HONOUR COLLECTION ความหมายอันลึกซึ้งไปกว่าจาน ชาม แก้วน้ำ และเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร

February 07, 2022 1146

ดูกันแบบเผินๆ “ความกตัญญู” ก็คือ “ความกตัญญู” เป็นคุณธรรมข้อหนึ่งที่เราคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว และมันก็เด่นอยู่ในเกือบทุกอารยธรรม

ทว่า เมื่อพินิจพิเคราะห์ให้ลึกลงไป แนวความคิดเรื่อง “ความกตัญญู” นับว่ามีมูลค่าทางเศรษฐกิจ หรือ “Economic Value” ที่เกื้อกูลต่อระบบเศรษฐกิจของสังคมและของโลกโดยรวม

ยิ่งในโลกสมัยใหม่ด้วยแล้ว “ความกตัญญู” เป็นเรื่องที่ต้องได้รับการฟื้นฟู เน้นย้ำ และถูกให้น้ำหนักมาก ต่อการวางนโยบายเศรษฐกิจและนโยบายสาธารณะ หรือ Public Policy ของทุกประเทศ ตลอดจนในระดับกลยุทธ์ของกิจการ หรือ Business Strategy ของภาคธุรกิจสมัยใหม่ด้วย

ความกตัญญูจะช่วยลดปัญหาเรื่องการดูแลและเลี้ยงดูผู้สูงอายุ ไม่ให้เป็นภาระของส่วนรวม ทั้งในเชิงต้นทุนค่าใช้จ่ายและในเชิงคุณภาพของการให้บริการ (หรือการดูแล)

มันจะช่วย Absorb ค่าใช้จ่ายและภาระต่างๆ ทางด้าน Welfare ให้จำกัดอยู่ในแวดวงของครอบครัวหรือลูกหลาน ถือเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระของส่วนรวมและรัฐบาลลงไปได้มาก

และลูกหลานที่มีความกตัญญูสูง ย่อมให้ความใส่ใจต่อความเป็นอยู่ของพ่อแม่และสมาชิกผู้สูงวัยของครอบครัว ให้ได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ตั้งแต่ตื่นจนเข้านอน ไม่ใช่สักแต่มีชีวิตไปวันๆ หากจะส่งไปให้ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุช่วยดูแลให้ ก็ต้องคัดเลือกเอาศูนย์ฯ ที่ได้มาตรฐาน สะอาด มีบุคลากรและเครื่องไม้เครื่องมืออุปกรณ์ครบถ้วนและทรงประสิทธิภาพ หรือเมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยก็จะเลือกสถานพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการดูแลฟื้นฟูผู้สูงอายุ เป็นต้น

หัวใจของความกตัญญูมีความหมายว่า เมื่อลูกหลานยังเล็ก ยังช่วยตัวเองไม่ได้ พ่อแม่ (อาจรวมถึงพี่น้องและปู่ย่าตายายด้วย ในกรณีของ “ครอบครัวขยาย”) ได้ช่วยเลี้ยงดูลูกหลานเหล่านั้นจนเติบใหญ่มั่นคง ดังนั้นเมื่อพ่อแม่หรือปู่ย่าตายายแก่ตัวลง ช่วยตัวเองลำบาก ลูกหลานก็มาช่วยเลี้ยงดู หรือดูแล ถือเป็นการทดแทนบุญคุณแบบหนึ่ง

แต่ไหนแต่ไรมา วัฒนธรรมตะวันออกได้ให้ความสำคัญกับ “ความกตัญญู” มาก ทั้งในคำสอนของศาสนาพุทธ พรามณ์ ฮินดู และขงจื้อ

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือสังคมจีน ซึ่งมีประชากรจำนวนมากมาแต่โบราณและเพิ่มขึ้นมาตลอด โดยชนชั้นนำของจีน ได้ใช้แนวคิดแบบขงจื้อ ที่หัวใจคือเน้นความกตัญญู มาเป็นแนวคิดหลักในการจัดระเบียบสังคมจีน ช่วยให้การดูแลเด็กและผู้สูงอายุไม่เป็นภาระของสังคมมากจนเกินไป และระเบียบแบบแผนอันนั้นก็อยู่มายาวนานกว่าสองพันปี

