January 25, 2026

บริติช เคานซิล (British Council) จัดงาน Alumni UK Talks and Networking สำหรับศิษย์เก่าสหราชอาณาจักร เพื่อเป็นเวทีเชื่อมโยงเครือข่ายศิษย์เก่าสหราชอาณาจักร เปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และรับฟังมุมมองเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา เกี่ยวกับทิศทางโลกการทำงานและทักษะที่จำเป็นในอนาคต ท่ามกลางสภาพแวดล้อมของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

แดนนี่ ไวท์เฮด (Danny Whitehead) ผู้อำนวยการ บริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า “เครือข่ายศิษย์เก่าสหราชอาณาจักรก่อให้เกิดสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น สร้างความเชื่อมั่นและความเข้าใจอันดีระหว่างทั้งสองประเทศ โดยมีกลุ่มนักเรียนนักศึกษามากความสามารถที่ไปศึกษาต่อสหราชอาณาจักรช่วยบอกเล่าเรื่องราวของประเทศไทยในขณะไปศึกษาต่อ และหลังเรียนจบก็กลับมาทำงานเป็นผู้นำในสาขางานต่าง ๆ ต่อไป ในปี 2568 นี้เป็นปีที่ไทยและสหราชอาณาจักรร่วมฉลองครบรอบ 170 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างทั้งสองประเทศ เครือข่ายศิษย์เก่าจะช่วยส่งเสริมให้ความสัมพันธ์อันยืนนานนี้ดำเนินต่อไปอย่างมั่นคง ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่กิจกรรมที่บริติช เคานซิลจัดขึ้นในวันนี้จะเป็นการเปิดโอกาสให้ศิษย์เก่าได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และยังเป็นการแลกเปลี่ยน ข้อมูล ความรู้ จากสาขางานที่แต่ละคนเชี่ยวชาญ รวมถึงเป็นการขยายเครือข่ายความร่วมมือในการทำงานอีกด้วย”


การเสวนาในครั้งนี้ มุ่งเน้นการพูดคุยเชิงลึกในประเด็น ทักษะแห่งอนาคต และ คุณลักษณะของผู้นำยุคใหม่ ที่ต้องพร้อมรับมือกับบริบทการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่หยุดยั้ง เปิดโอกาสให้ศิษย์เก่าสหราชอาณาจักรได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรียนรู้แนวโน้มสำคัญ และสร้างเครือข่ายกับผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายอุตสาหกรรม โดยหัวข้อการเสวนาครอบคลุมตั้งแต่ ทักษะที่กำลังเป็นที่ต้องการและทักษะที่เริ่มล้าสมัย ทิศทางของตลาดแรงงานและภาคธุรกิจในปี 2569 และในปีต่อ ๆ ไป คุณสมบัติของผู้นำในอนาคต การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการทำงานในสังคมยุคใหม่ ไปจนถึงความท้าทายร่วมสมัยในการทำงาน อาทิ ประเด็นด้านความเท่าเทียมในองค์กร และการดูแลสุขภาวะทางจิตใจของพนักงาน ร่วมเสวนาโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ อาทิ

 

  • คุณจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ศิษย์เก่า University of Oxford
  • ดร.มัตถกา คงขาว หัวหน้าทีมวิจัยนาโนเทคโนโลยีทางการแพทย์และสัตวแพทย์ นาโนเทค สวทช. หนึ่งในสี่นักวิจัยสตรีไทยที่ได้รับทุนโครงการ “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” ประจำปี 2568 โดยลอรีอัล ประเทศไทย และศิษย์เก่า Imperial College London
  • ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา นักอาชญาวิทยาเชิงพฤติกรรมและจิตวิทยาอาชญากร อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศิษย์เก่า University of Portsmouth
  • คุณมยุรี เลิศชูเกียรติ ผู้จัดการอาวุโสด้านกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด
  • คุณภิญญาภา สมพงษ์ หุ้นส่วนผู้จัดการ บริษัท ทีดับเบิ้ลยูแอลเอส จำกัด (TWLS) และประธานหอการค้าอังกฤษ – ไทย (BCCT) ศิษย์เก่า Durham University

