เอปสัน ผู้นำระดับโลกด้านการพิมพ์สำหรับมืออาชีพ ประกาศเปิดตัว Epson WorkForce Enterprise AM-C400 และ AM-C550 เครื่องพิมพ์ขนาดกลางซีรีส์ใหม่ ขนาด A4 ที่ทั้งประหยัดพลังงานและขนาดกะทัดรัด ช่วยประหยัดพื้นที่ในสำนักงาน แต่ยังคงประสิทธิภาพเยี่ยม สอดคล้องกับวิสัยทัศน์เรื่องความยั่งยืน และการประกาศยุติการจำหน่ายเครื่องพิมพ์เลเซอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อธันวาคม 2566

หลังจากเมื่อปลายปี 2565 เอปสันที่ได้เปิดตัวเครื่องพิมพ์เพื่อธุรกิจขนาด A3 รุ่น AM-C4000 และ C5000 ที่พิมพ์เร็ว 40 หน้า และ 50 หน้าต่อนาที ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีนั้น โดยต่อมาเอปสัน พบว่ามีสำนักงานขนาดกลางและเล็กจำนวนมากมีต้องการเครื่องพิมพ์ที่ความเร็วระดับเดียวกันในขนาดเครื่องพิมพ์ A4 จึงได้เปิดตัวเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทเพื่อธุรกิจ Epson WorkForce Enterprise AM-Series รุ่นใหม่ 2 รุ่นด้วยกัน ประกอบด้วย
AM-C400 และ AM-C550 ที่พิมพ์เร็ว 40 และ 55 หน้าต่อนาทีตามลำดับ ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์ด้านเดียวหรือ 2 ด้าน พร้อมออกแบบทางเดินกระดาษแบบใหม่ C-Shaped ที่สั้นกว่าเดิม ทำให้จัดการเรื่องกระดาษติดได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ตัวเครื่องได้รับการออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัด เพียง 465 x 570 มิลลิเมตรเท่านั้น จึงเป็นรุ่นที่ประหยัดพื้นที่ในการวางเครื่องมากที่สุดเมื่อเทียบกับเครื่องพิมพ์ที่มีความเร็วการพิมพ์ในการระดับเดียวกัน AM-C400 และ AM-C550 จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับสำนักงานขนาดเล็ก หรือวางในบริเวณที่ต้องต้อนรับลูกค้า

AM-C400 และ AM-C550 ช่วยให้ทำงานได้อย่างราบรื่นและมั่นใจในความปลอดภัยของของข้อมูลด้วย Epson Solution Suite โซลูชันที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและขั้นตอนการทำงานในสำนักงานให้ดียิ่งขึ้น มาพร้อมชุดรักษาความปลอดภัยที่มีคุณสมบัติหลากหลายในการเข้ารหัสข้อมูลพร้อมด้วยคุณสมบัติต่างๆ เช่น การจัดการจากระยะไกล ตัวเลือกการพิมพ์ที่กำหนดได้เอง และรองรับการใช้งานได้หลากหลาย AM-C400 และ AM-C550 ยังมีโซลูชันสำหรับบริหารงานเอกสารที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ขั้นตอนการสแกนเอกสาร ทำให้สแกนเอกสารได้ง่ายขึ้นด้วยระบบอัตโนมัติ จึงลดขั้นตอนการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้เครื่องพิมพ์ Epson WorkForce Enterprise AM-Series ยังมาพร้อม Heat-Free เทคโนโลยีการพิมพ์ที่ไม่ใช้ความร้อนลิขสิทธิ์เฉพาะของเอปสัน ด้วยใช้การพ่นน้ำหมึกลงบนกระดาษโดยตรงไม่ต้องใช้ความร้อนซึ่งเมื่อเทียบกับเครื่องพิมพ์เลเซอร์แล้ว จะช่วยประหยัดพลังงานได้มากกว่าถึง 85% ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงถึง 85% และมีชิ้นส่วนและวัสดุสิ้นเปลืองน้อยกว่า 59% ทั้งยังไม่เกิดความร้อนจากกระบวนการพิมพ์ซึ่งจะทำลายหัวพิมพ์ ซึ่งเทคโนโลยี Heat-Free จะช่วยประหยัดเวลาด้วยการพิมพ์ความเร็วสูงอย่างสม่ำเสมอ ไม่จำเป็นต้องรอวอร์มเครื่องพิมพ์ สามารถเริ่มพิมพ์งานได้ทันที จึงพิมพ์งานได้รวดเร็วและต่อเนื่อง ทั้งยังให้งานพิมพ์ที่คมชัด มีความละเอียดสูง ไม่ต่างจากเครื่องพิมพ์เลเซอร์ นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ส่งเสริมความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ ฟีเจอร์การติดตามการใช้พลังงานของเครื่อง หรือไอคอนใบไม้สีเขียวบนหน้าจอที่คอยเตือนให้ผู้ใช้เลือกการสั่งพิมพ์บนทั้ง 2 ด้านของกระดาษเพราะจะช่วยประหยัดกระดาษ เป็นต้น

