดยอดประสบการณ์การเล่นเกมใน รูปแบบ ประกอบด้วย

  • สัมผัสประสบการณ์เกมคอนโซลบนจอภาพที่ดีที่สุดผ่านทีวี OLED evo W6 และพลังเสียงจาก Aero Speaker
  • ปลดปล่อยศักยภาพสูงสุดของเกมพีซี ยกระดับความลื่นไหลในทุกการเคลื่อนไหวด้วยจอ UltraGear™ OLED GX9 ที่มาพร้อมโหมดการทำงานคู่ (Dual Mode) สุดล้ำ สามารถเลือกระหว่างความละเอียดคมชัดระดับ 5K2K ที่ 165Hz หรืออัตราการรีเฟรชที่สูงถึง WFHD ที่ 330Hz พร้อมการอัปสเกลภาพด้วย AI

 ระบบเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อสาธิตศักยภาพของทีวี OLED ไร้สายของแอลจี พาเนลจอภาพที่มีอัตรารีเฟรชสูง และประสบการณ์การเล่นเกมที่มีความหน่วงต่ำและความละเอียดสูง ซึ่งเป็นผลจากเทคโนโลยีการอัปสเกลด้วย AI

ภายในโซนยังมี xboom Studio ที่จะพาคุณไปสัมผัสกับมิติใหม่ของพลังเสียงจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ xboom รุ่นล่าสุด ซึ่งเป็นผลงานการสร้างสรรค์ร่วมกันระหว่างแอลจีและศิลปินระดับโลกอย่าง will.i.am โดยยกทัพมาให้สัมผัสกันครบครันทั้ง

  • LG xboom Stage 501: ขุมพลังเสียงระดับมืออาชีพสำหรับเวทีและการแสดงสด
  • LG xboom Blast: ลำโพงพกพาไซส์ยักษ์ ที่พร้อมปลดปล่อยพลังเสียงในทุกที่ที่คุณไป
  • LG xboom Mini และ LG xboom Rock: คู่หูลำโพงขนาดกะทัดรัด เพื่อนร่วมทางด้านเสียงเพลงสำหรับทุกวันของคุณ

 อีกหนึ่งไฮไลต์พิเศษภายในสตูดิโอคือ The Lab ที่จะพาคุณไปสัมผัสกับ FYI.RAiDiO ประสบการณ์วิทยุแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งสร้างสรรค์โดย will.i.am ที่คุณจะได้ก้าวเข้าสู่โลกใหม่ของการฟังวิทยุ ที่สามารถพูดคุยกับดีเจ AI เลือกฟังสถานีโปรดตามธีมที่สนใจ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสนทนาสดๆ ในประเด็นร้อนทั้งเรื่องดนตรี วัฒนธรรม และเทคโนโลยี

 Mastery in Tune: ที่สุดแห่งความสมบูรณ์แบบกับ LG SIGNATURE

ก้าวเข้าสู่โซน Mastery in Tune ที่ซึ่งเทคโนโลยีและศิลปะแห่งการใช้ชีวิตหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว แอลจีได้จับมือกับ Poliform แบรนด์เฟอร์นิเจอร์หรูจากอิตาลี เพื่อนำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์ LG SIGNATURE ในบรรยากาศการตกแต่งภายในที่หรูหราและสมบูรณ์แบบ สะท้อนถึงที่สุดแห่งสุนทรียภาพในการอยู่อาศัย

 โดยเปิดให้ผู้ชมได้สัมผัสประสบการณ์ ตู้เย็น LG SIGNATURE ที่สามารถสนทนากับคุณได้อย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยเทคโนโลยี AI เชิงสนทนาที่ใช้ LLM เป็นพื้นฐาน ซึ่งพร้อมมอบคำแนะนำที่ออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ¹ พร้อมปฏิวัติการจัดการอาหารในครัวของคุณด้วย ตู้เย็น LG SIGNATURE Smart InstaView™ และแอปพลิเคชัน ThinQ™ Food ที่ใช้กล้องภายในคอยสแกนวัตถุดิบ สร้างสรรค์เมนูอาหาร หรือแม้กระทั่งแนะนำวัตถุดิบทดแทนให้อย่างชาญฉลาด²

