January 12, 2026

วันที่ 25 ธันวาคม 2568, กรุงเทพมหานคร - ดีป้า เผยผลการประเมินความก้าวหน้าการขับเคลื่อนแผนแม่บท
การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ระยะที่ 2 ช่วงกึ่งกลางแผนที่ดำเนินการร่วมกับ มูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจ
การคลัง

ดีป้า จัดพิธีปิดโครงการ ODOS Summer Camp รุ่นที่ 1 อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมประกาศความสำเร็จของการพัฒนาและยกระดับศักยภาพเยาวชนไทยผ่านหลักสูตรการเรียนรู้ด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีระดับนานาชาติ จำนวน 16 หลักสูตร จาก 9 ประเทศชั้นนำทั่วโลก โดยมุ่งสร้างเครือข่ายเยาวชนที่มีทั้งองค์ความรู้ ทักษะ และวิสัยทัศน์สากล พร้อมนำประสบการณ์และเทคโนโลยีที่ได้รับกลับมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาชุมชน สังคม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน 

          ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่เยาวชนผู้สำเร็จการศึกษาในโครงการ ODOS Summer Camp รุ่นที่ 1
โดยมี ดร.วาริน รัชนานุสรณ์ รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า ในฐานะผู้อำนวยการโครงการ พร้อมคณะผู้บริหารจากหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ตลอดจนเยาวชนผู้แทนอำเภอจากทั่วประเทศเข้าร่วมงาน ซึ่งบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่น ความประทับใจ และความภาคภูมิใจของผู้เข้าร่วมโครงการจากทุกภาคส่วน โดยไฮไลต์อยู่ที่เวที Showcase & Sharing ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้แทนเยาวชนจากทั้ง 16 หลักสูตรร่วมถ่ายทอดประสบการณ์เชิงลึกจากการเรียนรู้ การใช้ชีวิต และการศึกษาดูงานในต่างประเทศ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการของเยาวชนไทย ทั้งในด้านทักษะดิจิทัลเชิงลึก (Hard Skills) การทำงานเป็นทีม การแก้ปัญหาเชิงระบบ และกรอบความคิดแบบสากล (Global Mindset) ที่พร้อมต่อยอดสู่การสร้างนวัตกรรม และการพัฒนาประเทศในอนาคต

 

ท่ามกลางความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลกและการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและพลิกผัน การเตรียมความพร้อม ‘ทุนมนุษย์’ ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะกำหนดทิศทางและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โครงการ ODOS Summer Camp จึงไม่ใช่เพียงการส่งเยาวชนไปเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีเท่านั้น แต่เป็นการบ่มเพาะเยาวชนให้เติบโตเป็น ‘พลเมืองโลก (Global Citizen)’ ที่เข้าใจบริบทของการเปลี่ยนแปลงในห่วงโซ่อุปทานและเศรษฐกิจโลกอย่างรอบด้าน โดยเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการถือเป็นเมล็ดพันธุ์คุณภาพที่ได้ไปสัมผัสระบบนิเวศนวัตกรรมจริงในต่างประเทศ เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ทั้งในมิติของเทคโนโลยี การทำงานร่วมกับผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรม และความแตกต่างทางสังคม ผมเชื่อมั่นว่า ประสบการณ์และองค์ความรู้ที่ได้รับจะถูกแปรเปลี่ยนเป็นพลังสำคัญในการเชื่อมโยงประเทศไทยเข้ากับเศรษฐกิจดิจิทัลระดับสากล และเยาวชนทุกคนพร้อมแล้วที่จะทำหน้าที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ถ่ายทอดแรงบันดาลใจและต่อยอดองค์ความรู้กลับไปสู่ชุมชนและสังคมของตนเองอย่างเป็นรูปธรรมผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว

 

