January 13, 2026

เผยโฉมนวัตกรรม AI ล่าสุด ที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของหน้าจอ สู่การเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะข้างกายในทุกมิติ

ทั้งที่อยู่อาศัย ยานยนต์ และพื้นที่ไลฟ์สไตล์

 

 

  • แอลจี อีเลคทรอนิคส์ เปิดตัวนวัตกรรม AI ที่ รับรู้ คิด และลงมือทำ ด้วยความใส่ใจอย่างแท้จริง ภายใต้แนวคิด "Innovation in tune with you - นวัตกรรมที่เข้าใจคุณ"
  • ไฮไลต์ที่ต้องจับตา ได้แก่ หุ่นยนต์ผู้ช่วยอัจฉริยะ LG CLOiD™ โซลูชันสำหรับยานยนต์ ทีวี AI รุ่นใหม่ล่าสุด นำโดย LG OLED evo W6 Wallpaper TV สุดบางเฉียบ และการเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของ LG SIGNATURE ด้วยเวอร์ชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI
  • ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสประสบการณ์สุดดื่มด่ำผ่าน โซนหลัก ทั้ง  Living, Ride, Viewing, Entertainment และ Mastery ที่แสดงให้เห็นถึงการหลอมรวมเทคโนโลยี ดีไซน์ และอารมณ์ความรู้สึกเข้าด้วยกันอย่างลงตัวในทุกไลฟ์สไตล์

 บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ จำกัด สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ จัดแสดงนวัตกรรมล้ำสมัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในงาน CES® 2026 ภายใต้แนวคิด “Innovation in tune with you – นวัตกรรมที่เข้าใจคุณ นิทรรศการครั้งนี้มุ่งเน้นการสอดประสานแนวคิด ความอัจฉริยะที่มีเสน่ห์ หรือ Affectionate Intelligence เข้ากับอุปกรณ์ โซลูชัน และสภาพแวดล้อมต่างๆ ในทุกมิติของชีวิต เพื่อยกระดับประสบการณ์ตั้งแต่ที่อยู่อาศัย การเดินทาง ไปจนถึงทุกพื้นที่ไลฟ์สไตล์

 ภายในงาน CES 2026 ครั้งนี้ แอลจีได้แสดงศักยภาพให้เห็นถึงระบบ AI ของแอลจีที่สามารถรับรู้สภาวะแวดล้อมประมวลผลข้อมูล ตลอดจนปฏิบัติการในสถานการณ์จริงได้อย่างเหนือชั้นผ่านโมเดล รับรู้-ประมวลผล-ปฏิบัติการ (Sense-Think-Act) ที่ไม่ใช่แค่การสั่งงานผ่านซอฟต์แวร์ แต่เป็นการฝัง AI เข้าไปในฮาร์ดแวร์โดยตรง ทั้งในหุ่นยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานพาหนะ และทีวี เพื่อให้ทุกอุปกรณ์สามารถทำงานและปรับตัวตามบริบทได้อย่างชาญฉลาด

 นิทรรศการครั้งนี้ยังได้ยกทัพนวัตกรรม AI มาจัดแสดงอย่างเต็มรูปแบบครอบคลุมหลากหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ LG CLOiD หุ่นยนต์ผู้ช่วยประจำบ้าน กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ ระบบสำหรับยานยนต์แห่งอนาคต แพลตฟอร์มทีวีและความบันเทิง พร้อมการเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของกลุ่มผลิตภัณฑ์พรีเมียม LG SIGNATURE ที่มาในเวอร์ชันใหม่ซึ่งขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มศักยภาพ

 จุดต้อนรับอันน่าประทับใจ: ประติมากรรม "In Tune"

ก้าวแรกสู่บูธของแอลจี ผู้เข้าชมจะได้พบกับประติมากรรมดิจิทัลอันน่าทึ่งอย่าง "In Tune" ซึ่งเป็นการนำทีวี LG OLED evo W6 หรือ Wallpaper TV ที่บางเฉียบเพียง 9 มิลลิเมตร จำนวน 38 เครื่อง มาถักทอร้อยเรียงให้ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ ทุกจอภาพจะทำงานสอดประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ สร้างปรากฏการณ์ภาพที่เคลื่อนไหวจากจอภาพแยกส่วน ก่อนจะหลอมรวมเป็นภาพไดนามิกหนึ่งเดียวที่ทรงพลัง เพื่อสะท้อนถึงแนวคิด “Innovation in tune with you” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Living in Tune: บ้านอัจฉริยะ (Zero Labor Home)