 นอกจากนี้ยังมี เตาอบ LG SIGNATURE Oven Range ที่ได้รับการติดตั้งฟังก์ชัน Gourmet AI ซึ่งใช้กล้อง AI ภายในเตาอบเพื่อจำแนกประเภทอาหารได้มากกว่า 80 ชนิด และเลือกการตั้งค่าการประกอบอาหารที่เหมาะสมที่สุดโดยอัตโนมัติ มาพร้อมกับ คุณสมบัติ AI Browning จะปฏิบัติการตรวจติดตามขนมปังในระหว่างการอบ และส่งการแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชัน ThinQ เมื่อระดับความสุกได้มาถึงค่าที่กำหนดไว้ล่วงหน้า

 In Tune for Everyone

นอกเหนือจากนวัตกรรมทางเทคโนโลยี แอลจียังได้จัดสรรพื้นที่พิเศษในชื่อ In Tune for Everyone เพื่อสะท้อนถึงพันธสัญญาด้านความยั่งยืน (ESG) ของบริษัทภายใต้วิสัยทัศน์ "Better Life for All" โดยภายในนิทรรศการได้จัดแสดงโซลูชันที่ครอบคลุมและเท่าเทียม อย่าง Comfort Kit ชุดอุปกรณ์ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้คนทุกวัยและทุกความสามารถสามารถใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าของแอลจีได้ง่ายขึ้น พร้อมด้วย Easy-to-Read Books หนังสือที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้เรียนรู้ช้าและเด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการสามารถเข้าใจการทำงานและการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ดียิ่งขึ้น

 ขอเชิญสัมผัสประสบการณ์นวัตกรรมของแอลจีได้ในงาน CES 2026 ระหว่างวันที่ 6-9 มกราคม ณ ศูนย์ประชุมลาสเวกัส บูธหมายเลข #15004 หรือสามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ในเอกสารข่าวสำหรับสื่อมวลชนที่นี่

 

 

แคมเปญพลิกโฉมความเข้าใจเรื่อง AI ที่สร้างมูลค่าสื่อรวมกว่า 43.8 ล้านบาท

บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ฉลองครบรอบ 37 ปีด้วยแคมเปญพิเศษ "ความอัจฉริยะที่มีเสน่ห์เพื่อคุณ" พร้อมเผยเรื่องราวน่าสนใจเบื้องหลังความสำเร็จที่หลายคนอาจไม่เคยรู้

ไฮไลท์ความสำเร็จ

  • ปี 2567 แอลจีติดอันดับ 100 แบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดของโลก ด้วยมูลค่าแบรนด์กว่า 6.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ราชาแห่ง OLED: เปิดตัวทีวี OLED เครื่องแรกของโลก ครองตลาดทีวีพรีเมียมในไทย 12 ปีซ้อน
  • ครองแชมป์เครื่องซักผ้า: เทคโนโลยี AI DD ทำให้แอลจีครองอันดับ 1 ในไทย 26 ปี
  • Made in Thailand: โรงงานระยองผลิตเครื่องปรับอากาศและเครื่องซักผ้าส่งออกไปทั่วโลก
  • จากเครื่องสำอางสู่เทคโนโลยีระดับโลก: เริ่มต้นจาก "ครีมลัคกี้" ในปี 2490 สู่แบรนด์มูลค่า 6.5 พันล้านดอลลาร์
  • ผู้บุกเบิกนวัตกรรม: ผลิตวิทยุ พัดลม โทรศัพท์ ตู้เย็น ทีวี แอร์ และเครื่องซักผ้ารายแรกของเกาหลี

จุดเริ่มต้นของแอลจีไม่ได้มาจากเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่ก่อตั้งในปี 2490 ในชื่อ Lucky Chemical โดยประธาน อิน-ฮวอย คู ด้วยผลิตภัณฑ์แรกคือ "ครีมลัคกี้" เครื่องสำอางชิ้นแรกของเกาหลี ก่อนจะก้าวสู่วงการอิเล็กทรอนิกส์ในปี 2501 ด้วยการก่อตั้งบริษัท Goldstar ซึ่งกลายเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายแรกของเกาหลีใต้ และสามารถผลิตวิทยุเครื่องแรกของประเทศได้สำเร็จเพียงหนึ่งปีหลังก่อตั้ง

