

บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT หน่วยงาน ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตอกย้ำภารกิจในการเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวสู่การเป็นองค์กรโทรคมนาคมแห่งชาติที่มีวิสัยทัศน์มุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งชาติที่เชื่อมต่อเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมเพื่อคนไทย NT จึงมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจภายใต้พันธกิจ ที่แน่วแน่ ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมและดิจิทัล ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตอบสนองนโยบายภาครัฐด้วยบริการสื่อสารและเทคโนโลยีดิจิทัลตามมาตรฐานสากล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า และขับเคลื่อนธุรกิจโดยสร้างผลกำไรอย่างยั่งยืนในธุรกิจที่ต้องแข่งขัน

ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2569 และในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา NT ก้าวสู่ปีที่ 6 NT ได้จัดพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระสงฆ์วัดอาวุธวิกสิตาราม จำนวน 93 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวันอังคารที่ 6 มกราคม 2569 ณ บริเวณหน้าอาคาร 9 สำนักงานแจ้งวัฒนะ โดยมี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และประธานกรรมการบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) พร้อมคณะผู้บริหาร พนักงาน ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรฯ และในวันพุธที่ 7 มกราคม 2569 ณ อาคารสโมสร สำนักงานใหญ่ ถนนแจ้งวัฒนะ ได้มีการจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา NT โดยมี ดร. วโรทัย โกศลพิศิษฐ์กุล กรรมการบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายมรกต เธียรมนตรี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมคณะผู้บริหาร พนักงาน ร่วมพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำองค์กรและร่วมพิธีสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคล และคณะผู้บริหารได้ให้การต้อนรับหน่วยงานต่างๆ ที่มาร่วมแสดงความยินดีพร้อมกับมอบเงินบริจาคสมทบทุนให้กับ มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กองทัพเรือในพระบรมราชินูปถัมภ์ เพื่อสมทบทุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์และสนับสนุนการบริการของโรงพยาบาล

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา NT มุ่งมั่นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมและดิจิทัลของประเทศ เพื่อสร้างการเชื่อมโยงที่มั่นคง ครอบคลุม และเข้าถึงทุกภาคส่วนของสังคม จากรากฐานโครงข่ายสื่อสารที่แข็งแกร่งสู่การต่อยอดเทคโนโลยีดิจิทัลที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนไทย ด้วยบริการหลัก 7 ประเภทของ NT คือ โครงสร้างพื้นฐาน (Hard Infrastructure) อินเทอร์เน็ต (Broadband) เสียง (Voice) ดาวเทียม (Satellite) ดาต้าคอม (Datacom) คลาวด์ (Cloud) โมบายล์ (Mobile) และรองรับนโยบาย Cloud First Policy ของไทย คือการผลักดันสนับสนุนให้หน่วยงานรัฐใช้คลาวด์เป็นหลัก โดย NT และ DGA เป็นกำลังหลักในการบริหารจัดการและกำหนดมาตรฐาน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบคลาวด์ภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคดิจิทัลอย่างมั่นคง พร้อมผลักดันด้านบริการ การกำกับดูแลข้อมูล หรือ Data Governance และ Cybersecurity โดย NT มีบริการ NT Cloud Solutions, Data Center และ Big Data ที่พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยระดับสากล เพื่อช่วยองค์กรบริหารจัดการและปกป้องข้อมูลด้วยนโยบายที่เข้มงวดและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ และยกระดับความมั่นคงปลอดภัยให้สอดคล้องมาตรฐาน
นอกจากการให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมและดิจิทัลแล้ว NT ยังมีภารกิจรับผิดชอบในการให้บริการเพื่อสนับสนุนทุกหน่วยงานโดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐในการคงไว้ซึ่งการสื่อสารในกรณีเหตุภัยพิบัติและอุบัติภัย หรือภารกิจด้านความมั่นคงอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อสื่อสารอย่างต่อเนื่อง

NT ก้าวสู่ปีที่ 6 อีกก้าวสำคัญของการพัฒนา ที่ไม่หยุดเพียงวันนี้ แต่พร้อม “ก้าวต่อไป” เพื่ออนาคตดิจิทัลของประเทศไทย ด้วยความสามารถในการบริหารจัดการโครงข่ายโทรคมนาคมขนาดใหญ่ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อดำเนินงานตามโครงการของรัฐ พร้อมใช้ความสามารถและประสบการณ์ ความพร้อมของอุปกรณ์เครือข่ายและบุคลากรในการจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่และสร้างสรรค์นวัตกรรมด้วยเทคโนโลยี โดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน ด้วยนวัตกรรม ความร่วมมือ และวิสัยทัศน์ที่มองไกล เพื่อให้ประชาชนและสังคมมีคุณภาพทางเศรษฐกิจและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT และ ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมลงนามการจัดทำข้อตกลงความร่วมมือร่วมสร้างอนาคตไทยด้วยเทคโนโลยี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยผ่านโครงการสหกิจศึกษา นิสิตจะมาปฏิบัติงานจริงในโครงการแผนงานต่างๆ ในองค์กรที่มีทั้งในปัจจุบันและที่กำลังจะเกิดขึ้นเพื่อเติมเต็มองค์ความรู้ของนิสิตก่อนจบการศึกษา