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แม้ว่าเครื่องพิมพ์เลเซอร์จะได้รับความนิยมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่กระบวนการพิมพ์ที่ใช้พลังงานมากอาจจะขัดแย้งกับนโยบายด้านความยั่งยืนของแต่ละองค์กรที่ปัจจุบันหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว เพื่อตอบสนองความต้องการโซลูชันการพิมพ์ที่ประหยัดพลังงาน เอปสันจึงได้เปิดตัวเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทมัลติฟังก์ชันความเร็วสูง WorkForce Enterprise AM series ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Heat-Free ซึ่งนับเป็นผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของเอปสันที่ในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่เปี่ยมประสิทธิภาพ ขนาดกะทัดรัด และแม่นยำ ที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากร เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของทุกคน หรือ “Engineered for Good ” ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมความยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ”

Epson WorkForce Enterprise AM-C400 และ AM-C550 จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทย ในเดือนมิถุนายน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อเอปสัน คอลเซ็นเตอร์ 0-2460-9699 หรือเว็บไซต์ www.epson.co.th เฟสบุ๊ค facebook.com/epsonthailand และ LINE Official Account Epson Thailanda

เรียกว่าเป็นแบรนด์ที่ขยับตัวมากในเรื่องความยั่งยืน ล่าสุดคืน Earth Hour 23 มี.ค. ที่ผ่านมา วิสาข์ ธนวิภาคย์ ผู้จัดการอาวุโส  ฝ่ายแบรนด์และสื่อสารองค์กร เอปสัน ประเทศไทย ได้ชวนพนักงาน พาร์ทเนอร์ คู่ค้าสื่อมวลชน รวมถึงแฟนเพจเอปสันทั้งในไทย กัมพูชา และพม่า พักการใช้ไฟสัก 60 นาที แล้วมาอยู่ในความมืดอย่างมีสไตล์กับแสงสว่างจากเทียนหอมของเฮ็ดดิ คราฟท์ (Heddi Craft) แบรนด์สินค้าแฮนด์เมดจากฝีมือกลุ่มคนพิการ ต.เต่างอย จ.สกลนคร 

 

แถมยังชวนถ่ายภาพโพสต์โชว์ ติดแฮชแท็ก #SwitchOffCandleOnTH #BiggestHourForEarth #EpsonTH ให้ทุกคนได้ร่วมกันลดโลกร้อนพร้อมกับคนทั้งโลก

เอปสัน ผู้นำด้านการพิมพ์ระดับมืออาชีพ จัดงาน LFP Innovation Day เป็นครั้งแรก ณ กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยงานนี้จัดแสดงเทคโนโลยีการพิมพ์ระดับนวัตกรรมล่าสุดสำหรับวงการสิ่งทอและค้าปลีก ครบเครื่องด้วยแอปพลิเคชั่นที่ใช้ในการจับคู่โปรไฟล์สี และการพิมพ์สำเนาภาพถ่ายของช่างภาพมืออาชีพ

งาน LFP Innovation Day 2024 จัดขึ้นในรูปแบบโซลูชั่นให้ผู้ร่วมงานเดินชมผลงานพิมพ์และการสาธิตเครื่อง เพื่อ ให้เข้าใจกระบวนการทำงานของเครื่องพิมพ์และแอปพลิเคชั่นที่ได้การปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานทางธุรกิจได้ ด้วยประสิทธิภาพต้นทุนที่เหมาะสมและสามารถลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมผ่านระบบการพิมพ์ผ้าแบบดิจิทัล

“ในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องพิมพ์หน้ากว้างสำหรับการพิมพ์ผ้า รูป และป้ายโฆษณา เอปสันมุ่งมั่นที่จะสร้างอนาคตโลกการพิมพ์ด้วยนวัตกรรม งาน LFP Innovation Day ถือเป็นโอกาสของเราในการนำเสนอโซลูชั่นการพิมพ์ที่ล้ำสมัยพร้อมรองรับองค์กรธุรกิจทุกขนาด โดยที่เราได้มีปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับทั้งลูกค้าและพันธมิตร เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเทคโนโลยีของเราจะช่วยให้องค์กรธุรกิจต่างๆ ลดขั้นตอนการทำงานและทำงานได้ง่ายขึ้น” นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