ด้าน ดร.วาริน กล่าวถึงความเข้มข้นของเนื้อหาหลักสูตรว่า ความสำเร็จของโครงการ ODOS Summer Camp รุ่นที่ 1 เกิดจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกจาก 9 ประเทศในการร่วมออกแบบหลักสูตรที่ตอบโจทย์โลกยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง ครอบคลุมตั้งแต่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Data Analytics) การพัฒนาเกม (Game Development) ไปจนถึงนวัตกรรมด้านการบริหารจัดการธุรกิจ ซึ่งสิ่งที่เยาวชนได้รับจากโครงการไม่ใช่เพียงองค์ความรู้ในห้องเรียน แต่ยังรวมถึงประสบการณ์ตรงจากการศึกษาดูงานในบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก การได้เรียนรู้ระบบนิเวศนวัตกรรม และการใช้ชีวิตร่วมกับผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรม ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นการลงทุนทางปัญญาที่คุ้มค่า และมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้เยาวชนค้นพบศักยภาพของตนเอง วางแผนเส้นทางอาชีพในอนาคตได้อย่างชัดเจน พร้อมเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัลของประเทศไทยให้สามารถแข่งขันและก้าวทัน
การเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างยั่งยืน 

ทั้งนี้ โครงการ ODOS Summer Camp ยังคงมุ่งมั่นสานต่อเจตนารมณ์ในการสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมให้แก่เยาวชนไทยทั่วประเทศ โดยในปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการคัดเลือกเยาวชนที่มีศักยภาพเพื่อเข้าร่วมโครงการ ODOS Summer Camp รุ่นที่ 2 ซึ่งคาดว่าจะสามารถต่อยอดความสำเร็จจากรุ่นแรก และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคม เศรษฐกิจ และระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศไทยได้อย่างเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของโครงการได้ทางเฟซบุ๊กเพจ ODOS Summer Camp

ดีป้า ร่วมกับ บีโอไอ ขับเคลื่อนมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ระบุผู้ประกอบการองมีการลงทุนและ/หรือค่าใช้จ่ายในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่พัฒนาหรือปรับปรุงโดยผู้ประกอบการดิจิทัลที่ได้รับการรับรองหรือขึ้นทะเบียนสินค้าหรือบริการบนบัญชีบริการดิจิทัลจาก ดีป้า เพื่อรับการสนับสนุน 30% ของมูลค่าการลงทุน สูงสุด 100 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 1 ปี

ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า ตามที่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ ออกประกาศสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เรื่อง การขอรับการส่งเสริมภายใต้มาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ตามประกาศคณะกรรมการนโยบายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมายนั้น ดีป้า ร่วมยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแก่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ประกอบด้วย อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหารที่มีมูลค่าเพิ่มสูง อุตสหากรรมการแพทย์ครบวงจร อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงและเคมีชีวภาพ และอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ที่ต้องการปรับปรุงประสิทธิภาพของกิจการด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยผู้ประกอบการไทยต้องนำเทคโนโลยีดิจิทัลที่ถูกพัฒนาหรือปรับปรุงโดยผู้ประกอบการดิจิทัล
ที่ได้รับการรับรองหรือขึ้นทะเบียนสินค้าหรือบริการบนบัญชีบริการดิจิทัลจาก ดีป้า มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกิจการในกรณีใดกรณีหนึ่งหรือหลายกรณี ดังนี้

  1. การนำซอฟต์แวร์ โปรแกรม หรือระบบสารสนเทศ มาใช้ในการเชื่อมโยมภายในองค์กรอย่างเป็นระบบ (Integrated) โดยเชื่อมโยงภายนอกองค์กร (Connected) ด้วยก็ได้ โดยต้องมีการเชื่อมโยงข้อมูลอย่างน้อย 3 ฟังก์ชัน มาใช้บริหารจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตหรือการให้บริการ
  2. การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) Machine Learning การนำ Big Data มาใช้ หรือการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics)

กรณีผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทยต้องมีเงินลงทุนไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท โดยไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน ส่วนกรณีอื่นต้องมีเงินลงทุนไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท โดยไม่รวมค่าที่ดิน และทุนหมุนเวียน ซึ่งผู้ประกอบการที่ต้องการขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนต้องมีการลงทุนและ/หรือค่าใช้จ่ายในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่พัฒนาหรือปรับปรุงโดยผู้ประกอบการไทยที่ขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัล โดย ดีป้า จะสนับสนุน 30% ของมูลค่าการลงทุน สูงสุด 100 ล้านบาทต่อนิติบุคคล ตามสัดส่วนเงินลงทุนหรือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง และเป็นโครงการที่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 1 ปีผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจขอรับการสนับสนุนสามารถค้นหา/คัดเลือกรายชื่อผู้ประกอบการดิจิทัลที่ได้รับการขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัลของ ดีป้า ได้ทาง https://short.depa.or.th/1LOik  และศึกษารายละเอียดของมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้ที่ https://short.depa.or.th/yAPQ6

ดีป้า ยกเลิกประกาศการรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานฯ และทบทวนการดำเนินการสรรหาการประชุมคณะกรรมการกำกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ครั้งที่ 6/2568 วานนี้ (19 พ.ย. 2568)

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ร่วมหารือนัดพิเศษกับเครือข่ายพันธมิตรในแวดวงอุตสาหกรรมดิจิทัลของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น สมาคมไทยไอโอที สมาคมการค้าผู้ประกอบการเทคโนโลยี สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย สมาคมดิจิทัลคอนคอนเทนต์ไทย สมาคมการค้าสตาร์ทอัพไทย สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย สมาคมระบบกล้องวงจรปิดอัจฉริยะไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมเทคโนโลยีเพื่อการตลาด สมาคมผู้ดูแลเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ไทย เพื่อรวบรวมความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ ก่อนนำมาปรับใช้เพื่อเป็นแนวทางการทำงานของ ดีป้า ในการส่งเสริมและสนับสนุนเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมดิจิทัล อีกทั้งขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศต่อไป โดยมี ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง ร่วมรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้โดยพร้อมเพรียง ณ อาคารสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (สำนักงานใหญ่) ซอยลาดพร้าว 10 เขตจตุจักร

ทั้งนี้ ผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้เสนอความคิดเห็นและมุมมองด้านการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัลในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น

  1. เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศดิจิทัลรองรับการเติบโต

ภาคอุตสาหกรรมเห็นพ้องว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องยกระดับตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานด้าน Cloud, Data Center รวมถึงมาตรฐาน IoT ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลด้านอื่น ๆ เพื่อรองรับการลงทุนจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการดึงดูดงานสร้างสรรค์ เช่น ภาพยนตร์หรือดิจิทัลคอนเทนต์ให้อยู่ในประเทศแบบครบวงจร

  1. หนุนให้ผู้ประกอบการไทย “แข่งขันได้จริง” ในเวทีโลก

ที่ประชุมสะท้อนว่า ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะสาย AI, MarTech และดิจิทัลคอนเทนต์ ต้องการการสนับสนุนที่ช่วยสร้างความได้เปรียบ เช่น การลดข้อจำกัดด้านกฎหมาย การสนับสนุนให้เกิด IP ไทย การสร้างความเชื่อมโยงกับต่างประเทศ การเปิดพื้นที่ทดสอบ (POC) โดยมีรัฐช่วยเป็นผู้รับรองความน่าเชื่อถือ ขณะเดียวกัน SMEs ต้องเผชิญแรงกดดันให้ปรับตัวสู่เทคโนโลยีใหม่อย่างรวดเร็ว แต่ยังขาดความพร้อม ทำให้เกิดช่องว่างระหว่าง Demand-Supply ที่ต้องเร่งแก้ไข

 

  1. สร้างบุคลากรดิจิทัลอย่างเป็นระบบ แก้ปัญหาแรงงาน–ทักษะไม่ตรงตลาด

ภาคอุตสาหกรรมระบุว่า ไทยยังมีจำนวนผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยี เช่น AI ต่ำเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง อีกทั้งบัณฑิตจบใหม่จำนวนมากยังไม่มีงานทำ เพราะทักษะไม่ตรงตามความต้องการของตลาด จึงเสนอให้มีการพัฒนาทักษะเชิงลึก การสร้างแรงงานฝีมือ และการกระจายโอกาสให้เยาวชนจากต่างจังหวัดเข้าถึงอุตสาหกรรมได้มากขึ้น