ตามมาด้วยโซน Living in Tune ที่แอลจีได้ฉายภาพวิสัยทัศน์ Zero Labor Home ให้กลายเป็นความจริงที่สัมผัสได้ ที่นี่คือระบบนิเวศอัจฉริยะที่ทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่หุ่นยนต์ประจำบ้าน LG CLOiD เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ ไปจนถึงบริการ AI ทำงานสอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อคาดการณ์ความต้องการของผู้ใช้งานล่วงหน้าและลดภาระงานในครัวเรือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 สำหรับไฮไลต์ของโซนนี้คือ LG CLOiD ซึ่งได้สาธิตศักยภาพการทำงานจริงใน สถานการณ์จำลองของบ้าน ดังนี้

  • ห้องครัว – วางแผนมื้ออาหารที่เหมาะสมสำหรับสมาชิก คนในครอบครัว
  • ห้องนั่งเล่น – คอยตรวจวัดและส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงวัยที่ยังคงมีไลฟ์สไตล์ที่แอคทีฟ
  • ห้องซักรีด – รับผิดชอบกระบวนการดูแลเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มทั้งหมดโดยอัตโนมัติ

 โดย LG CLOiD ได้รับการออกแบบมาให้มีความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือเป็นหัวใจสำคัญ ทำให้สามารถปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยจริงได้อย่างเป็นธรรมชาติและไร้รอยต่อ การสาธิตได้เผยถึงศักยภาพทางกายภาพของ LG CLOiD อันน่าทึ่ง ตั้งแต่ความละเอียดอ่อนในการหยิบจับวัตถุด้วยปลายนิ้วไปจนถึงการเคลื่อนไหวของแขนอย่างอิสระ ซึ่งศักยภาพทั้งหมดนี้ถูกปลดล็อกผ่านการทำงานร่วมกับแพลตฟอร์ม AI Home อัจฉริยะอย่าง ThinQ™ ได้อย่างสมบูรณ์

 ยิ่งไปกว่านั้น ภายในโซนยังได้จัดแสดงบริการ ThinQ UP และ ThinQ Care เวอร์ชันใหม่ ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าเมื่อโซลูชันทั้งหมดทำงานประสานกันอย่างชาญฉลาด จะสามารถเปลี่ยนบ้านธรรมดาให้กลายเป็นพื้นที่อัจฉริยะที่เปี่ยมด้วยความเข้าอกเข้าใจ สามารถรับรู้และตอบสนองต่อทุกความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้อย่างแท้จริง

 นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัว LG Actuator AXIUM™ ซึ่งเป็นแบรนด์แอคชูเอเตอร์สำหรับหุ่นยนต์แบรนด์ใหม่ ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองต่อตลาดหุ่นยนต์ซึ่งมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว แอคชูเอเตอร์ดังกล่าวเป็นการบูรณาการชิ้นส่วนสำคัญ ได้แก่ มอเตอร์ ไดรฟ์ และรีดิวเซอร์ ไว้ในโมดูลขนาดกะทัดรัดเพียงชุดเดียว โดยทำหน้าที่เปรียบเสมือนข้อต่อของหุ่นยนต์

ซึ่งจุดแข็งของ AXIUM คือการที่แอลจีนำประสบการณ์จากการออกแบบมอเตอร์เครื่องใช้ไฟฟ้ามาใช้ เพื่อสร้างแพลตฟอร์มที่คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด ความเชี่ยวชาญนี้จะทำให้แอคชูเอเตอร์ของแอลจีมีข้อได้เปรียบที่ชัดเจน ทั้งในด้านดีไซน์ที่เบาและกะทัดรัด การทำงานที่เปี่ยมประสิทธิภาพ และการให้แรงบิดที่สูง

 Ride in Tune: ยานยนต์อัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI

ถัดมาภายในโซน Ride in Tune ที่แอลจีได้นำเสนอวิสัยทัศน์สำหรับยานยนต์ที่กำหนดด้วยซอฟต์แวร์ (Software-Defined Vehicles) และสภาพแวดล้อมในห้องโดยสารอัจฉริยะ โดยได้มีการสาธิตโซลูชันสำหรับยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของแอลจี (LG AI-powered In-Vehicle Solutions) นวัตกรรมล่าสุดที่การันตีความเหนือชั้นด้วยรางวัลสูงสุด CES 2026 Best of Innovation Award ในสาขาความบันเทิงในรถยนต์ (In-Vehicle Entertainment) โดยศักยภาพของโซลูชันนี้จะถูกถ่ายทอดผ่านการทำงานของ ระบบแกนหลัก ได้แก่