 โดยมี คุณพิภู พุ่มแก้วกล้า ผู้ประกาศข่าวและพิธีกรชื่อดัง ศิษย์เก่า Bournemouth University ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ

โดยในช่วงเสวนา สามารถสรุปเนื้อหาที่วิทยากรทั้ง ท่านได้พูดถึงทักษะแห่งอนาคตไว้ว่า สิ่งที่ทุกคนหนีไม่พ้นคือการเป็น AI Enabler การใช้ AI และดิจิทัลเป็นเครื่องมือเสริมศักยภาพการทำงาน และการมี Soft Skills ไม่ว่าคุณจะจบมาสาขาใด ในโลกการทำงานยุคใหม่จำเป็นต้องมี multi-skill เพื่อนำองค์ความรู้ที่มีมาผสานกับทักษะด้าน AI และดิจิทัลให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง เพราะแม้ traditional economy จะเติบโตช้าลง แต่ digital economy และ green economy ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน องค์กรในอนาคตจะเต็มไปด้วยคนหลากหลายเจเนเรชัน ผู้ที่เติบโตและทำงานอย่างมีความสุขได้คือคนที่ “อ่านคนเป็น เข้าใจมนุษย์” มีความยืดหยุ่น ปรับตัวเก่ง และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี ซึ่งทั้งหมดนี้คือ soft skill ของมนุษย์ที่ AI ยังไม่สามารถทดแทนได้

งาน Alumni UK Talks and Networking ในครั้งนี้ ตอกย้ำบทบาทของบริติช เคานซิล ในการเป็นศูนย์กลางของการเชื่อมโยงเครือข่ายศิษย์เก่าสหราชอาณาจักรให้เข้มแข็ง พร้อมสนับสนุนให้ทุกคนสามารถเรียนรู้ ปรับตัว และก้าวทันโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างมั่นใจ

สำหรับศิษย์เก่าสหราชอาณาจักรที่สนใจติดตามข่าวสารการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของบริติช เคานซิลหรือสนใจเข้าร่วมในเครือข่ายศิษย์เก่าสหราชอาณาจักร สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม และสมัครเข้าร่วม Alumni UK Network ได้ที่ https://www.britishcouncil.org/study-work-abroad/alumni-uk

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยศูนย์นวัตกรรมการเรียนรู้ จุฬาฯ ร่วมกับ Coursera for Campus จัดงาน President’s Distinguished Speakers ครั้งที่ 5 โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ เป็นผู้กล่าวเปิดงาน จากนั้นเป็นการบรรยายพิเศษเรื่อง “Purpose-Driven Learning: The Human Foundation for Flourishing in an AI-Powered Economy” (การเรียนรู้ที่ขับเคลื่อนด้วยเป้าหมายและทักษะเพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืนในเศรษฐกิจยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI) โดย Dr. Victor Strecher, Pioneering Professor, School of Public Health, University of Michigan นักวิทยาศาสตร์พฤติกรรมผู้มีชื่อเสียง นักเขียน และผู้สอนบนแพลตฟอร์ม Coursera ผู้สร้างหลักสูตรออนไลน์ชื่อดัง “Finding Purpose and Meaning in Life” ซึ่งได้รับการจัดอันดับโดยนิตยสาร Inc.ให้เป็นคอร์สออนไลน์ที่ดีที่สุดอันดับ 4 ของโลกในปี 2020 ดำเนินรายการโดย อ. ดร.ถิรพุทธิ์ ปิติฉัตร ผู้ช่วยอธิการบดี ด้านพัฒนาองค์กร

