
ในยุคที่วงการกีฬาทั่วโลกให้ความสำคัญกับ “ชัยชนะ” ควบคู่ไปกับ “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่หมุดหมายสำคัญอีกขั้น เมื่อ กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (The United Nations Population Fund หรือ UNFPA) ประจำประเทศไทย คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย และ HiSoParty Magazine ได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการในการส่งเสริมมาตรฐาน Safeguarding Thailand in Sport มุ่งปกป้องนักกีฬาและบุคลากรในวงการกีฬา จากการคุกคาม การล่วงละเมิด และความรุนแรง
ทุกรูปแบบในบริบทของกีฬา
พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจและงานแถลงข่าวจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ ห้องประชุม 1 คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย โดยได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ร่วมแสดงเจตนารมณ์ในการสนับสนุนการขับเคลื่อนประเด็นด้านความปลอดภัย ความเท่าเทียม และการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในวงการกีฬาไทยอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับพิธีลงนามในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากผู้แทนทั้งสามองค์กรร่วมลงนาม ได้แก่ สิริลักษณ์ เชียงว่อง หัวหน้าสำนักงานกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ประจำประเทศไทย, ดร.สุวรรณา ศิลปอาชา รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย และประธานคณะกรรมาธิการฝ่ายความเท่าเทียมทางเพศและ Safeguarding Thailand ในกีฬา และ ปรียามล ธนวิสุทธิ์ บรรณาธิการบริหารนิตยสาร HiSoParty
ความร่วมมือภายใต้ MOU ฉบับนี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาและยกระดับระบบการป้องกันและรับมือกับความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ และการคุกคามในกีฬา ผ่านการทำงานร่วมกันในหลายมิติ ทั้งด้านนโยบาย การกำกับดูแลสื่อสาธารณะและการมีส่วนร่วมของสังคม UNFPA จะให้การสนับสนุนด้านองค์ความรู้ แนวปฏิบัติระดับนานาชาติและคำแนะนำเชิงเทคนิคเพื่อส่งเสริมแนวทางการคุ้มครองนักกีฬาที่ยึดผู้ก้าวข้ามความรุนแรงเป็นศูนย์กลาง (Survivor-centred approach) ขณะที่คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย โดยคณะกรรมาธิการฝ่ายความเท่าเทียมทางเพศและ Safeguarding Thailand ในกีฬาจะมีบทบาทสำคัญในการประสานความร่วมมือกับองค์กรกีฬาและผลักดันมาตรฐานด้านจริยธรรมและความปลอดภัยให้เกิดผลในทางปฏิบัติ

ผศ.ดร.พิมล ศรีวิกรม์ กล่าวถึงความสำคัญของประเด็นนี้ว่า “แม้เรื่อง Safeguarding Thailand in Sport อาจยังถือเป็นเรื่องใหม่ในสังคมไทย แต่ในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ได้ยกระดับให้เป็นหนึ่งในนโยบายหลัก เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางกีฬาที่ปลอดภัย เคารพศักดิ์ศรี และเท่าเทียมสำหรับทุกคน คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยจึงเริ่มดำเนินงานเชิงรุก เพราะตระหนักว่าการปกป้องนักกีฬาและบุคลากรทางกีฬาเป็นรากฐานสำคัญของความสำเร็จอย่างยั่งยืน”