 

  • โซลูชันจอแสดงผลในห้องโดยสาร (Mobility Display Solution) – เปลี่ยนกระจกหน้ารถให้เป็นพื้นผิวจอแสดงผลสำหรับข้อมูลการขับขี่แบบเรียลไทม์หรือเปลี่ยนเป็นโลก Mixed-Reality อันน่าทึ่งเมื่อรถเข้าสู่โหมดขับขี่อัตโนมัติ
  • โซลูชันการมองเห็นสำหรับยานยนต์ (Automotive Vision Solution) – ดวงตาอัจฉริยะของรถที่ใช้เทคโนโลยีติดตามสายตาและเซ็นเซอร์ต่างๆ  เพื่อเฝ้าระวังความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ และสภาวะของผู้โดยสาร ซึ่งนำไปสู่การเปิดใช้งานฟังก์ชันความปลอดภัยแบบปรับเปลี่ยนได้ (Adaptive Safety) และการโต้ตอบที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
  • โซลูชันความบันเทิงในรถยนต์ (In-Vehicle Entertainment Solution) – สัมผัสประสบการณ์ความบันเทิงที่ต่อเนื่องจากบ้านสู่รถยนต์ได้อย่างไม่มีสะดุด  และยังสร้างสรรค์วิธีการสื่อสารรูปแบบใหม่ผ่านกระจกหน้าต่างด้านข้างของตัวรถ

 การทำงานร่วมกันของโมดูลเหล่านี้ คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า แพลตฟอร์ม Generative AI แบบ Multimodal ของแอลจี สามารถเปลี่ยนทุกการเดินทางให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ดื่มด่ำและพิเศษสุดสำหรับแต่ละบุคคลได้อย่างน่าทึ่ง

 Viewing in Tune: จอภาพที่ขับเคลื่อนด้วย AI

สำหรับโซน Viewing in Tune คือพื้นที่ที่แอลจีได้ปลดปล่อยศักยภาพสูงสุดของเทคโนโลยีจอภาพ เพื่อมอบประสบการณ์การรับชมที่เหนือจินตนาการ หัวใจสำคัญของโซนนี้คือทีวี LG OLED evo Wallpaper ที่จะทำให้ผู้ชมเต็มอิ่มกับคุณภาพของภาพอันสมบูรณ์แบบจากเทคโนโลยี Hyper Radiant Color พร้อมดื่มด่ำกับความงามของดีไซน์ Wallpaper ที่บางเฉียบจนแนบสนิทไปกับผนัง ซึ่งเกิดขึ้นได้จากการเชื่อมต่อแบบไร้สายอย่างสมบูรณ์ด้วยเทคโนโลยี True Wireless และเพื่อยกระดับประสบการณ์ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โซนนี้ยังเปิดตัว LG Gallery+ บริการใหม่บน webOS ที่จะเปลี่ยนทีวีของคุณให้กลายเป็นแกลเลอรีศิลปะส่วนตัว คัดสรรผลงานมาจัดแสดงตามรสนิยมของคุณโดยเฉพาะ

 ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสกับประสบการณ์การควบคุมทีวีที่ง่ายดายและชาญฉลาด ผ่านการสาธิตคุณสมบัติ webOS AI ทั้ง AI Search, AI Concierge และ AI Voice Control ซึ่งเผยให้เห็นว่าเทคโนโลยีการประมวลผลภาษาธรรมชาติและระบบแนะนำอัจฉริยะ สามารถเปลี่ยนวิธีการจัดการเนื้อหาและการตั้งค่าอุปกรณ์ที่ซับซ้อนให้กลายเป็นเรื่องง่ายดายกว่าที่เคย

 อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการเผยโฉมทีวีเรือธงเจเนอเรชันใหม่ อย่าง OLED evo G6 และ Micro RGB evo ซึ่งขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล α (Alpha) 11 AI Processor Gen3 ชิปประมวลผลรุ่นนี้มีคุณสมบัติเด่นคือ Dual Super Upscaling ซึ่งสามารถประมวลผลการอัปสเกลด้วย AI สองรูปแบบได้ในเวลาเดียวกัน ส่งผลให้ภาพมีความคมชัดสูงขึ้น ในขณะที่ยังคงความเป็นธรรมชาติและความสมดุล มอบประสบการณ์ความคมชัดและความดื่มด่ำในระดับสูงสุด พร้อมกันนี้ ยังมีการจัดแสดง AM Micro LED TV AI ขนาด 136 นิ้ว ที่จะมาทำหน้าที่เป็นเวทีสุดอลังการสำหรับคอนเทนต์ระดับพรีเมียม