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดเกิดขึ้นในปี 2521 เมื่อแอลจีเริ่มขยายตลาดสู่สหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย ก่อนที่ Lucky Chemical และ Goldstar จะผนึกกำลังกันในปี 2526 ภายใต้ชื่อ "Lucky Goldstar" ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ LG ที่เรารู้จักในปัจจุบัน ในปี 2538 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น LG Electronics อย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดตัวโลโก้ "Face of the Future" ที่ได้แรงบันดาลใจจากรอยยิ้มแห่งราชวงศ์ชิลลา ความสำเร็จของแอลจีเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยสโลแกน "Life's Good" ที่เปิดตัวในปี 2542 พร้อมปรับโครงสร้างองค์กรเป็น 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน, สื่อและความบันเทิง, ยานยนต์ และโซลูชันเพื่อสิ่งแวดล้อมล่าสุดในปี 2567 แอลจีได้ติดอันดับ 100 แบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดของโลก ด้วยมูลค่าแบรนด์กว่า 6.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

แอลจีได้สร้างประวัติศาสตร์มากมาย ทั้งการเป็นผู้ผลิตพัดลม โทรศัพท์ ตู้เย็น ทีวี แอร์ และเครื่องซักผ้ารายแรกของเกาหลี รวมถึงการสร้างปรากฏการณ์ด้วยโทรศัพท์ LG Chocolate ในปี 2549 และการจับมือกับ Prada สร้าง LG Prada KE850 ในปี 2550 ความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีจอภาพโดดเด่นด้วยการเปิดตัวทีวี OLED และ OLED 4K เครื่องแรกของโลกในปี 2556 ตามด้วยสมาร์ททีวีพร้อมระบบปฏิบัติการ webOS ในปี 2557 ทีวีม้วนได้สุดล้ำในปี 2562 และล่าสุดกับ OLED T ทีวีโปร่งใส 4K ไร้สายในปี 2567 ส่งผลให้แอลจีครองตลาดทีวีพรีเมียมในไทย 12 ปีซ้อน

นอกจากนี้ แอลจียังโดดเด่นด้วยนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ทั้งเครื่องปรับอากาศ DUALCOOL พร้อม Dual Inverter Compressor™ ในปี 2559 ตู้เย็น InstaView Door-in-Door™ ที่สามารถ "เคาะดูข้างใน" ในปี 2560 และเทคโนโลยี AI DD ในเครื่องซักผ้าที่ทำให้แอลจีครองอันดับ 1 ในไทย 26 ปี

แอลจีเข้ามาดำเนินธุรกิจในไทยตั้งแต่ปี 2531 ปัจจุบันมีหน้าร้านกว่า 900 สาขา และศูนย์บริการกว่า 130 แห่งทั่วประเทศ พร้อมเปิดตัวบริการ LG Subscribe สมัครสมาชิกเครื่องใช้ไฟฟ้าในปลายปี 2567 และศูนย์ฝึกอบรม LG HVAC Academy ในไทยปี 2568 นอกจากนี้ยังมีโรงงานในระยองที่ผลิตเครื่องปรับอากาศและเครื่องซักผ้าส่งออกไปทั่วโลก

ธุรกิจของแอลจีไม่ได้จำกัดเพียงเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน แต่ยังขยายสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ จอแสดงผลสำหรับธุรกิจและการแพทย์ทั่วโลก โดยมีพนักงานกว่า 75,000 คนใน 142 ประเทศ พร้อมมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและดำเนินโครงการ CSR มากมาย จนได้รับรางวัลด้านการออกแบบระดับโลกอย่างต่อเนื่อง

เพื่อก้าวสู่ปีที่ 37 อย่างแข็งแกร่ง แอลจียังคงเดินหน้านำเสนอนวัตกรรมและประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค พร้อมแคมเปญและโปรโมชันสุดพิเศษตลอดทั้งปีที่จะทำให้ "Life's Good" ยิ่งกว่าเดิม ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.lg.com/th/birthday25 

พิเศษ! รับส่วนลดเพิ่มถึง 4,300 บาท เมื่อจองล่วงหน้า 20 พ.ค. - 6 มิ.ย. นี้ ผ่าน lg.com

บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านระดับโลก ขยายไลน์อัปสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านด้วยการเปิดตัวเครื่องล้างจานเป็นครั้งแรก ประเดิมตลาดพร้อมกันถึง 2 รุ่น ได้แก่ เครื่องล้างจานแอลจี รุ่น DFC335HM และเครื่องล้างจานแอลจี รุ่น DFC533FV ที่มาพร้อมจุดแข็งทั้งประสิทธิภาพในการล้าง ความทนทาน การประหยัดพลังงาน และการนำจานเข้าออกเครื่องได้อย่างสะดวกง่ายดาย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างตรงจุด เพื่อส่งมอบทั้งสุขอนามัยและความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภค ตามสโลแกน ‘Life’s Good.’ ของแอลจี