การบรรยายพิเศษครั้งนี้ Dr. Victor Strecher ได้ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการเรียนรู้ที่ขับเคลื่อน ด้วยเป้าหมายในฐานะรากฐานสำคัญของการสร้างความยืดหยุ่น ความเป็นอยู่ที่ดี และสมรรถนะสูง ในเศรษฐกิจยุค AI พร้อมเผยถึงวิธีการเชื่อมโยง “ความหมายในชีวิต” เข้ากับ “การพัฒนาทักษะ” เพื่อปลดล็อกแรงบันดาลใจและนวัตกรรมทั้งในระดับบุคคล องค์กร และสังคม ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง ที่รวดเร็ว ทั้งนี้การบรรยายดังกล่าวมีคณาจารย์ บุคลากร และนิสิตเข้าฟังจำนวนมาก

Dr. Victor Strecher เน้นย้ำว่ามนุษย์ไม่ได้ต้องการเพียงพลังงานและทักษะเท่านั้น แต่ยังต้องมี จุดหมายที่ชัดเจนในชีวิต หรือเป้าหมายชีวิตที่เป็นเสมือนเข็มทิศกำหนดทิศทาง และยังชวนผู้เข้ารับฟังการบรรยายให้มีแรงบันดาลใจในการค้นหาเป้าหมายในชีวิต เช่น เมื่อเรากลัว สมองจะสร้างกำแพงขึ้นมาทันทีแต่ ‘เป้าหมาย’ คือพลังเดียวที่พังกำแพงนั้นได้ อย่าให้ความกลัวมาควบคุมชีวิตเรา สมองมีไว้คิดมิใช่ให้ความกลัวบังคับ เป้าหมายชีวิตที่แท้จริงคือ พลังที่ขับเคลื่อนด้วยคุณค่าภายใน จัดระเบียบชีวิตให้เดินไปสู่สิ่งที่มีความหมาย คนที่มีเป้าหมายชีวิตชัดเจนมีแนวโน้มคิดทำร้ายตัวเองน้อยกว่าคนที่ไม่มีถึง 4 เท่า และการมีเหตุผลที่จะตื่นขึ้นทุกเช้าคือยารักษาจิตใจที่ดีที่สุด

นอกจากนี้ Dr. Victor Strecher ยังกล่าวถึงความสำคัญของ AI ว่าสามารถทำลายงานของเราหรืออาจทำให้ศักยภาพของมนุษย์พุ่งสูงขึ้นหลายเท่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่าเราใช้มันโดยมีเป้าหมายหรือไม่ เราพูดถึง AI เหมือนมันเป็นสิ่งเดียว แต่จริง ๆ แล้วมันคือสติปัญญาหลายแบบที่เราต้องเรียนรู้จะอยู่ร่วมกับมัน

ถ้าเราเข้าใจตัวเอง เราก็จะเข้าใจได้ว่า AI แบบไหนที่เหมาะกับเรา และ AI ไม่ได้แทนมนุษย์ได้ทุกอย่างแต่มันขยายตัวตนที่ชัดเจนของเราออกไปได้

ในมุมมองด้านสาธารณสุข การดูแลสุขภาพไม่ควรมุ่งเน้นเฉพาะการป้องกันหรือรักษาโรคเท่านั้น แต่ควรส่งเสริมให้ผู้คนได้ใช้ชีวิตอย่างมีความหมายและทิศทางที่ชัดเจน

นอกจากนี้ จากงานวิจัยชี้ให้เห็นว่าการสะท้อนคุณค่าและภาพตนเองในอนาคตจะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างอัตลักษณ์ การกำกับอารมณ์ และความยืดหยุ่นทางจิตใจ