 Entertainment in Tune: เพื่อคอเกมและคนรักเสียงเพลง

แอลจีจับมือกับ Reddit เพื่อสร้างสรรค์โซน Entertainment in Tune ซึ่งเป็นพื้นที่จัดแสดงขุมพลังแห่งความบันเทิงสำหรับคอเกมโดยเฉพาะ โดยนำเสนอสุดยอดประสบการณ์การเล่นเกมใน รูปแบบ ประกอบด้วย

  • สัมผัสประสบการณ์เกมคอนโซลบนจอภาพที่ดีที่สุดผ่านทีวี OLED evo W6 และพลังเสียงจาก Aero Speaker
  • ปลดปล่อยศักยภาพสูงสุดของเกมพีซี ยกระดับความลื่นไหลในทุกการเคลื่อนไหวด้วยจอ UltraGear™ OLED GX9 ที่มาพร้อมโหมดการทำงานคู่ (Dual Mode) สุดล้ำ สามารถเลือกระหว่างความละเอียดคมชัดระดับ 5K2K ที่ 165Hz หรืออัตราการรีเฟรชที่สูงถึง WFHD ที่ 330Hz พร้อมการอัปสเกลภาพด้วย AI

 ระบบเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อสาธิตศักยภาพของทีวี OLED ไร้สายของแอลจี พาเนลจอภาพที่มีอัตรารีเฟรชสูง และประสบการณ์การเล่นเกมที่มีความหน่วงต่ำและความละเอียดสูง ซึ่งเป็นผลจากเทคโนโลยีการอัปสเกลด้วย AI

ภายในโซนยังมี xboom Studio ที่จะพาคุณไปสัมผัสกับมิติใหม่ของพลังเสียงจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ xboom รุ่นล่าสุด ซึ่งเป็นผลงานการสร้างสรรค์ร่วมกันระหว่างแอลจีและศิลปินระดับโลกอย่าง will.i.am โดยยกทัพมาให้สัมผัสกันครบครันทั้ง

  • LG xboom Stage 501: ขุมพลังเสียงระดับมืออาชีพสำหรับเวทีและการแสดงสด
  • LG xboom Blast: ลำโพงพกพาไซส์ยักษ์ ที่พร้อมปลดปล่อยพลังเสียงในทุกที่ที่คุณไป
  • LG xboom Mini และ LG xboom Rock: คู่หูลำโพงขนาดกะทัดรัด เพื่อนร่วมทางด้านเสียงเพลงสำหรับทุกวันของคุณ

 อีกหนึ่งไฮไลต์พิเศษภายในสตูดิโอคือ The Lab ที่จะพาคุณไปสัมผัสกับ FYI.RAiDiO ประสบการณ์วิทยุแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งสร้างสรรค์โดย will.i.am ที่คุณจะได้ก้าวเข้าสู่โลกใหม่ของการฟังวิทยุ ที่สามารถพูดคุยกับดีเจ AI เลือกฟังสถานีโปรดตามธีมที่สนใจ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสนทนาสดๆ ในประเด็นร้อนทั้งเรื่องดนตรี วัฒนธรรม และเทคโนโลยี

 Mastery in Tune: ที่สุดแห่งความสมบูรณ์แบบกับ LG SIGNATURE

ก้าวเข้าสู่โซน Mastery in Tune ที่ซึ่งเทคโนโลยีและศิลปะแห่งการใช้ชีวิตหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว แอลจีได้จับมือกับ Poliform แบรนด์เฟอร์นิเจอร์หรูจากอิตาลี เพื่อนำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์ LG SIGNATURE ในบรรยากาศการตกแต่งภายในที่หรูหราและสมบูรณ์แบบ สะท้อนถึงที่สุดแห่งสุนทรียภาพในการอยู่อาศัย

 โดยเปิดให้ผู้ชมได้สัมผัสประสบการณ์ ตู้เย็น LG SIGNATURE ที่สามารถสนทนากับคุณได้อย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยเทคโนโลยี AI เชิงสนทนาที่ใช้ LLM เป็นพื้นฐาน ซึ่งพร้อมมอบคำแนะนำที่ออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ¹ พร้อมปฏิวัติการจัดการอาหารในครัวของคุณด้วย ตู้เย็น LG SIGNATURE Smart InstaView™ และแอปพลิเคชัน ThinQ™ Food ที่ใช้กล้องภายในคอยสแกนวัตถุดิบ สร้างสรรค์เมนูอาหาร หรือแม้กระทั่งแนะนำวัตถุดิบทดแทนให้อย่างชาญฉลาด²