ผลการสำรวจผู้บริโภคที่จัดทำโดยแอลจีพบว่าประสิทธิภาพการล้างจานคือปัจจัยอันดับแรกที่ผู้บริโภคมองหาในการเลือกซื้อเครื่องล้างจาน แอลจีจึงได้พัฒนาเทคโนโลยี QuadWash ที่ไม่เพียงฉีดพ่นน้ำได้ 4 ทิศทาง แต่ยังสามารถหมุนรอบได้หลายทิศทาง พร้อมด้วยเทคโนโลยี Dual Zone Wash ที่สามารถเลือกระดับแรงกดที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละชั้นวางได้ แถมยังมีโปรแกรมการล้างรูปแบบต่างๆ ให้เลือกใช้ตามภาชนะที่เลือกล้างอีกถึง 10 โปรแกรม เครื่องล้างจานของแอลจีจึงสามารถทำความสะอาดภาชนะได้อย่างทั่วถึงทุกซอกทุกมุม นอกจากนี้ ยังสบายใจได้ในเรื่องสุขอนามัย เพราะมีเทคโนโลยี TrueSteam ที่ใช้ไอน้ำรอบทิศทางในการฆ่าเชื้อโรคด้วยอุณหภูมิสูงถึง 100 องศาเซลเซียส ทำให้ภาชนะสะอาดเป็นพิเศษโดยใช้น้ำในปริมาณน้อย

นอกจากนี้ เครื่องล้างจานของแอลจีทั้งสองรุ่นยังมีนวัตกรรม Inverter Direct Drive มอเตอร์เอกสิทธิ์เฉพาะของแอลจีที่ออกแบบให้มีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวน้อยลง จึงสามารถทำงานได้อย่างเงียบเชียบและมีประสิทธิภาพ พร้อมช่วยประหยัดพลังงาน อุ่นใจได้ด้วยการรับประกันยาวนานถึง 10 ปี ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหาความทนทานในเครื่องใช้ไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี ไม่เพียงเท่านี้ อีกไฮไลต์หนึ่งของเครื่องล้างจานแอลจีคือการใช้งานที่สะดวกสบายด้วย EasyRack Plus ชั้นวางที่สามารถปรับได้หลายรูปแบบเพื่อให้นำจานเข้า-ออกได้อย่างง่ายดาย รวมทั้งสามารถปรับขาวางจานช่วยให้วางภาชนะได้หลากหลายประเภท ตลอดจนสามารถปรับความสูงของชั้นวางจานได้ถึง 3 ชั้น นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมการใช้งานได้ผ่านแอปพลิเคชัน LG ThinQ ที่จะคอยแจ้งเตือนเมื่อเครื่องทำงานเสร็จ พร้อมฟังก์ชันในการวิเคราะห์การใช้งานเบื้องต้น เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาการใช้งานได้ด้วยตนเองอย่างสะดวกรวดเร็ว และประหยัดเวลา ถือเป็นการใช้เทคโนโลยีที่สะท้อนถึงความเข้าใจในไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในปัจจุบันอย่างแท้จริง

เครื่องล้างจานแอลจี รุ่น DFC335HM (สีดำ) พร้อมวางจำหน่ายแล้วในราคา 49,900 บาท และเครื่องล้างจานแอลจี รุ่น DFC533FV (สีเงิน) พร้อมวางจำหน่ายในราคา 39,900 บาท ทางร้านค้าตัวแทนจำหน่ายและเว็บไซต์ www.lg.com/th หรือสามารถซื้อผ่านบริการ LG Subscribe เฉพาะเครื่องล้างจานแอลจี รุ่น DFC335HM (สีดำ) ในราคาเริ่มต้น 799 บาทต่อเดือน พร้อมบริการดูแลโดยช่างผู้เชี่ยวชาญของแอลจี สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการ LG Subscribe ได้ที่ www.lg.com/th/subscribe หรือสอบถามได้ที่ศูนย์ข้อมูลแอลจี 0-2057-5757 พร้อมทั้งสามารถติดตามกิจกรรมต่างๆ จากแอลจีได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ LG Global และอินสตาแกรม lg_thailand

Page 1 of 5
X

Right Click

No right click