รวมถึงการส่งเสริมทักษะด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น Cybersecurity, Data Science, Data Engineering, Software Development เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือตลาดแรงงานในอนาคต และร่วมกันสนับสนุนโครงการกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล กิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ให้เข้าถึงคนทุกกลุ่มทั่วประเทศ ผ่านเครือข่ายและศูนย์บริการ ของNT ที่มีอยู่ทั่วประเทศ เมื่อวันพุธที่ 8 ตุลาคม 2568 ณ เรือนจุฬานฤมิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถนนพญาไท กรุงเทพฯ
บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ร่วมจัดงานเพื่อพัฒนาศักยภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิตเศรษฐกิจโคราช จังหวัดนครราชสีมา ให้ก้าวสู่การเป็นเมืองแห่งเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมเปิดพื้นที่สำหรับทุกภาคส่วน ร่วมนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อยกระดับการให้บริการภาครัฐและการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดงาน ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลโคราช เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา

ดร.ยุทธศาสตร์ นิธิไพจิตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มดิจิทัล สายงานดิจิทัลและโซลูชัน NT และนายเปรมวิทย์ เปรมบัญชา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มขายและปฏิบัติการลูกค้า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ NTร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมและขับเคลื่อนจังหวัดนครราชสีมา ร่วมจัดนิทรรศการแสดงผลงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อประชาชน สนับสนุนการให้บริการภาครัฐด้วยระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Office) ในการ “สร้าง – เซ็น - ส่ง” เอกสาร เพื่อลดการใช้กระดาษ และเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัล (Digital Government Transformation) และได้จัดเสวนา “e-Office เทคโนโลยีต้นทางเพื่อการบริการประชาชน” เพื่อสร้างแรงผลักดันให้กับเจ้าหน้าที่ภาครัฐมีความตื่นตัวต่อการให้บริการแก่ภาคประชาชนในยุคดิจิทัล ด้วยความสะดวก รวดเร็ว มากยิ่งขึ้น โดยภายในงานได้มีการแสดงนิทรรศการด้านดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง อาทิ การขับเคลื่อนการทำงานยุคใหม่ของ Digital Nomad ที่เป็นกลุ่มคนที่ทำงานผ่านระบบออนไลน์และใช้ชีวิตแบบอิสระ กลุ่มนิทรรศการดิจิทัลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน อาทิ โดรนเพื่อการเกษตร เป็นต้น
บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) กับบริษัท วี กรีน เคยู จำกัด ร่วมพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มสำหรับการคำนวณและรายงานค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO: Carbon Footprint of Organization) เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันนโยบายระดับชาติ มุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ตามพันธกิจที่ประเทศไทยให้ไว้ต่อประชาคมโลก
การบรรลุข้อตกลงร่วมกันในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภารกิจด้านความยั่งยืนของประเทศ เพื่อร่วมกันวิจัยพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์ม พร้อมนำองค์ความรู้ทางวิชาการ การคำนวณและรายงานค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร รวมถึงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนอื่นๆ ร่วมส่งเสริมและพัฒนาทักษะความรู้ให้แก่บุคลากรทั้งสองฝ่าย ทั้งการฝึกอบรม การฝึกภาคปฏิบัติ และการค้นคว้าวิจัยให้เกิดประโยชน์สูงสุด

พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ NT กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผนึกกำลังระหว่างเทคโนโลยีดิจิทัลและองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม โดย NT มีจุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructure)
และความสามารถด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์ อีกทั้งเรามีฐานลูกค้าครอบคลุมหลายภาคส่วน ซึ่งจะช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถจัดการและรายงานข้อมูลด้านคาร์บอนได้อย่างเป็นระบบ พร้อมเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำและยั่งยืน”

รองศาสตราจารย์ ดร.รัตนาวรรณ มั่งคั่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท วี กรีน เคยู จำกัด กล่าวว่า “เราเป็นองค์กรที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศด้านองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญทางวิชาการด้านการจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ที่จะช่วยพัฒนาระบบให้มีมาตรฐานและสอดคล้องกับเกณฑ์สากล และเพื่อให้ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมสามารถใช้เป็นเครื่องมือบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่การสร้างคุณค่าใหม่แก่สังคมและประเทศชาติในระยะยาว”
การจับมือกันของทั้งสององค์กรในครั้งนี้จะเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนและสนับสนุนนโยบายระดับชาติ ด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของประเทศไทย ตามที่ได้ให้คำมั่นไว้ต่อประชาคมโลก นั่นคือการมุ่งสู่เป้าหมาย ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) โดยสนับสนุนการดำเนินงานด้านก๊าซเรือนกระจก และอำนวยความสะดวกให้กับองค์กร และภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ให้สามารถจัดการและรายงานข้อมูลด้านคาร์บอนได้เป็นระบบ เดินหน้าสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้แก่สังคมไทย ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs ระดับประเทศและระดับโลกต่อไป