 นอกจากนี้ยังมี เตาอบ LG SIGNATURE Oven Range ที่ได้รับการติดตั้งฟังก์ชัน Gourmet AI ซึ่งใช้กล้อง AI ภายในเตาอบเพื่อจำแนกประเภทอาหารได้มากกว่า 80 ชนิด และเลือกการตั้งค่าการประกอบอาหารที่เหมาะสมที่สุดโดยอัตโนมัติ มาพร้อมกับ คุณสมบัติ AI Browning จะปฏิบัติการตรวจติดตามขนมปังในระหว่างการอบ และส่งการแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชัน ThinQ เมื่อระดับความสุกได้มาถึงค่าที่กำหนดไว้ล่วงหน้า

 In Tune for Everyone

นอกเหนือจากนวัตกรรมทางเทคโนโลยี แอลจียังได้จัดสรรพื้นที่พิเศษในชื่อ In Tune for Everyone เพื่อสะท้อนถึงพันธสัญญาด้านความยั่งยืน (ESG) ของบริษัทภายใต้วิสัยทัศน์ "Better Life for All" โดยภายในนิทรรศการได้จัดแสดงโซลูชันที่ครอบคลุมและเท่าเทียม อย่าง Comfort Kit ชุดอุปกรณ์ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้คนทุกวัยและทุกความสามารถสามารถใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าของแอลจีได้ง่ายขึ้น พร้อมด้วย Easy-to-Read Books หนังสือที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้เรียนรู้ช้าและเด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการสามารถเข้าใจการทำงานและการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ดียิ่งขึ้น

 ขอเชิญสัมผัสประสบการณ์นวัตกรรมของแอลจีได้ในงาน CES 2026 ระหว่างวันที่ 6-9 มกราคม ณ ศูนย์ประชุมลาสเวกัส บูธหมายเลข #15004 หรือสามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ในเอกสารข่าวสำหรับสื่อมวลชนที่นี่

 

 

ECOVACS ROBOTICS ผู้นำระดับโลกด้านหุ่นยนต์บริการในบ้าน นำเสนอโซลูชันหุ่นยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับการใช้งานหลากหลายสถานการณ์ ในงาน CES 2026 ที่ลาสเวกัส ประกอบด้วย DEEBOT T90 PRO OMNI รุ่นใหม่ล่าสุด, DEEBOT X12 Family, หุ่นยนต์ทำความสะอาดกระจก WINBOT, หุ่นยนต์ตัดหญ้า GOAT และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ ECOVACS ROBOTICS ยังเปิดตัวหุ่นยนต์ทำความสะอาดสระว่ายน้ำรุ่นแรก ULTRAMARINE พร้อมนวัตกรรม embodied intelligence ล่าสุด

การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของ ECOVACS ในการพัฒนาตลาดหุ่นยนต์ดูดฝุ่นถูพื้น อัจฉริยะ จากช่วงเติบโตอย่างรวดเร็วสู่ขั้นที่เป็นผู้นำอย่างมั่นคง โดยอาศัยความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีระยะยาวและความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในความต้องการของผู้ใช้ทั่วโลก ที่สำคัญการนำเสนอครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของบริษัทในการเร่งนำเทคโนโลยีหลักมาใช้เพื่อสร้างระบบนิเวศหุ่นยนต์บริการที่หลากหลายและครอบคลุมทุกสถานการณ์การใช้งาน ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากทั้งผู้บริโภคและอุตสาหกรรม พร้อมเปิดบทใหม่ของ embodied intelligence สำหรับหุ่นยนต์บริการ

ECOVACS ยังเปิดตัวแนวคิดแบรนด์ใหม่ "ECOVACS, Created for Ease" ในงาน CES 2026 โดย David Cheng Qian รองประธานกลุ่มบริษัท ECOVACS และซีอีโอของ ECOVACS ROBOTICS กล่าวว่า แนวคิดดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ ECOVACS ในการใช้หุ่นยนต์บริการเพื่อช่วยเหลือผู้ใช้จากงานบ้านประจำวัน สร้างโลกที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น นอกจากเป็นแนวคิดแบรนด์แล้ว "Created for Ease" ยังรวมถึงความรับผิดชอบของ ECOVACS ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรม ด้วยจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมที่กล้าหาญ ECOVACS แก้ไขความท้าทายที่ซับซ้อนอย่างเป็นระบบเพื่อพัฒนาทั้งเทคโนโลยีและประสบการณ์ผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมให้ผู้คนเพลิดเพลินกับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ที่ง่ายดายยิ่งขึ้น

