November 28, 2022
CSR

เอสซีจี จับมือ ศุภาลัย ผลักดันนวัตกรรมที่อยู่อาศัยสีเขียว ผ่านวัสดุก่อสร้างฉลากเอสซีจี กรีนชอยส์

September 06, 2022 479

เอสซีจี ร่วมมือกับพันธมิตรบริษัทอสังหาฯ ชั้นนำอย่าง ศุภาลัย

ผลักดันการใช้นวัตกรรมวัสดุก่อสร้างที่ได้รับฉลาก SCG Green Choice (เอสซีจี กรีนชอยส์) ในโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมของศุภาลัยทั่วประเทศกว่า 100 โครงการ มุ่งสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อช่วยลดโลกร้อน พร้อมการพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนตามแนวทาง ESG 4 Plus ทั้งนี้ เอสซีจี ตั้งเป้ายอดขายวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้ฉลากเอสซีจี กรีนชอยส์ ให้ได้ 2 ใน 3 ภายในปี 2030

นายนิธิ ภัทรโชค กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี  กล่าวว่า  เอสซีจี ในฐานะของบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าวัสดุก่อสร้าง รวมทั้งบริการ และโซลูชั่นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้ออกฉลากรับรองตนเองด้านความมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้กับสินค้า และบริการของเอสซีจี หรือ SCG Green Choice (เอสซีจี กรีนชอยส์) “คุณเลือก เพื่อโลกได้” มาเป็นตัวช่วยผู้บริโภคในการเลือกผลิตภัณฑ์ให้ง่ายยิ่งขึ้น และมั่นใจได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่รักษ์โลกและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งาน โดยฉลาก SCG Green Choice ให้การรับรองผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติ ดังนี้ 1) เน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าผ่านกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ตอบโจทย์ด้านการประหยัดพลังงาน 2) ยืดอายุการใช้งาน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อภาวะโลกร้อน 3) เสริมสร้างสุขอนามัยที่ดีให้กับผู้อยู่อาศัย

ทั้งนี้ เอสซีจี มีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนยอดขายสินค้าที่ได้รับการรับรองฉลาก SCG Green Choice (เอสซีจี กรีนชอยส์) ให้เป็น 2 ใน 3 ภายในปี 2030 และยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสินค้าและโซลูชันเพื่อตอบโจทย์การช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กับการพัฒนาคุณภาพการใช้ชีวิตที่ดีกว่าให้กับทุกคนอย่างต่อเนื่อง

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ เป็นผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาที่อยู่อาศัย พร้อมแนวคิดการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน มาอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่การเข้าไปพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยโดยคำถึงการออกแบบให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมรอบโครงการ เช่นการอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่ให้เป็นร่มเงาจากธรรมชาติ รวมถึงการออกแบบบ้านและคอนโดมิเนียมภายใต้แนวคิด Green Design เน้นการประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งในปี 2565 นี้บริษัทฯ มีการตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 25% ภายใน 3 ปี เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายของภาครัฐในการลดก๊าซเรือนกระจก และเป็นส่วนหนึ่งในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก พร้อมร่วมกับพันธมิตรธุรกิจที่มีนโยบายดูแลสิ่งแวดล้อม อย่างเอสซีจี  ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ที่เป็นพันธมิตรธุรกิจของศุภาลัยมาอย่างยาวนาน โดยมีนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีการรับรองฉลากเอสซีจี กรีนชอยส์ เพื่อแสดงจุดยืนและความมุ่งมั่นในการมีส่วนร่วมเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ จากการเลือกใช้วัสดุที่ประหยัดพลังงาน ลดโลกร้อน ประหยัดทรัพยากรและยืดอายุการใช้งานของวัสดุในโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมของศุภาลัยทั่วประเทศกว่า 100 โครงการ รวมถึงการเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2565 นี้จำนวน 34 โครงการ ทำให้ผู้อยู่อาศัยในโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมของศุภาลัย สามารถประหยัดค่าน้ำประปา อาทิเช่น การเลือกใช้ก๊อกน้ำและสุขภัณฑ์ คอตโต้ ช่วยลดการใช้น้ำในครัวเรือนได้ถึง 516,787,053 ลิตรต่อปี

นอกจากนี้ จากการเลือกใช้สินค้าที่ได้รับการรับรองฉลาก “SCG Green Choice”  ยังมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตวัสดุ 564 ตัน เทียบเท่าปริมาณการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ของต้นไม้ 47,000 ต้นภายใน 1 ปี ด้วยการใช้วัสดุคอนกรีตรักษ์โลก ซีแพค อิฐมวลเบา คิวคอน และไม้เชิงชาย เอสซีจี ขณะที่กระเบื้องปูพื้นและบุผนัง เซรามิก กระเบื้องเกรซพอสเลน กระเบื้องโมเสก คอตโต้ ช่วยประหยัดน้ำจากการผลิตวัสดุ 7,650,132 ลิตร อีกทั้งฉนวนกันความร้อน เอสซีจี ทดแทนการใช้ทรายธรรมชาติ กระเบื้องหลังคาคอนกรีต เอสซีจี รุ่นซีแพค ทดแทนการใช้ปูนซีเมนต์  โครงหลังคาสำเร็จรูป เอสซีจี  ประหยัดการใช้เหล็ก  ทั้งนี้การใช้วัสดุต่างๆ ดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละโครงการของศุภาลัย

ความร่วมมือของ 2 พันธมิตรรายใหญ่ ที่ดำเนินธุรกิจด้วยแนวคิดการพัฒนาทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม หรือ ESG (Environmental, Social, Governance) ในครั้งนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมก่อสร้างให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยให้เติบโตยั่งยืน ควบคู่กับเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมต่อไปในอนาคต รวมถึงช่วยสร้างคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ในด้านการอยู่อาศัยให้กับทุกคน

X

Right Click

No right click