

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศพันธกิจด้านความยั่งยืนระยะ 5 ปี ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทยสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon) ตั้งเป้าสนับสนุนการจัดงานลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 20,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (TonCO₂e) ภายในปี พ.ศ. 2567
เป้าหมายนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาด้านความยั่งยืนของอุตสาหกรรมไมซ์ไทย หลังจากในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมไมซ์ไทยสามารถลดและหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 2,445.97 TonCO₂e จากการจัดงานทั้งหมด 232 งาน เมื่อเทียบกับ 780 TonCO₂e ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ทั้งนี้ ปริมาณการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เติบโตถึงร้อยละ 313 เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของอุตสาหกรรมไมซ์ไทยต่อการบริหารจัดการกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า การมุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการจัดงานในประเทศไทย สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ และช่วยขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาอย่างยั่งยืนของรัฐบาล โดยผลักดันให้อุตสาหกรรมไมซ์ไทยมีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรมในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศ
“ประเทศไทยกำลังยกระดับประเด็นความยั่งยืนจากความตั้งใจไปสู่ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม โดยขับเคลื่อนความมุ่งมั่นในระยะยาวให้เป็นผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริง ทั้งนี้ จากการต่อยอดความมุ่งมั่นของทีเส็บที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและโครงการเชิงรุกด้านความยั่งยืนที่ได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง เราจึงมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการสนับสนุนให้หน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ สามารถจัดงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืน โดยทีเส็บไม่ได้เป็นเพียงผู้รับผิดชอบเท่านั้น แต่ได้บูรณาการความยั่งยืนเข้าสู่ทุกมิติของอุตสาหกรรมไมซ์ มีทิศทางเชิงกลยุทธ์ที่เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย และตอกย้ำจุดยืนในการเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางชั้นนำด้านไมซ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนอีกด้วย”

ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ทีเส็บได้ปรับปรุงข้อกำหนดสำหรับผู้เสนอราคาและผู้ยื่นข้อเสนอแผนงาน โดยกำหนดให้ผู้จัดงานวางแผนการจัดงานในรูปแบบคาร์บอนนิวทรัลอีเวนต์ (Carbon-Neutral Event) หรืองานปลอดคาร์บอน โดยต้องคำนวณปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากการจัดงานและดำเนินมาตรการชดเชยคาร์บอน พร้อมรับการรับรองหรือปฏิบัติตามแนวทางเพิ่มเติมจากทีเส็บ นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้ผู้จัดงานชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอน ผ่านการจัดหาคาร์บอนเครดิตจากโครงการลดก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิของงานลดลงหรือเป็นศูนย์

พร้อมกันนี้ ทีเส็บยังสนับสนุนให้ผู้จัดงานร่วมบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน โดยสนับสนุนให้ใช้เครื่องมือเชิงปฏิบัติการ ประกอบด้วย เครื่องมือคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นต์เบื้องต้นสำหรับการเลี่ยงผลกระทบจากการจัดงาน, แอปพลิเคชัน Zero Carbon ซึ่งพัฒนาโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO สำหรับติดตามการลดการปล่อยก๊าซ เครือข่ายผู้ตรวจสอบและรับรองมาตรฐานด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมถึงการเข้าถึงโครงการคาร์บอนเครดิตภายในประเทศเพื่อสนับสนุนการชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนอย่างมีประสิทธิภาพ
“เจตนารมณ์นี้สะท้อนถึงความพร้อมของทีเส็บในการตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของภาคธุรกิจในเวทีระดับโลก รวมทั้งความตั้งใจที่จะสนับสนุนหน่วยงานและองค์กรนานาชาติให้สามารถจัดงานในประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน และการสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างแท้จริง” ดร.ศุภวรรณ กล่าวทิ้งท้าย
Techsauce – Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี (Tech Ecosystem Builder) ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตร ได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม
การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์
วิสัยทัศน์ "The Gateway to Isan" และการยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค
งานในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ในการ "ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยี" โดยมุ่งหวังให้โคราชเป็นโมเดลต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) มุ่งเน้นการยกระดับ "ระบบนิเวศผู้ประกอบการ" (Entrepreneurial Ecosystem) ให้แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตสู่การเป็น "Silicon Valley แห่งใหม่" และ "AI City" ของประเทศไทย

คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Techsauce กล่าวว่า “เป้าหมายของ Techsauce คือการทำให้ประเทศไทยเป็น Tech Gateway ของภูมิภาค ซึ่งการจะไปถึงจุดนั้นได้ เราต้องสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการในท้องถิ่น (Local Entrepreneurs) งานนี้จึงจัดขึ้นเพื่อเป็นสะพานเชื่อมโอกาส (Gateway) นำความรู้ด้านเทคโนโลยีและเครือข่ายธุรกิจระดับสากลมาสู่มือคนรุ่นใหม่ในภาคอีสาน นอกจากนี้ เรายังมุ่งหวังสร้างเวทีที่เชื่อมต่อ 'งานวิจัย' ไปสู่ 'ธุรกิจ' และดึงดูดเม็ดเงินลงทุนรวมถึงบริษัทเทคโนโลยีให้เข้ามาในพื้นที่ โดยเน้นการสร้างการเติบโตให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นสามารถแข่งขันได้ทั้งในระดับประเทศและสากลเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ให้เติบโตอย่างยั่งยืน”

คุณไพจิตร มานะศิลป์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ให้ความเห็นถึงศักยภาพของจังหวัดว่า "โคราชมีศักยภาพสูงในการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ การนำเทคโนโลยีโดยเฉพาะ AI มาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมหลักอย่าง เกษตร ค้าปลีก และสุขภาพ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองและสนับสนุนเป้าหมายการเป็น Smart City ของเราให้ชัดเจนยิ่งขึ้น"

ดร.สุรัชสานุ์ ทองมี รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวถึงการสร้างระบบนิเวศธุรกิจว่า "การสนับสนุนให้เกิดระบบนิเวศสตาร์ทอัพในพื้นที่อย่างเข้มแข็ง จะนำไปสู่การจ้างงานและนวัตกรรมใหม่ ๆ งานนี้จึงเป็นจุดนัดพบสำคัญที่จะเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ ผู้กำหนดนโยบาย และนักลงทุน ให้มองเห็นโอกาสในตลาดศักยภาพใหม่ (Emerging Market) ของภาคอีสาน"

เจาะลึก 5 แกนหลัก Content Themes: Inspire & Enable
เนื้อหาภายในงานถูกออกแบบมาเพื่อมอบทั้ง "แรงบันดาลใจ" และ "เครื่องมือที่ใช้งานได้จริง" ผ่าน 5 แกนหลักสำคัญ:
กิจกรรมไฮไลต์ภายในงาน
ผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,500 คน จะได้พบกับกิจกรรมที่จัดเต็มทุกมิติ ได้แก่:
งาน Techsauce Next Entrepreneur's Summit 'The Gateway to Isan' พร้อมเปิดต้อนรับผู้ประกอบการ SMEs, ทายาทธุรกิจ, สตาร์ทอัพ, นักศึกษา และผู้ที่สนใจ ในวันที่ 15 มีนาคม 2569 ณ Korat Hall, Central Korat
ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของงาน Techsauce Next Entrepreneur's Summit ได้ที่ https://summit.techsauce.co/korat/
“ภูเก็ต” นับเป็นอีกเมืองท่องเที่ยวสำคัญระดับโลก วัดได้จากตัวเลขนักท่องเที่ยวในแต่ละปีที่เดินทางมาในจังหวัดนี้หลายล้านคน