"ECOVACS สร้างสรรค์เพื่อการทำความสะอาดอัจฉริยะที่ง่ายขึ้น เราเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการนำเสนอหุ่นยนต์ที่มี embodied intelligence และด้วยนวัตกรรมนี้ เราได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของวิวัฒนาการ" David Cheng Qian กล่าว " จากรากฐานความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในความต้องการของผู้ใช้ เรายังคงเสริมสร้างความเป็นผู้นำในหุ่นยนต์บริการด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ประเภทใหม่และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ภายใต้แนวคิดแบรนด์ใหม่ 'Created for Ease' เรามุ่งมั่นที่จะทำให้พันธกิจ 'Robotics for All' เป็นจริง สร้างอนาคตที่ดีกว่าที่หุ่นยนต์จะให้บริการทุกบ้านได้อย่างลงตัว ทุกที่ทั่วโลก"

DEEBOT T90 PRO OMNI และ DEEBOT X12 Family: ก้าวสู่วิวัฒนาการใหม่ของเทคโนโลยี OZMO ROLLER

ในงาน CES ปีนี้ ECOVACS นำเสนอวิวัฒนาการล่าสุดของเทคโนโลยี OZMO ROLLER Instant Self-Washing Mopping ที่เป็นผู้บุกเบิก พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ DEEBOT ชุดใหม่ที่มาพร้อมนวัตกรรมล้ำสมัยมากมายเทคโนโลยี OZMO ROLLER 3.0 Instant Self-Washing Mopping ที่อัปเกรดอย่างสมบูรณ์บน DEEBOT T90 PRO OMNI และ DEEBOT X12 Family มอบประสิทธิภาพและความสามารถในการถูพื้นที่ดีขึ้นอย่างมากผ่านการออกแบบโรลเลอร์ที่ปรับปรุงใหม่ โรลเลอร์ขนาด 26 ซม. รุ่นใหม่ยาวกว่ารุ่นก่อนหน้า 50% ทำให้สามารถครอบคลุมพื้นที่พื้นได้มากขึ้นในแต่ละรอบ เพื่อประสิทธิภาพการทำความสะอาดที่เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ระบบ Pressurized Self-Washing ใหม่ฉีดน้ำไปยังโรลเลอร์ด้วยแรงดันสูงผ่าน 16 หัวฉีด ช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่ฝังแน่นเพื่อผลลัพธ์ที่ปราศจากคราบและป้องกันการปนเปื้อนซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกบน DEEBOT X8 เทคโนโลยี OZMO ROLLER ของ ECOVACS ได้กำหนดมาตรฐานใหม่ของการทำความสะอาดแบบลึกและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในด้านนวัตกรรม ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ OZMO ROLLER ของ ECOVACS มียอดขายสะสมทั่วโลกกว่า 1.6 ล้านเครื่อง คิดเป็นมากกว่า 91% ของยอดขายรวมในหมวดหมู่หุ่นยนต์ดูดฝุ่นระบบถูพื้นด้วยลูกกลิ้งที่ล้างตัวเองได้ทั่วโลก

นอกเหนือจากการอัปเกรดเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้ว ECOVACS ยังนำเสนอโซลูชันการทำความสะอาดแบบลึกที่ทรงพลังยิ่งขึ้นบน DEEBOT X12 PRO OMNI และ DEEBOT X12 OmniCyclone ซึ่งช่วยกำจัดคราบฝังแน่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเครื่องตรวจจับคราบด้วยอินฟราเรดและหัวฉีดแรงดันสูง 2 หัว DEEBOT X12 PRO OMNI และ DEEBOT X12 OmniCyclone สามารถระบุบริเวณที่มีคราบฝังแน่นและฉีดน้ำแบบไขว้ด้วยแรงดันสูง ทะลุผ่านคราบแห้งเพื่อทำลายมันก่อนที่จะถูพื้น นอกจากนี้ DEEBOT X12 Family ยังมาพร้อม PowerBoost Charging Plus ที่อัปเกรดใหม่ ซึ่งเพิ่มพลังการชาร์จด่วนอย่างมากและเพิ่มประสิทธิภาพอัลกอริทึม ทำให้ DEEBOT สามารถทำความสะอาดพื้นที่ได้ถึง 1,000 ตารางเมตรในการทำงานครั้งเดียวอย่างต่อเนื่อง มอบประสบการณ์การทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพสูงและไม่หยุดชะงักด้วยนวัตกรรมที่ก้าวล้ำหลายด้านในผลิตภัณฑ์ DEEBOT ECOVACS พร้อมสานต่อความเป็นผู้นำในหมวดหมู่หุ่นยนต์ดูดฝุ่นถูพื้น อัจฉริยะ โดยแบรนด์ครองอันดับหนึ่งด้านส่วนแบ่งตลาดในจีนติดต่อกัน 10 ปี ตั้งแต่ปี 2015 ถึง 2024 ตามข้อมูลจาก AVC