  1. ส่งเสริมชุมชนดิจิทัล (Digital Community) ให้เติบโตและเข้มแข็ง

ผู้ประกอบการและกลุ่มอาชีพต่าง ๆ ต้องการพื้นที่พบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างเครือข่ายร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เช่น Meet up เวิร์กชอป หรือกิจกรรมสร้างความร่วมมือ โดยเสนอให้ ดีป้า ทำให้พื้นที่ขององค์กรเป็น Digital Hub ที่เปิดกว้างให้ชุมชนดิจิทัลเข้ามาใช้ได้ เพื่อให้เกิดความร่วมมือใหม่ ๆ

  1. ปรับขั้นตอนรัฐให้ “เข้าถึงง่าย คล่องตัว และรองรับความเสี่ยง”

เสียงส่วนใหญ่สะท้อนว่า ภาครัฐยังมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก การยื่นข้อเสนอช้า และการพิจารณาเอกสารใช้เวลานาน ทำให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะรายเล็กเข้าถึงได้ยาก พร้อมกันนี้ ภาคเอกชนต้องการให้ภาครัฐยอมรับความเสี่ยงในการล้มเหลวของนวัตกรรม ไม่ใช่มองว่าการสนับสนุนทุกโครงการต้องประสบความสำเร็จเสมอ เพราะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีต้องมีพื้นที่สำหรับความผิดพลาดเพื่อเติบโต

  1. สร้างความร่วมมือระหว่างรัฐ–เอกชนอย่างสมดุล

หลายภาคส่วนต้องการให้หน่วยงานรัฐทำงานร่วมกับสมาคมมากขึ้น โดยเฉพาะในโครงการขนาดใหญ่ เช่น งานระดับนานาชาติ เพื่อให้สมาคมมีบทบาทตัดสินใจอย่างแท้จริงและสะท้อนความต้องการของอุตสาหกรรมได้ชัดเจน

  1. เสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการไทย

ผู้ประกอบการจำนวนมากสะท้อนว่าปัญหา Credit Term ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ แม้กฎหมายกำหนด 45 วัน แต่หลายธุรกิจยังปฏิบัติไม่ได้จริง ส่งผลต่อสภาพคล่องของ SMEs จึงเสนอให้มีมาตรการช่วยเหลือ หรือแนวทางเพื่อให้ระบบการชำระเงินเป็นธรรมและสอดคล้องกับความเป็นจริงของอุตสาหกรรม

  1. ผลักดันอุตสาหกรรมเกมไทยให้เติบโตต่อเนื่อง

อุตสาหกรรมเกมสะท้อนว่า ไทยยังมีศักยภาพสูง สามารถดึงงานและการลงทุนจากต่างชาติได้ หากมีการผลักดันเชิงระบบ โดยที่ประชุมมีการเสนอว่าไทยควรใช้ความสำเร็จของงาน gamescom x Thailand Game Show 2025 ที่จัดในไทยเป็นจุดเริ่มต้นในการดึงดูดนักลงทุน ครีเอเตอร์ และแรงงานต่างชาติให้เข้ามาทำงานในประเทศ นอกจากนี้ รัฐควรกระจายกิจกรรมและโอกาสไปยังภูมิภาค เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนในต่างจังหวัดเข้าสู่อุตสาหกรรมเกมมากขึ้น พร้อมเปิดให้สมาคมและภาคอุตสาหกรรมมีบทบาทตัดสินใจร่วมกับภาครัฐในการจัดกิจกรรมระดับนานาชาติ เพื่อให้การขับเคลื่อนสอดคล้องกับความต้องการจริงของอุตสาหกรรม อันสะท้อนความต้องการให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางคอนเทนต์–เกมของภูมิภาคในอนาคต

“เสียงสะท้อนทั้งหมดชี้ชัดว่า หากประเทศไทยต้องการก้าวไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ภาครัฐต้องมีบทบาทสำคัญในการปรับกฎเกณฑ์ให้ทันสมัย เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการเติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาคน ไปจนถึงการสนับสนุนความเสี่ยงของนวัตกรรมใหม่” ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว

Page 1 of 18
X

Right Click

No right click