Dr. Victor Strecher ชี้ว่าเมื่อเชื่อมโยงอัตลักษณ์และเป้าหมายชีวิตเข้ากับเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้อย่างเหมาะสม AI จะทำหน้าที่เป็น “พลังทวีคูณ” ที่ช่วยสนับสนุนต้นแบบ อัตลักษณ์ให้ได้รับประโยชน์จากเครื่องมือที่เหมาะสมกับตน การผสมผสาน “ทักษะ” เข้ากับ “เป้าหมายชีวิต” จะก่อให้เกิดผู้เรียนและผู้นำที่มีความหวังมากขึ้น สามารถเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจทั้งทิศทางและศักยภาพ

ในโลกยุคใหม่ที่ทักษะจำเป็นแห่งอนาคตการทำงานกำลังจะเปลี่ยนไปอย่างมาก หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (MBA Chula) พร้อมช่วยเสริมสร้างทักษะ และ ความรู้ใหม่ๆ สำหรับการเป็นผู้นำในอนาคต ผ่านหลักปรัชญาการเรียนรู้ (5C)

รศ. ดร. ณัฐพล อัสสะรัตน์ ประธานหลักสูตร MBA คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า    ผลจากการสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับทักษะใหม่ๆ ที่จะเป็นตัวแปรสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ และระบบเศรษฐกิจในอนาคต ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CBS) และ สภาเศรษฐกิจโลก หรือ World Economic Forum (WEF) โดยพบว่า ทักษะใหม่ ๆ สำหรับการเป็นผู้นำองค์กรธุรกิจในอนาคตมี 10 ด้าน ดังนี้

AI & Big Data - ปัญญาประดิษฐ์ และข้อมูลมหัต; Analytic Thinking – การคิดเชิงวิเคราะห์; Creative Thinking – การคิดเชิงสร้างสรรค์; Leadership and Social Influence – ความเป็นผู้นำ และอิทธิพลทางสังคม; Talent Management – การบริหารจัดการความสามารถ; Resilience, Flexibility and Agility – ความอดทน, ความยืดหยุ่น และความคล่องตัว; Curiosity and Lifelong Learning – ความช่างสงสัย และความต้องการเรียนรู้ตลอดชีวิต; Technology Literacy – ความรู้ในการจัดการกับเทคโนโลยี; Environmental Stewardship – การดำเนินการที่ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม; และ Service Orientation and Customer Service – การมีจิตมุ่งบริการ และการบริการลูกค้า

ทั้งนี้ MBA Chula ได้ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น และพร้อมที่จะช่วยเสริมสร้างทักษะ ความรู้ และความสามารถต่าง ๆ ให้แก่ผู้นำในอนาคต โดยถ่ายทอดผ่านหลักปรัชญาการเรียนรู้ (5C) ที่ถือว่าเป็นหัวใจหลักของการออกแบบเนื้อหาการเรียนการสอน และกิจกรรมต่าง ๆ ของหลักสูตร ที่เสริมสร้างทักษะ/ความรู้แห่งอนาคต อันประกอบด้วย:

1 Critical Thinking: เป็นการคิดวิเคราะห์อย่างมีตรรกะและเป็นระบบ ซึ่งเกิดจากการประสานกันระหว่างความรู้เชิงทฤษฎี กับภาพธุรกิจจริง เพื่อให้ผู้บริหารสามารถคิดวิเคราะห์และการอธิบายกลไกธุรกิจในบริบทต่าง ๆ ซึ่งทักษะความรู้ในด้าน AI – Big Data และ Analytical Thinking จะมีบทบาทมาก และผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ผ่านวิชาที่เกี่ยวข้องกับ Data Science, Business Analytics และโมเดลการวิเคราะห์มากมายที่สอดแทรกในวิชาต่าง ๆ ของทางหลักสูตร

2 Creativity: คือ Create + Ability เป็นความสามารถในการสร้างสิ่งใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้น โดยหลักสูตรมุ่งเน้นรูปแบบการเรียนการสอนแบบ Experiential Learning ที่ไม่ได้แค่เรียนเนื้อหาแล้วนำไปสอบ หากแต่จะมีโครงงานให้ผู้เรียนได้นำทฤษฎีไปประยุกต์ใช้จริง โดยทำวิจัยอย่างต่อเนื่องของคณาจารย์ ทำให้องค์ความรู้ที่สอนไม่ได้อยู่แค่เพียงตำราจากต่างประเทศ หากแต่เป็นองค์ความรู้  ที่ทันสมัยและประยุกต์ใช้ได้จริงในบริบทของสังคมและเศรษฐกิจทั้งใระดับประเทศและระดับสากล