จากการทำความสะอาดกระจก การตัดหญ้า การดูแลสระว่ายน้ำ ไปจนถึงหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง ECOVACS เปิดยุคใหม่ของหุ่นยนต์บริการ

นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท นวัตกรรมของ ECOVACS มีรากฐานมาจากความต้องการที่แท้จริงของผู้ใช้ พัฒนาการนำหุ่นยนต์บริการไปใช้ในหลายสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การเปิดตัวหุ่นยนต์ทำความสะอาดกระจกเครื่องแรกของโลก WINBOT ไปจนถึงการสถาปนาตำแหน่งในหมวดหมู่หุ่นยนต์ตัดหญ้า และปัจจุบันเปิดตัวหุ่นยนต์ทำความสะอาดสระว่ายน้ำ ECOVACS ขยายเทคโนโลยีหุ่นยนต์อย่างมั่นคงจากอุปกรณ์ที่ทำงานเดียวไปสู่ระบบนิเวศที่หลากหลายและครอบคลุมหลายสถานการณ์

ในงาน CES 2026 ECOVACS เปิดตัวหุ่นยนต์ทำความสะอาดสระว่ายน้ำรุ่นใหม่ล่าสุด ULTRAMARINE พร้อมชุดผลิตภัณฑ์อัปเกรดสำหรับดูแลสนามหญ้าและทำความสะอาดกระจก ซึ่งเสริมสร้างตำแหน่งผู้นำด้านหุ่นยนต์หลายหมวดหมู่ที่ให้บริการในบ้านหลากหลายสถานการณ์

ULTRAMARINE นำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ที่เป็นผู้นำของ ECOVACS ซึ่งผู้ใช้หลายล้านคนทั่วโลกไว้วางใจ เข้าสู่หมวดหมู่การทำความสะอาดสระว่ายน้ำ ออกแบบมาเพื่อทำให้การดูแลรักษาสระว่ายน้ำง่ายขึ้น ปลดปล่อยผู้ใช้จากกระบวนการทำความสะอาดแบบดั้งเดิมที่ใช้เวลานานและลำบาก ให้พวกเขาเพลิดเพลินกับน้ำใสสะอาดและการพักผ่อนอย่างง่ายดายในสระว่ายน้ำของตน ซึ่งเป็น "ห้องนั่งเล่นสีฟ้า" ที่แท้จริง การเปิดตัว ULTRAMARINE ไม่เพียงแสดงถึงการขยายหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ แต่ยังเป็นก้าวกลยุทธ์อีกขั้นในการเคลื่อนย้ายของ ECOVACS จากหุ่นยนต์ในร่มไปสู่หุ่นยนต์กลางแจ้ง ก้าวหน้าในความพยายามสร้างการใช้ชีวิตอัจฉริยะผ่านเทคโนโลยี

ด้วยความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้งของ ECOVACS ในด้านการรับรู้ การนำทาง และการทำความสะอาด ULTRAMARINE มอบความสามารถในการจดจำสภาพแวดล้อมและวางแผนเส้นทางขั้นสูง ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของสระว่ายน้ำที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาได้อย่างง่ายดาย ระบบกรองที่มีประสิทธิภาพสูงและระบบความทนทานช่วยให้สามารถจัดการกับทุกอย่างตั้งแต่เศษเล็กเศษน้อยไปจนถึงคราบฝังแน่น พร้อมทั้งรักษาการทำงานที่เชื่อถือได้และยาวนานในกลางแจ้ง ด้วย ULTRAMARINE การดูแลรักษาสระว่ายน้ำไม่ใช่ภาระงานอีกต่อไป แต่เป็นส่วนขยายตามธรรมชาติของการใช้ชีวิตอัจฉริยะไปสู่พื้นที่น้ำกลางแจ้ง

