February 23, 2025

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม พร้อมเปิดจำหน่ายบัตรอัตโนมัติ Easy Pass สำหรับผู้ใช้บริการทางพิเศษ ซึ่งขณะนี้บัตร Easy Pass มีเพียงพอกับความต้องการและพร้อมให้บริการแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้บัตร Easy Pass ได้รับความนิยม จนทำให้บัตรไม่เพียงพอ โดยเริ่มเปิดให้สมัครใช้บริการบัตร Easy Pass ตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 เป็นต้นไป และหากแบตเตอรี่ของ Easy Pass หมดไม่สามารถใช้งานได้ และมียอดเงินคงค้างในบัตร ผู้ใช้ทางพิเศษสามารถนำ Smart Card และอุปกรณ์ OBU มาเปลี่ยนได้ ณ จุดบริการ และยอดเงินจะถูกโอนไปยังเครื่องใหม่ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางผ่านทางพิเศษ ลดปัญหาการจราจรหน้าด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษและส่งเสริมการใช้ระบบเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติให้แพร่หลายมากขึ้น

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถสมัครและรับบัตร Easy Pass ได้ที่จุดให้บริการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  1. ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษทุกสายทาง (ยกเว้นทางพิเศษประจิมรัถยา)
  2. ศูนย์บริการลูกค้าบัตรอัตโนมัติ Easy Pass Fast Service บริเวณจุดพักรถ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. (บางนาขาออก)
  3. ศูนย์ให้บริการที่เดียวเบ็ดเสร็จ (ONE STOP SERVICE CENTER) ชั้น 1 อาคารศูนย์บริหารทางพิเศษ กทพ.

สำหรับผู้ใช้บริการที่ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ EXAT Call Center โทร. 1543

การทางพิเศษฯ มุ่งมั่นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการให้บริการ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และส่งเสริมการเดินทางที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ผู้ใช้ทางพิเศษสามารถอัปเดต และดาวน์โหลด Application EXAT Portal เวอร์ชั่นใหม่ได้ที่ App Store หรือ Google Play Store และลงทะเบียน EXAT Reward ได้ผ่าน Line@exatsociety หรือ Application EXAT Portal”

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม จัดโปรโมชันพิเศษเฉพาะลูกค้า Easy Pass เมื่อเติมเงิน Easy Pass ขั้นต่ำ 1,000 บาท บน App ShopeePay และจ่ายด้วย SPayLater กรอกโค้ด EXTSPL225 รับส่วนลด 60 บาท จำกัด 6,000 สิทธิ์/เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 - 28 ก.พ. 68 สามารถกดรับโค้ดได้ตามลิงก์ https://app.shopeepay.co.th/universal-link/digital-product/m/easy-pass 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.thaieasypass.com Application EXAT Portal และ EXAT Call Center 1543 ตลอด 24 ชั่วโมง

ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้ประชาชน แก้ปัญหาการจราจรถนนพระราม 2 และทางด่วน คาดลดความแออัดเหลือ 75,325 คันต่อวัน

กลายเป็นกระแสที่ได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวาง สำหรับ “มหกรรมสุขเต็มสิบ” งานใหญ่แห่งปีที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการเปิดสะพานทศมราชัน โดยการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ตั้งใจมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้ประชาชนได้เข้าร่วมกิจกรรมฟรี ระหว่างวันที่ 10-19 มกราคม 2568 บนสะพานแห่งความภาคภูมิใจของไทย ก่อนเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการวันที่ 29 มกราคม 2568

งานมหกรรมสุขเต็มสิบครั้งนี้ นอกจากจะเป็นโอกาสสำคัญในการสัมผัสสะพานทศมราชันจากมุมมองใหม่ ยังเต็มไปด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการลิ้มลองอาหารเลิศรส การชมการแสดงดนตรีสดจากศิลปินชื่อดัง เเละดินเนอร์ชิลล์ๆ บนสะพาน ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญครั้งหนึ่งที่ประชาชนจะได้สัมผัสสะพานทศมาราชันในบรรยากาศเทศกาลอันน่าประทับใจ

ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดใน “มหกรรมสุขเต็มสิบ”

1.เดินชมสะพานและถ่ายภาพครั้งประวัติศาสตร์  โอกาสพิเศษที่สำคัญครั้งหนึ่งในการเดินบนสะพานทศมราชัน พร้อมสัมผัสวิวแม่น้ำเจ้าพระยาสุดตระการตา

2.จุดถ่ายรูปน้องหมูเด้ง พิกัดยอดนิยมสำหรับบันทึกความทรงจำ

3.อิ่มฟินกับร้านอาหารและ Food Truck  ลิ้มรสอาหารหลากหลายเมนูจากร้านดังและร้านชุมชน

4.Dinner สุดโรแมนติกกลางสะพาน ประสบการณ์รับประทานอาหารพร้อมวิวพระอาทิตย์ตกที่ไม่เหมือนใคร

5.เพลิดเพลินกับการแสดงดนตรีสด การแสดงจากศิลปินชั้นนำที่สร้างความสุขให้ผู้เข้าร่วมงานทุกวัย

ข้อควรปฏิบัติในการเข้าร่วมงาน

  • แสดงบัตรประชาชนหรือเอกสารยืนยันตัวตน ก่อนเข้างาน
  • ห้ามนำอาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ วัตถุอันตราย บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่
  • โปรดลงจากสะพานก่อนเวลา 22.00 น.
  • ใช้รถสาธารณะเพื่อความสะดวก ลดปัญหาการจราจร
  • จุดลงทะเบียน: บริเวณพื้นที่ทางเข้า-ออก ใต้ทางพิเศษบริเวณทางแยกต่างระดับบางโคล่ https://maps.app.goo.gl/12QKqumwL8qtnYKRA?g_st=com.google.maps.preview.copy 

ทั้งนี้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ขอขอบพระคุณพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนที่ร่วมสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้ให้สำเร็จลุล่วงด้วยดี เพื่อส่งมอบความสุขให้ประชาชนทุกคน

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เตรียมจัดงาน “มหกรรมสุขเต็มสิบ” เพื่อเฉลิมฉลองการเปิด “สะพานทศมราชัน” ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนเข้าชมระหว่าง วันที่ 10-19 มกราคม 2568 เวลา 16.00-22.00 น. พร้อมเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมเดิน-วิ่งสร้างประวัติศาสตร์ เพื่อร่วมเป็นหนึ่งของการแสดงพลังความสามัคคีในวันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม 2568 และสร้างความทรงจำครั้งหนึ่งในชีวิตบนสะพานแห่งความภาคภูมิใจของชาติ

นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการ กทพ. กล่าวในรายละเอียดว่า กทพ. ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงสุด จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดสะพานทศมราชัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการทางพิเศษสายพระราม 3 - ดาวคะนอง - วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร  ด้านตะวันตก เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความปราบปลื้มแก่ประชาชนทุกหมู่เหล่าในพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้ และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองและสร้างประวัติศาสตร์ก่อนการเปิดใช้สะพานทศมราชัน กทพ. จึงมีการจัดงาน “มหกรรมสุขเต็มสิบ” ระหว่าง วันที่ 10-19 มกราคม 2568 เวลา 16.00-22.00 น. เป็นเวลา 10 วัน โดยจะเปิดให้ประชาชนเข้าชมสะพานทศมราชัน พร้อมถ่ายภาพและเลือกชมสินค้า OTOP จากชุมชน ภายในงานได้รวมร้านค้าจากชุมชนและพันธมิตรกว่า 50 ร้านค้า อีกทั้ง กทพ. ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งใน กิจกรรมเดิน-วิ่งสร้างประวัติศาสตร์ ในวันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม 2568 บนสะพานทศมราชัน นับเป็นการจัดงานครั้งยิ่งใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะเปิดให้ใช้สะพานทศมราชันได้จริงในปลายเดือนมกราคมนี้