สังคมตะวันตกสมัยนี้ ที่แนวคิดเรื่อง “ความกตัญญู” เลือนหายไปมากแล้ว กำลังมีปัญหาอย่างหนักในเรื่องค่าใช้จ่ายทางด้านประกันสังคมสำหรับผู้สูงอายุ (ทั้งในเชิง Healthcare และสวัสดิการอื่น) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากและนับวันจะทับถมทวี จนส่อว่าถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้รับการปรับโครงสร้างอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดลงไป ภาษีที่คนวัยทำงานต้องจ่ายให้กับรัฐจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จนคนวัยทำงานขาดแรงจูงใจและแบกรับภาระต่อไปไม่ไหว หรือไม่ก็รัฐบาลอาจล้มละลายได้ แม้แต่สหรัฐอเมริกา ประเทศเบอร์หนึ่งทางเศรษฐกิจของโลก ปัญหานี้ก็เป็นปัญหาใหญ่หลวงที่รัฐบาลกลางกำลังเผชิญอยู่

โลกสมัยใหม่ เป็นโลกที่ผู้สูงอายุจะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ เพราะความก้าวหน้าทางด้านการแพทย์และการรักษาพยาบาล ตลอดจนความรู้ทางด้านโภชนาการที่ละเอียดลึกซึ้งแม่นยำกว่าแต่ก่อน

สังคมไทยเองก็กำลังเดินไปตามเทรนด์นี้เช่นกัน

ณ ปัจจุบัน จำนวนผู้สูงอายุในประเทศไทย (นับผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป) คิดสัดส่วนเป็นประมาณร้อยละ 13 ของโครงสร้างประชากรทั้งหมด และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณร้อยละ 20 ในปี 2573

นั่นหมายความว่า ในกลุ่มราษฎรไทยทุกๆ 5 คน จะมีราษฎรอาวุโส 1 คน อยู่ในกลุ่มนั้นด้วยเสมอ

มิเพียงเท่านั้น การพยากรณ์ยังให้ราษฏรอาวุโสเป็นสัดส่วนที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคตหลังจากปี 2573

แน่นอนว่า โครงสร้างประชากรใหม่แบบ New Normal นี้ ย่อมสร้าง Implications ให้กับสังคมแทบทุกด้าน ทั้งในเชิงการเมือง สังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และรูปแบบการค้าขายหรือการธุรกิจ

โดยเฉพาะด้านธุรกิจนั้น จะเกิดตลาดสินค้าบริการสำหรับผู้สูงอายุเป็นเฉพาะที่มีมูลค่ามหาศาล เพราะทั่วทั้งโลกจะมีผู้สูงอายุจำนวนมาก

ในสังคมอารยะที่เจริญแล้ว ผู้อาวุโสเอง ตลอดจนลูกหลานที่มีความกตัญญู ต้องการเห็นพ่อแม่และสมาชิกอาวุโสของครอบครัว ได้อุปโภคบริโภคของดีที่ละเมียดมีคุณภาพสูง ก็สามารถเลือกซื้อสินค้าและบริการที่ออกแบบมาสำหรับผู้อาวุโสโดยเฉพาะได้ นับเป็นการสร้างความอุดม (Enriched) ให้กับชีวิตฉากสุดท้ายของมนุษย์ผู้เป็นสมาชิกของสังคมที่เจริญแล้ว

HONOUR COLLECTION ของบริษัท PATRA PORCELAIN เป็นตัวอย่างในอุดมคติของสินค้าประเภทนี้ นั่นคือภาชนะสำหรับรับประทานอาหารระดับคุณภาพสูง ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้สูงอายุใช้รับประทานอาหารโดยเฉพาะ

จานชามแก้วน้ำและจานรองในคอเล็กชั่นนี้ใช้วัสดุเป็น Porcelain ทั้งหมด เพื่อให้รักษาความสะอาดได้ง่ายและปราศจากสิ่งตกค้างแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ และออกแบบโดยคำนึงถึงหลักกายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยาของผู้สูงอายุโดยเฉพาะ ซึ่งทีมงานออกแบบใช้เวลาเก็บข้อมูล วิจัย และพัฒนา ถึง 4 ปีเต็ม