สิริลักษณ์ เชียงว่อง หัวหน้าสำนักงานกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ในมุมมองของ UNFPA แนวคิดเรื่อง Safeguarding Thailand in Sport หรือการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในวงการกีฬามีความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์ มากกว่าการมุ่งเน้นเพียงชัยชนะหรือเหรียญรางวัล ความปลอดภัยทั้งทางร่างกายและจิตใจถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง ผู้ชาย หรือประชากรเพศหลากหลาย ซึ่งควรได้รับความเคารพในฐานะเพื่อนมนุษย์อย่างเท่าเทียม การล่วงละเมิดทางเพศไม่ว่าจะแวดวงใด หรือเกิดขึ้นกับบุคคลใด ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน บ่อนทำลายความเสมอภาคระหว่างเพศ และกระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์โดยตรง
“วงการกีฬาเป็นพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูง นักกีฬาและบุคลากรต้องเผชิญกับแรงกดดันและความเครียดอย่างมาก หากสนามฝึกซ้อมหรือสนามแข่งขันไม่ปลอดภัยทั้งทางร่างกายและจิตใจ ย่อมส่งผลให้ไม่สามารถพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่ และอาจกลายเป็นบาดแผลทางใจไปตลอดชีวิต ในมุมของ UNFPA ตามหลักสากล เราสนับสนุนให้นักกีฬาและบุคลากรทุกคนมีบทบาทร่วมกันในการยุติความรุนแรงและการล่วงละเมิดทางเพศ โดยเริ่มจาก ไม่เป็นผู้กระทำความรุนแรงหรือล่วงละเมิดผู้อื่น,ไม่เพิกเฉยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากพบเห็นหรือประสบด้วยตนเอง ขอให้ใช้สิทธิ์ในการร้องเรียนและแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการช่วยเหลืออย่างเหมาะสม และสำหรับนักกีฬาที่เป็นที่รู้จักในสังคม เราอยากเชิญชวนให้ร่วมเป็นกระบอกเสียงในการยืนยันว่า ความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศไม่ใช่สิ่งที่ยอมรับได้ เพื่อสร้างความตระหนักรู้และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กและเยาวชนในอนาคต” หัวหน้าสำนักงาน UNFPA ประจำประเทศไทย กล่าวทิ้งท้าย

ด้าน ดร.สุวรรณา ศิลปอาชา รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย และประธานคณะกรรมาธิการฝ่ายความเท่าเทียมทางเพศและ Safeguarding Thailand ในกีฬา กล่าวถึงที่มาของการผลักดันโครงการนี้ว่า ประสบการณ์การทำงานในต่างประเทศทำให้เห็นถึงความสำคัญของการดูแลนักกีฬาอย่างรอบด้าน ไม่เพียงด้านร่างกาย แต่รวมถึงจิตใจและความรู้สึกปลอดภัย “นักกีฬาจะเล่นกีฬาได้อย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพสูงสุด ก็ต่อเมื่อเขารู้สึกว่าพื้นที่ตรงนั้นปลอดภัยสำหรับเขา หลังจากนี้คณะกรรมาธิการด้าน Safeguarding จะทำงานอย่างเข้มแข็งมากขึ้น เพื่อป้องกันภัยคุกคามและการล่วงละเมิดในทุกรูปแบบ และดูแลคุณภาพชีวิตของนักกีฬาอย่างแท้จริง

อีกหนึ่งบทบาทสำคัญคือการสื่อสารต่อสาธารณะ โดย HiSoParty Magazine สื่อไลฟ์สไตล์ชั้นนำที่เข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรในการผลักดันประเด็นนี้ให้เข้าถึงสังคมในวงกว้าง ปรียามล ธนวิสุทธิ์ บรรณาธิการบริหารนิตยสาร HiSoParty กล่าวว่า การเข้าร่วมลงนาม MOU ในครั้งนี้สะท้อนนิยามใหม่ของคำว่า “การให้” ของแวดวงสังคมและคนรุ่นใหม่ ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการบริจาค แต่คือการใช้พลังของสื่อในการขับเคลื่อนประเด็นที่มีความหมายต่อสังคมในระยะยาว “HiSoParty เชื่อว่าสื่อไลฟ์สไตล์สามารถช่วยเปลี่ยนทัศนคติของสังคมได้ ผ่านการเล่าเรื่องที่เข้าถึงง่าย ทำให้เรื่องการเคารพซึ่งกันและกัน และความปลอดภัยในวงการกีฬา ค่อยๆ กลายเป็น ‘เรื่องปกติ’ หรือ New Normal ในสังคมไทย”

การลงนาม MOU ระหว่าง UNFPA คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย และ HiSoParty Magazine ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการกีฬาไทย ในการแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ความรุนแรงทุกรูปแบบไม่อาจยอมรับได้ และการสร้างระบบคุ้มครองนักกีฬาอย่างเป็นรูปธรรมคือภารกิจร่วมกันของทุกภาคส่วน เป้าหมายสูงสุดไม่ใช่เพียงความสำเร็จในสนามแข่งขัน หากแต่คือการทำให้กีฬาเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน ตั้งแต่ระดับเยาวชน นักกีฬาอาชีพ ไปจนถึงทีมชาติ เพื่อให้รอยยิ้มของนักกีฬา บุคลากร และผู้ชมกีฬา เกิดขึ้นจากความภาคภูมิใจอย่างแท้จริง และส่งต่อคุณค่านี้สู่คนรุ่นถัดไปอย่างยั่งยืน



