มหกรรมสุขเต็มสิบ” จะเป็นช่วงเวลาที่คนไทยทุกคนได้เข้าถึงและเข้าชมสะพานทศมราชันในมุมมองที่ไม่เคย มีมาก่อน กิจกรรมนี้ไม่เพียงเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เดินชม ถ่ายภาพและสัมผัสกับความงดงามของสะพานเท่านั้น แต่ยังเป็นการรวมพลังของความสามัคคีผ่านกิจกรรมเดิน-วิ่ง และการร่วมสร้างประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน กิจกรรมนี้เป็นมากกว่าความสนุกสนาน เพราะสะท้อนถึงความตั้งใจของ กทพ. ในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดให้กับคนไทย ทั้งนี้ ยังได้ร่วมกับหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนในการดูแลประชาชนตลอดการจัดกิจกรรม พร้อมทั้งมีจัดจุดคัดกรอง จุดลงทะเบียนสำหรับประชาชน รวมถึงการประชาสัมพันธ์กฎระเบียบ ข้อบังคับ สำหรับประชาชนที่ต้องการขึ้นไปร่วมกิจกรรมด้านบนด้วย”

นายชาตรี ตันศิริ รองผู้ว่าการ (วิศวกรรมและบำรุงรักษา) กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปิดสะพานทศมราชันถือเป็นของขวัญปีใหม่สำหรับคนไทยทุกคน ซึ่งจะช่วยเสริมความสมบูรณ์ให้กับโครงข่ายทางพิเศษในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางและขนส่งสินค้าอย่างรวดเร็ว และเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งสะพานแห่งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ กทพ. ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย แต่ยังได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันด้วยเทคโนโลยีการก่อสร้างขั้นสูงสามารถรองรับการจราจรได้ถึง 8 ช่องจราจร พร้อมโครงสร้างที่แข็งแรงรองรับแรงลมได้ถึง 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับโลก

สำหรับ “สะพานทศมราชัน” เป็นสะพานคู่ขนานแห่งแรกของประเทศไทยที่เชื่อมต่อการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ  และพื้นที่โดยรอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังเป็นโครงการฯ ที่ กทพ. เชื่อว่าสะพานแห่งนี้จะไม่เพียงเป็นโครงสร้างสำคัญ แต่ยังกลายเป็นแลนด์มาร์คใหม่อีกด้วย

สำหรับการเปิดใช้สะพานทศมราชัน ประชาชนสามารถเชื่อมต่อการเดินทางได้ดังนี้

- ทิศทางขาเข้ากรุงเทพฯ สามารถใช้ทางขึ้นบริเวณด่านฯ สุขสวัสดิ์ ถนนสุขสวัสดิ์ เพื่อใช้งานสะพาน โดยสามารถวิ่งเข้าสู่ทางพิเศษเฉลิมมหานคร มุ่งหน้าบางนา - ดินแดง และทางพิเศษศรีรัช มุ่งหน้าแจ้งวัฒนะ - ถนนพระราม 9 บริเวณทางแยกต่างระดับบางโคล่

- ทิศทางขาออกกรุงเทพฯ สามารถใช้ทางพิเศษเฉลิมมหานครและทางพิเศษศรีรัช ผ่านจุดเชื่อมต่อเข้ามาที่สะพานฯ บริเวณทางแยกต่างระดับบางโคล่ และลงที่ทางลง บริเวณด่านฯ สุขสวัสดิ์ ไปเพื่อถนนพระรามที่ 2 ได้