ยิ่งไปกว่านั้น การออกแบบยังคำนึงถึงปัจจัยแวดล้อมอื่นที่จะมีผลต่อการรับประทานอาหารของผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยทางด้านจิตวิทยา (เช่นการเลือกใช้สีขาว เหลือง แดง ฟ้า แบบเรียบง่ายแต่โดดเด่น ทั้งเพื่อช่วยให้เกิดความอยากอาหาร และเป็นแบ็กกราวที่งามเมื่อตัดกับสีสันของอาหารทุกประเภท ช่วยการมองเห็น อีกทั้งยัง

ช่วยหนุนใจให้ผู้สูงอายุไม่รู้สึกว่าตัวเองแก่ เป็นต้น) ปัจจัยทางด้านความสะดวก (เช่นการออกแบบชามให้มี Scooping Curve เพื่อช่วยให้ตักอาหารได้ง่าย ออกแรงน้อย และ Anti-spill Rim เพื่อป้องกันไม่ให้อาหารหก ทำให้ผู้สูงอายุเกิดความอับอายได้ หรือแก้วน้ำที่มีหูจับแบบ Ergonomic Handle สามารถใช้มือสอดแล้วยกขึ้นดื่มได้ โดยง่าย เป็นต้น)

อีกทั้ง การมีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่เป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ โรงพยาบาล ภัตตาคารและร้านอาหารทั่วไป การออกแบบจึงคำนึงถึงความสะดวกของผู้ให้บริการอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นขนาดของชุดภาชนะที่คำนวณให้พอเหมาะกับถาดที่ใช้เสริฟอาหารมาตรฐานในโรงพยาบาล ภัตตาคาร และศูนย์ฯ การออกแบบให้สามารถวางภาชนะขนาดต่างๆ ซ้อนกันหลายชั้นแล้วลงล็อกกันได้อย่างมั่นคง ไม่คลอนแคลนเสี่ยงต่อการตกแตกเวลาเคลื่อนย้าย และการวางตำแหน่ง Ergonomic Handle เพื่อช่วยลดการออกแรงให้กับผู้ให้บริการเมื่อต้องยกภาชนะขึ้นลงเวลาให้บริการแก่ลูกค้า

ผู้อาวุโสนั้น ถือเรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่ เพราะพวกท่านไม่ต้องทำงานแล้ว เวลาของท่านวันๆ หนึ่ง มักหมดไปกับเรื่องกิน นอน และพักผ่อน และโดยที่พวกท่านไม่ได้ทำงานตามเวลา พวกท่านจึงไม่ถูกจำกัดโดยเวลาพัก/เวลาทำงาน ไม่จำเป็นต้องกินข้าวเช้าก่อนไปทำงาน กินข้าวเที่ยงตอนพักเที่ยง และมื้อเย็นเวลากลับบ้านแล้ว ต้องกิน 3 มื้อเพื่อความสะดวกของการจัดระเบียบสังคมแบบเดิมอีกต่อไป ท่านอาจรับประทานอาหารมื้อละน้อย แต่ซอยย่อยออกเป็นหลายๆมื้อในหนึ่งวัน (ซึ่งในทางการแพทย์ถือว่าเป็นรูปแบบการกินที่มีคุณภาพกว่า)

พวกท่านใช้เวลาในช่วงท้ายของชีวิตไปกับอาหารและการรับประทานอาหารมากกว่าคนที่ยังอยู่ในวัยทำงานหรือวัยเรียน

การช่วยให้ท่านมีความสุขและมีศักดิ์ศรีในระหว่างรับประทาน ย่อมเป็นการตอบแทนบุญคุณแบบหนึ่ง ที่คนรุ่นหลังสามารถทำให้กับคนรุ่นก่อนได้ ในหมู่มนุษย์ผู้ศิวิไลซ์แล้ว


หมายเหตุ: คอลเลคชั่น Honour จะเริ่มวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ในเดือนมีนาคม 2565

Rate this item
(0 votes)
Last modified on Monday, 07 February 2022 07:16
X

Right Click

No right click