LFP Innovation Day มีการสาธิตผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม โดยแบ่งออกเป็นโซนต่างๆ อาทิ:

  • นวัตกรรมเครื่องพิมพ์ป้ายโฆษณา – โซลูชั่นนี้มาพร้อม Auto Color Chart Reading Portable Table รุ่นใหม่ และเครื่องวัดความทึบแสง SD-10 Spectrophotometer ของเอปสัน ช่วยลดเวลาจัดการงานสี โดยการสาธิตใช้งานโซลูชั่นจะแสดงการปรับแต่งค่าสี และยืนยันค่าสีของเครื่องพิมพ์ ที่เป็นตัวช่วยให้งานพิมพ์มีสีที่สม่ำเสมอและแม่นยำ
  • นวัตกรรมเครื่องพิมพ์ผ้าระบบดิจิทัล - การสาธิตแสดงความสามารถในการขยายธุรกิจ หรือการปรับ แต่งงานตามความต้องการด้วยเครื่องพิมพ์ระบบ Dye Sublimation ของเอปสัน ครอบคลุมทุกขั้นตอนการพิมพ์รวมถึงขั้นตอนที่เกี่ยวกับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมจากพันธมิตรต่างๆ อาทิ Cricut
  • นวัตกรรมเครื่องพิมพ์ผลิตภัณฑ์สำหรับธุรกิจร้านค้า - โซลูชั่น Epson Craft Studio ที่ช่วยให้ผู้ใช้อัปโหลดรูปเพื่อสั่งพิมพ์บนวัสดุหลากหลายชนิดผ่านเครื่องพิมพ์หน้ากว้างของเอปสัน โซลูชั่นนี้ช่วยให้ธุรกิจสามารถเริ่มต้นการเสนอสินค้าและบริการได้โดยไม่ยุ่งยากซับซ้อน โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งเข้าสู่วงการผลิตสินค้าของที่ระลึก Epson Craft Studio จะเปิดให้ใช้ในรูปแบบสมาชิกรายเดือน ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนการทำงานภายในร้าน นับตั้งแต่ขั้นตอนสั่งโปสเตอร์และสินค้า ขั้นตอนพิมพ์ หรือขั้นตอนจัดส่ง โดยเอปสันจะเริ่มให้บริการนี้ตั้งแต่ปลายปี 2567 เป็นต้นไป
  • นวัตกรรมเครื่องพิมพ์ภาพถ่ายระดับมืออาชีพ – การสาธิตครอบคลุมตั้งแต่การถ่ายภาพไปถึงขั้นตอนการพิมพ์ เพื่อให้ผู้ชมได้เห็นงานพิมพ์มีคุณภาพและความแม่นยำสูง เมื่อมี Epson SureColor
    SC-P6530D เป็นตัวช่วย นอกจากนี้ยังมีโซลูชั่น Minilab มาในรูปแบบสตูดิโอถ่ายรูปและพิมพ์รูปด้วยตนเอง โดยใช้เครื่องพิมพ์ Epson SureLab SL-D530 และ SL-D1030 เพื่องานพิมพ์คุณภาพสูง

ในงาน LFP Innovation Day 2024 เอปสันยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นล่าสุด อาทิ Epson SureColor SC-V1030 เครื่องพิมพ์หมึกยูวี สำหรับงานพิมพ์ขนาด A4 เหมาะกับการผลิตสินค้ารูปแบบใหม่และของขวัญ รวมถึง Epson SureColor SC-F1030 ซึ่งเป็นเครื่องพิมพ์ผ้าที่มีขนาดเล็กที่สุดของเอปสัน