สำหรับการดูแลสนามหญ้า ECOVACS ยกระดับการบำรุงรักษาแบบไม่ต้องใช้มือด้วยหุ่นยนต์ตัดหญ้า GOAT A และ GOAT O series ที่อัปเกรดใหม่ ด้วย TruEdge Trimmer แบบบูรณาการอย่างสมบูรณ์พร้อมปัญญาประดิษฐ์ที่เป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์ชุดใหม่รวมการตัดหญ้าและการตัดแต่งขอบเข้าไว้ในกระบวนการอัตโนมัติอย่างสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องทำด้วยตัวเอง ขับเคลื่อนด้วย HoloScope 360 Dual-LiDAR Navigation System ซีรีส์ GOAT ลดเวลาในการตั้งค่าเหลือไม่ถึงหนึ่งนาที และให้ความแม่นยำในการนำทางภายใน 2 เซนติเมตร แม้ในที่แสงน้อยหรือในเวลากลางคืน     

ECOVACS ยังคงสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อความสะดวกของผู้ใช้สำหรับการทำความสะอาดกระจก ในการจัดแสดงที่ CES WINBOT W3 OMNI นำเสนอสถานีชาร์จอเนกประสงค์รูปแบบใหม่ที่ปฏิวัติวงการพร้อมฟังก์ชัน Vortex Wash ที่ก้าวล้ำ ซึ่งทำให้ผ้าเช็ดทำความสะอาดได้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องสัมผัสน้ำสกปรกโดยตรงและไม่ต้องจับผ้าสกปรกด้วยตัวเอง ทำให้การทำความสะอาดกระจกกลายเป็นประสบการณ์อัตโนมัติอย่างสมบูรณ์ ตามข้อมูลจาก AVC บริษัทครองอันดับหนึ่งด้านส่วนแบ่งตลาดในตลาดหุ่นยนต์ทำความสะอาดกระจกของจีนติดต่อกัน 5 ปี แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของ ECOVACS ในการสร้างความไว้วางใจจากผู้ใช้ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหนือกว่า

ECOVACS ยังเปิดตัวหุ่นยนต์เพื่อนสัตว์เลี้ยงรุ่นแรก LilMilo ในงาน CES ซึ่งเป็นก้าวกลยุทธ์อีกขั้นสู่ embodied intelligence การผสมผสานการรับรู้หลายประสาทสัมผัสกับพฤติกรรมที่แสดงออกเหมือนสัตว์เลี้ยง LilMilo นำเสนอรูปแบบใหม่ของเพื่อนดิจิทัลที่มีรากฐานจากความอบอุ่นและปัญญาเชิงโต้ตอบ

นวัตกรรมทั้งหมดของ ECOVACS เกิดขึ้นได้ด้วยศักยภาพของห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำที่เราเชี่ยวชาญมาอย่างยาวนาน และเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเองครอบคลุมแบตเตอรี่ ปัญญาประดิษฐ์ มอเตอร์ ส่วนประกอบการส่งกำลัง และอื่นๆ ปีที่แล้ว ECOVACS เร่งการนำ embodied intelligence ไปใช้ผ่านการลงทุนในบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสำคัญ ในปี 2024 การลงทุนด้านวิจัยและพัฒนารวมของ ECOVACS อยู่ที่ 126 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 7.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ในขณะที่การลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาสะสมตั้งแต่ปี 2018 เกิน 638 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ปัจจุบัน ECOVACS ROBOTICS ให้บริการครัวเรือนมากกว่า 38 ล้านครัวเรือนในเกือบ 180 ตลาดทั่วโลก ด้วยพันธกิจ "Robotics for All" ECOVACS มุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของนวัตกรรมหุ่นยนต์เพื่อสร้างการใช้ชีวิตที่อัจฉริยะและสะดวกสบายยิ่งขึ้นให้กับผู้คนทั่วโลก  

ECOVACS จัดแสดง DEEBOT T90 PRO OMNI, DEEBOT X12 Family และผลิตภัณฑ์ DEEBOT, ULTRAMARINE, GOAT และ WINBOT ล่าสุด ในงาน CES 2026 ที่ลาสเวกัส ระหว่างวันที่ 6-9 มกราคม เยี่ยมชม ECOVACS ได้ที่ Venetian Expo, Level 2, Bellini 2103, 2104


หมายเหตุ: ประสิทธิภาพการทำความสะอาดเพิ่มขึ้น 2 เท่าในโหมดถูพื้นเพียงอย่างเดียว

ซัมซุงยกระดับ AI Vision ให้เข้าใจและจดจำประเภทอาหารมากกว่าเดิม เปิดประสบการณ์ใหม่ในครัวอย่างรอบด้าน พร้อมเผยโฉม Bespoke AI Wine Cellar และเครื่องครัวดีไซน์ใหม่ล่าสุด

X

Right Click

No right click