นายอิทธิพล สมุทรทอง นักวิ่งระดับตำนาน ผู้เคยสร้างประวัติศาสตร์ในวันเปิดสะพานพระราม 9 ได้กล่าวเสริมว่า “เมื่อ 37 ปีที่แล้วในปี พ.ศ. 2530 ผมได้ร่วมวิ่งบนสะพานพระราม 9 ในวันที่เปิดใช้งานครั้งแรก ความภาคภูมิใจและความทรงจำในวันนั้นยังอยู่ในใจผมเสมอ วันนี้การได้เห็นสะพานทศมราชัน ที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างยิ่งใหญ่และงดงาม ผมรู้สึกตื่นเต้นและเป็นเกียรติที่ได้ร่วมวิ่งอีกครั้งบนสะพานแห่งนี้ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่สะพาน แต่เป็นประวัติศาสตร์ที่คนไทย ทุกคนจะได้มีส่วนร่วม ผมขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมกิจกรรมเดิน-วิ่งเพื่อสร้างความทรงจำครั้งหนึ่งในชีวิตด้วยกัน”

“มหกรรมสุขเต็มสิบ” ผู้เข้าร่วมงานจะพบกับกิจกรรมพิเศษมากมาย อาทิ การเดินชมสะพาน ซึ่งเป็นโอกาสพิเศษครั้งแรกและครั้งเดียวที่ได้สัมผัสสะพานแห่งนี้ก่อนเปิดใช้งานจริง และยังสามารถเลือกช้อปสินค้าชุมชนในบรรยากาศสุดพิเศษ โดยจะเปิดให้ประชาชนเข้าชมสะพาน ระหว่างวันที่ 10-19 มกราคม 2568 เวลา 16.00-22.00 น. โดยขอแนะนำให้ประชาชนเดินทางโดยรถสาธารณะ พร้อมลงทะเบียนก่อนขึ้นสะพาน ณ บริเวณทางเข้า-ออก พื้นที่ใต้ทางพิเศษบริเวณทางแยกต่างระดับบางโคล่ ภายในงานได้รวมร้านค้าจากชุมชนและพันธมิตรทั้งหมดกว่า 50 ร้านค้า ให้ผู้ร่วมงานได้เลือกซื้อและสนับสนุนสินค้าไทยและสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการชุมชนอีกด้วย

กิจกรรมเดิน-วิ่งสร้างประวัติศาสตร์ บนสะพานทศมราชัน จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม 2568 ​เปิดให้ขึ้นสะพานตั้งแต่เวลา 03.00 น. และเริ่มปล่อยตัวนักวิ่งเวลา 05.00 น. ค่าสมัครเพียง 499 บาท โดยเปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2568 ผู้สมัคร 10,010 คนแรก จะได้รับเสื้อ Finisher และ Top 100 ที่เข้าเส้นชัย จะได้รับเหรียญที่ระลึก ปี  2530  ปีที่เปิดสะพานพระราม 9 ทันทีหลังเข้าเส้นชัย สำหรับผู้ที่สมัครหลังจากนั้น ของที่ระลึกจะจัดส่งถึงบ้าน ภายใน 30 วันหลังจบงาน 

งานนี้ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่ประชาชนจะได้สัมผัสสะพานแห่งความภาคภูมิใจในมุมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ขอเชิญชวนคนไทยและผู้สนใจร่วมเดิน วิ่ง และบันทึกความทรงจำที่สะพานทศมราชัน พร้อมสร้างความสุขและพลังแห่งความสามัคคีในงาน “มหกรรมสุขเต็มสิบ” ไม่เพียงเท่านั้น งานนี้ยังเป็นการเฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่ของสะพานทศมราชัน ที่สะท้อนถึงความภาคภูมิใจและการพัฒนาของประเทศไทย เชิญชวนทุกคนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ครั้งนี้ และสร้างความทรงจำอันทรงคุณค่าร่วมกัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครร่วมกิจกรรมเดิน-วิ่ง ได้ที่ : www.thai.run  Facebook : https://www.facebook.com/ExpresswayThailand และ EXAT Call Center โทร. 1543 กด 7

Page 1 of 7
X

Right Click

No right click