  • เทคโนโลยีล้ำสมัยที่มาพร้อมรุ่น SC-V103 ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้กระบวนการพิมพ์ง่ายดายยิ่งขึ้น แต่ยังให้งานพิมพ์คุณภาพสูงไม่ว่าจะพิมพ์กับวัสดุชนิดใด ทั้งสิ่งทอ ผ้า ไม้ และอะคริลิค ช่วยสร้างความเป็นไปได้มากมายในเชิงธุรกิจ ส่งผลให้ผู้ใช้งานมีมุมมองที่กว้างขวางยิ่งขึ้นและนำเสนอสินค้าและบริการใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้าได้เพิ่มมากขึ้น
  • นอกจากนี้แล้ว พรินเตอร์ระดับนวัตกรรมรุ่นใหม่อย่าง SC-F1030 ยังพร้อมแปลงโฉมร้านขายของขวัญและสินค้าแปลกใหม่เข้าสู่ยุคที่สินค้าและบริการสามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการ พร้อมด้วยฟีเจอร์อินเตอร์แอคทีฟ พรินเตอร์รุ่นนี้สามารถพิมพ์ลงผ้าได้โดยตรง (เหมาะกับพิมพ์ของชิ้นใหญ่) รวมทั้งสามารถ พิมพ์ลงแผ่นฟิล์มโดยตรงด้วย (เหมาะกับพิมพ์โลโก้ขนาดเล็ก) เจ้าของเครื่องจึงมีความยืดหยุ่นในการสร้าง สรรค์งานให้ลูกค้าพร้อมเติมเต็มความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้แล้ว งาน LFP Innovation Day 2024 ยังจัดแฟชั่นโชว์เพื่อนำเสนอผลงานจากคอลเล็กชันพิเศษเฉพาะที่เอปสันได้ร่วมมือกับ 7 ดีไซเนอร์จากกลุ่ม ASEAN Fashion Designers Showcase (AFDS)  ในการสร้างคอลเล็กชันที่มีชื่อว่า “Sustainability in Asia” ซึ่งออกแบบสะท้อนความมุ่งมั่นทุ่มเทต่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ สัตว์ป่า และสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น โดยเครื่องแต่งกายทุกชิ้นในคอลเล็กชันดังกล่าว พิมพ์ด้วยพรินเตอร์ระบบ Dye Sublimation ของเอปสัน อาทิ SureColor SC-F6430, SureColor SC-F9430H และ SureColor SC-F10030     

เอปสันลงทุนเสริมความแกร่งธุรกิจในไทย เปิดโซลูชั่น เซ็นเตอร์ รวมครบโปรเจคเตอร์ เครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม หุ่นยนต์แขนกล และเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทเพื่อธุรกิจ ชูจุดแข็งทางด้านนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน ตอบโจทย์ลูกค้า B2B ที่กำลังปรับตัวในไทย

โซลูชั่น เซ็นเตอร์ของเอปสัน ประเทศไทย พื้นที่กว่า 600 ตร.ม. ตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 ด้านหน้าอาคารปัน (PUNN Smart Workspace) ถนนพระราม 4 เขตคลองเตย โดยพิธีเปิดในวันนี้ได้รับเกียรติจากผู้บริหารทั้งจากบริษัทแม่  ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น และจากสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าร่วม

มร.จุนคิชิ โยชิดะ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการธุรกิจเครื่องพิมพ์ บริษัท ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า เอปสันไม่ได้กำหนดความก้าวหน้าขององค์กรที่ความสำเร็จด้านผลกำไรเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญอย่างมากกับความยั่งยืน และได้นำมาใช้เป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจและการพัฒนานวัตกรรม เอปสันมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน อย่างเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทที่ใช้เทคโนโลยี Heat-Free ลิขสิทธิ์เฉพาะของเอปสัน ที่ใช้พลังงานน้อยและช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ความทุ่มเทนี้ทำให้บริษัทฯ ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น จนกลายเป็นแบรนด์เครื่องพิมพ์อิงค์แทงค์อันดับ 1 ของโลกด้วยยอดจำหน่ายสะสมสูงถึง 90 ล้านเครื่องเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา นอกจากนี้ เอปสันยังครองอันดับ 1 ในตลาดโปรเจคเตอร์ทั่วโลกมายาวนานถึง 22 ปีติดต่อกัน ที่สำคัญ บริษัทฯ ได้เดินหน้าขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้าองค์กร หรือ B2B มาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถก้าวขึ้นเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในตลาดเครื่องพิมพ์หน้ากว้างของตลาดอาเซียนในปีที่ผ่านมาได้สำเร็จ โดยมีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 21%

“เอปสันตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องปฏิรูปการดำเนินงานเพื่อลูกค้า B2B และความสำคัญในการลงทุนด้านโครงสร้างเพื่อสนับสนุนโครงการใหม่ๆ ที่จะขับเคลื่อนการเติบโตในธุรกิจด้าน B2B ดังนั้นโซลูชั่น เซ็นเตอร์นี้จึงเป็น ทัชพอยต์สำคัญที่จะทำให้ลูกค้าและพาร์ทเนอร์ของเอปสันได้พบและรับประสบการณ์อันน่าประทับใจโดยตรงด้วยตัวเองกับผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นด้าน B2B ใหม่ๆ ของเอปสัน บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าภาคธุรกิจมีหน้าที่ต้องช่วยแก้ไขปัญหาในสังคม และสร้างผลกระทบเชิงบวกให้แก่ชุมชน เมื่อมองไปที่อนาคต เอปสันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ช่วยให้องค์กรต่างๆ ให้ได้ใช้ผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นที่ยั่งยืนของเอปสัน เพื่อยกระดับชีวิตและสร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่าให้แก่คนรุ่นต่อไป” มร.จุนคิชิ กล่าว

มร.ซิ่ว จิน เกียด กรรมการผู้จัดการภูมิภาค เอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า การเปิดโซลูชั่นเซ็นเตอร์ในประเทศไทยถือเป็นอีกย่างก้าวสำคัญของเอปสัน เพราะเมื่อรวมกับความสำเร็จในการเปิดโซลูชั่นเซ็นเตอร์ที่ผ่านมาในสิงคโปร์ อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย เอปสันก็จะมีทัชพอยต์สำหรับลูกค้า B2B ได้ครอบคลุมภูมิภาคนี้ได้มากยิ่งขึ้น ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีบทบาทสำคัญต่อเอปสันมาโดยตลอด ถือเป็นตลาดหลักของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเอปสันได้เข้ามาดำเนินกิจการในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2533 หรือเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 3 ทศวรรษแล้ว นอกจากนี้ เอปสัน ประเทศไทยยังเป็นศูนย์กลางในการดำเนินธุรกิจในกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และปากีสถานอีกด้วย การเปิดโซลูชั่น เซ็นเตอร์แห่งใหม่ล่าสุดวันนี้จึงสะท้อนถึงความทุ่มเทของเอปสันที่จะสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจมากยิ่งขึ้นในภูมิภาคนี้ และตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินกิจการในประเทศไทย

“โซลูชั่น เซ็นเตอร์ของเอปสัน ประเทศไทยได้รวมนวัตกรรมและความยั่งยืนมาไว้ด้วยกัน การออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเอปสันในด้านความยั่งยืน โดยใช้เทคโนโลยีการพิมพ์และการฉายภาพอันทันสมัยของเอปสันมารังสรรค์พื้นที่ภายในให้สามารถใช้จัดแสดงโซลูชั่นระดับนวัตกรรม ไปพร้อมกับส่งเสริมแนวปฏิบัติที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยให้ลูกค้าได้ใกล้ชิดกับผลิตภัณฑ์เหล่านั้นและความยั่งยืนในเวลาเดียวกัน เมื่อลูกค้าเปิดรับความยั่งยืนและประยุกต์ใช้ในธุรกิจ ก็จะสามารถช่วยลดผล กระทบต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกับการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานทางธุรกิจได้”

“ขณะที่บริษัทฯ เดินหน้าขยายธุรกิจไปพร้อมกันทั่วทั้งภูมิภาค ความมุ่งมั่นในเรื่องความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมยังคงแน่วแน่ไม่เปลี่ยนแปลง ความยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งของดีเอ็นเอองค์กรของเอปสันและสะท้อนอยู่ในการดำเนินธุรกิจ รากฐานของทุกสิ่งที่ทำมาจากปรัชญาของนวัตกรรมที่รวมทั้งประสิทธิภาพ ขนาดกะทัดรัด และความแม่นยำ บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าโซลูชั่นที่ช่วยประหยัดพลังงาน นวัตกรรมที่ช่วยลดขนาดพื้นที่ใช้งาน และเทคโนโลยีที่มีความแม่นยำที่สูงพิเศษจะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมและเสริมสร้างชุมชนให้มีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้นได้” มร.ซิ่ว จิน เกียด กล่าว

ด้านนายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เอปสันมองเห็นถึงศักยภาพและการเติบโตของสินค้าในกลุ่มธุรกิจ B2B ในทุกตลาดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และได้วางกลยุทธ์เพื่อรุกตลาดนี้โดยเฉพาะ ตั้งแต่ด้านโครงสร้างของธุรกิจ การพัฒนาทีมงาน ไปถึงการพัฒนาและการให้การสนับสนุนตัวแทนจำหน่าย การลงทุนสร้างโซลูชั่น เซ็นเตอร์ในทุกประเทศก็เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญ เพื่อเป็นทัชพอยต์สำหรับลูกค้า B2B ซึ่งโซลูชั่น เซ็นเตอร์แห่งใหม่ที่ประเทศไทยนี้ใช้งบประมาณกว่า 30 ล้านบาท