3 Care: การให้ความใส่ใจต่อทั้งคู่ค้า ชุมชน และสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่งและยั่งยืน ถือว่ามีความสอดคล้องกับทักษะ - ความรู้ในด้านของ Environmental Stewardship, Service Orientation and Customer Service ผ่านการปลูกฝังและเรียนรู้ในรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับการสร้างคุณค่าร่วม (Creating Share Values: CSV) ความยั่งยืน (Sustainability) และจริยธรรมทางธุรกิจ ซึ่งวิชาดังกล่าวนี้จะมีการนำผู้เรียนลงพื้นที่ชุมชนเพื่อช่วยคิดวางแผนแก้ปัญหาให้กับธุรกิจจริง เพื่อให้ผู้เรียนได้รับความรู้ทั้งจากบทเรียนและประสบการณ์จริง

4 Collaboration: ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในปรัชญาการเรียนรู้ที่ทาง MBA Chula ได้ส่งเสริมแก่ผู้เรียน โดยคุณสมบัติของผู้นำที่ดี คือ สามารถทำงานเป็นทีม และดึงศักยภาพที่โดดเด่นของสมาชิกในทีมออกมาเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการทำงาน โดยผู้เรียนจะสามารถฝึกฝนทักษะเหล่านี้ได้จากการร่วมกันทำโครงงานต่าง ๆ ในแต่ละรายวิชา

5 Communication: เป็นหนึ่งในทักษะที่ MBA Chula ให้ความสำคัญ เนื่องจากผู้บริหารที่ดีนั้น นอกจากจะมีความรู้ความสามารถแล้ว ยังต้องสามารถสื่อสารสิ่งที่ตนคิดให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันและสามารถดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ได้ไปในทิศทางเดียวกัน ด้วยเหตุนี้ หลักสูตรได้ออกแบบรายวิชาที่ช่วยพัฒนาความสามารถของการสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ ให้แก่ผู้เรียน   ทั้งในการติดต่อธุรกิจ การสื่อสารภายในคณะทำงาน และการสื่อสารเพื่อสร้างอิทธิพลต่อสังคม

นอกจากแนวคิด 5C แล้ว MBA Chula ยังมุ่งเน้นการส่งเสริม Global Mindset ผ่านการศึกษาดูงานในต่างประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรของหลักสูตรทั้งในและต่างประเทศ ที่เป็นสถาบันการศึกษาและองค์กรธุรกิจ  ทำให้สามารถเข้าถึงการดูงานที่ลึกซึ้งและสามารถเข้าใจบริบทของการทำธุรกิจข้ามชาติได้อย่างแท้จริง

รศ. ดร. ณัฐพล กล่าวเสริมอีกว่า เพื่อส่งเสริมการเรียนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ ๆ ล่าสุด MBA Chula จึงได้ริเริ่มโครงการ Life Long Learning เปิดโอกาสให้นิสิตเก่าของหลักสูตรสามารถกลับมาเพิ่มพูนทักษะและความรู้ใหม่ ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง โดย MBA Chula มุ่งหวังที่จะผลิตผู้บริหารยุคใหม่ให้มีความสามารถพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น และคาดว่าหลักสูตรนี้จะเป็นแรงผลักดัน และขับเคลื่อนธุรกิจในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้ที่สนใจหลักสูตร MBA Chula สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Website : https://mba.cbs.chula.ac.th/ 

 Facebook Page: https://www.facebook.com/mbachulalongkorn

X

Right Click

No right click