“นอกจากจะได้รับการออกแบบให้สามารถใช้พื้นที่กว่า 600 ตร.ม. ได้อย่างคุ้มค่าและอเนกประสงค์แล้ว เอปสันยังได้เลือกคอนเซ็ปต์ “Sustainability of Asia and Season Changes” ที่สนับสนุนจุดยืนทางด้านความยั่งยืนของเอปสันทั่วโลก การตกแต่งภายในทั้งหมดเน้นใช้วัสดุที่มีผิวสัมผัสและสีที่เป็นธรรมชาติ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยังตกแต่งด้วยภาพพิมพ์จากเครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม และภาพฉายด้วยโปรเจคเตอร์ของเอปสัน”

สำหรับสินค้าไฮไลท์ที่จัดแสดงในวันเปิดโซลูชั่น เซ็นเตอร์ ประกอบด้วยเครื่องพิมพ์สิ่งทอแบบ Direct-to-Garment รุ่น Epson Monnalisa ML-8000 ที่ใช้หมึก UltraChrome ฐานน้ำ เครื่องพิมพ์ป้ายขนาดใหญ่ รุ่น Epson SureColor SC-S60670 ที่ใช้หมึก Eco-Solvent หรือรุ่น SureColor SC-R5030L ที่ใช้หมึกเรซิ่น ซึ่งหมึกที่ใช้ในเครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมทั้งสามประเภทของเอปสันล้วนแต่ไร้กลิ่น ไร้สารพิษ ช่วยลดมลพิษทางอากาศ และได้รับการรับรองด้านความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จากมาตรฐานระดับโลก อาทิ Greenguard Gold, AgBB และ French-VOC A+ Class เป็นต้น

สำหรับกลุ่มหุ่นยนต์แขนกล จะมีการจัดแสดงทั้งแบบ Scara และแบบ 6 แกน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ระบบการผลิตในอุตสาหกรรมต่างๆ มีความยืดหยุ่นรองรับการเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เพิ่มผลผลิต และลดของเสียหรือปริมาณขยะที่เกิดขึ้น ทำงานแทนคนในพื้นที่อันตรายหรือมีสารเคมีที่อันตรายต่อสุขภาพ ช่วยลดการใช้พลังงานและลดพื้นที่การใช้งานได้สูงสุดถึง 40% และลดเวลาการดำเนินการและจัดการเรื่องระบบผลิตอัตโนมัติ

นอกจากนี้ ยังมีเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทเพื่อธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยี Heat-Free อย่าง Epson WorkForce Enterprise AM-Series ซึ่งไม่ใช้ความร้อน ใช้พลังงานต่ำ และมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ รวมถึงใช้วัสดุสิ้นเปลืองน้อยกว่าเมื่อเทียบกับเครื่องพิมพ์เลเซอร์ ทั้งยังถูกออกแบบระบบภายในให้สามารถใช้งานและบำรุงรักษาง่าย เพราะมีชิ้นส่วนอะไหล่ที่ต้องดูแลรักษาน้อย ใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนาน

ภายหลังจบทัวร์นาเมนท์ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ครั้งที่ 17 ซึ่งจัดขึ้นที่สนามสยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา บริษัท ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น ผู้นำด้านเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์และโปรเจคเตอร์ของโลก ได้ประกาศกระชับความร่วมมือกับสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพสตรี หรือ LPGA เพื่อขับเคลื่อนอุดมการณ์ขององค์กรในการสร้างสังคมที่ยอมรับในเรื่องความหลากหลายและความเท่าเทียมกัน รวมถึงเป้าหมายในด้านความยั่งยืน ผ่านการเป็น Global Partner ของรายการฮอนด้า แอลพีจีเอ เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน

เอปสันยังให้การสนับสนุนด้านเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ของเอปสันในการปฏิบัติงาน โดยบริษัทฯ หวังว่าการสนับสนุนทัวร์นาเมนท์นี้จะสามารถมอบโอกาสให้นักกอล์ฟหญิงที่มีศักยภาพจำนวนมากในการไล่ตามความฝันที่จะได้ลงแข่งและชนะในทัวร์นาเมนท์ระดับโลกของ LPGA และได้พัฒนาวงการกอล์ฟหญิงทั่วโลกต่อไป

X

Right Click

No right click