มาสเตอร์การ์ดเผยรายงาน Travel2022 Trends and Transitions ชี้การฟื้นตัวการท่องเที่ยวในเอเชียแปซิฟิก2565

June 17, 2022 566

 นับเป็นครั้งแรกที่ยอดจองเที่ยวบินโดยสารทั้งภาคธุรกิจและการท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนส่วนบุคคลเพิ่มสูงขึ้น ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยืดเยื้อกินเวลากว่า 2 ปี รายงานจากสถาบันวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์ของมาสเตอร์การ์ดฉบับล่าสุดเผยว่า เม็ดเงินกับค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวทั้งทางเรือสำราญ รถบัส หรือแม้เต่รถไฟ ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นับเป็นก้าวสำคัญของการฟื้นตัวการท่องเที่ยวทั่วโลก1. พร้อมกันนี้มาสเตอร์การ์ดได้เสนอรายงาน Travel 2022: Trends and Transitions ที่ชี้ให้เห็นถึงข้อมูลเชิงลึกของการท่องเที่ยวในพื้นที่ผ่อนปรนข้อจำกัดในการเดินทางของสถานที่ที่มีการฉีดวัคซีนป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 แล้ว ซึ่งครอบคลุม 9 แห่งในเอเชียแปซิฟิก และ 37 แห่งทั่วโลก โดยได้เปรียบเทียบสถานะของการเดินทางทั่วโลกเป็น 2 จุด ทั้งสถานการณ์ก่อนการแพร่ะบาดในปี2562 และแนวโน้มที่เกิดขึ้นภายหลังการเปิดพรมแดนหลังจากที่มาตรการในการเดินทางสู่จุดมุ่งหมายในภูมิภาคอื่นๆ เริ่มมีการผ่อนปรน

โดยวิเคราะห์ข้อมูลการเดินทางที่เปิดเผยต่อสาธารณะ2และการรวมรวมข้อมูลกิจกรรมการซื้อขายผ่านเครือข่ายของมาสเตอร์การ์ด3 รายงานการท่องเที่ยวประจำปีฉบับที่สามของสถาบันวิจัยทางเศรษฐศาสตร์มาสเตอร์การ์ด มุ่งเน้นไปที่องค์ประกอบสำคัญของการเดินทาง เนื้อหาของรายงานประกอบไปด้วยการขับเคลื่อนการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวที่รวดเร็วของผู้บริโภคต่อการใช้จ่ายเกี่ยวกับการเดินทาง และแนวโน้มของเศรษฐกิจระดับมหภาค เช่น อัตราเงินเฟ้อ การทำงานแบบไฮบริด ความเสี่ยงด้านสุขภาพ และ การปฏิรูปด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลต่อการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว เป็นต้น 

ข้อมูลสำคัญจากรายงานเดือน เมษายน 2565 สำหรับเอเชียแปซิฟิก:

  • การเปิดพรมแดนทำให้ทวีปเอเชียกลับมาเป็นจุดสนใจของการท่องเที่ยว: หากยอดการจองตั๋วเครื่องบินมียังมีคงอยู่ต่อเนื่อง คาดจะมียอดผู้โดยสารกว่า 430 ล้าน ที่เดินทางเข้าสู่ทวีปเอเชียเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลให้แนวโน้มของการเดินทางในทวีปดีขึ้น แม้ว่าเอเชียเหนือและประเทศจีนยังไม่มีมาตรการในการผ่อนปรนการเปิดพรมแดนก็ตาม 
  • ความต้องการในการซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจะผลักดันให้เกิดการฟื้นตัวของการเดินทาง: หลังจากระยะเวลากว่าสองปีที่ตัวเลขการท่องเที่ยวในเอเชียแปซิฟิกลดลงอย่างเห็นได้ชัด มาตรการการผ่อนปรนการท่องเที่ยวและการเปิดพรมแดนได้จุดประกายความต้องการที่จะเดินทางทั้งขาเข้าและขาออกในกลุ่มนักท่องเที่ยว จากผลการสำรวจพบว่าผู้คนเริ่มนำเงินออมสำหรับการท่องเที่ยวมาใช้จ่าย โดยในปี 2564 เมื่อประเทศออสเตรเลียเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศได้ ยอดการจองตั๋วเครื่องบินจากออสเตรเลียสู่ประเทศในเอเชีย เช่น อินโดนีเซีย เพิ่มขึ้นกว่า 200% และ ยอดการจองตั๋วเครื่องบินเพื่อเดินทางสู่สหรัฐอเมริกาฯ เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว 
  • การใช้จ่ายต่อการท่องเที่ยวเพื่อประสบการณ์มากกว่าสิ่งของ4: นักท่องเที่ยวต่างชาติทั่วโลกส่วนมากเริ่มมีการใช้จ่ายต่อประสบการณ์การท่องเที่ยว ณ จุดมุ่งหมายมากกว่าการจับจ่ายซื้อสินค้าหรือสิ่งของ และแนวโน้มนี้ยังพบเห็นในเอเชีย สิงคโปร์ที่ถูกบันทึกว่าเป็นหนึ่งประเทศที่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใช้จ่ายเพื่อประสบการณ์ในจุดหมายปลายทางทั่วโลกสูงที่สุด มีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 60% จากช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดจนถึงเดือนมีนาคม 2565 อย่างไรก็ตาม ประเทศอื่นๆ ในทวีป เช่น อินโดนีเซีย และ เกาหลีใต้ ที่เปิดพรมแดนในเดือนเมษายน 2565 มีสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไปโดยมีการท่องเที่ยวขาเข้าในระดับต่ำ นับเป็นเทรนด์สำคัญที่น่าจับตามองในช่วงครึ่งหลังของปีเมื่อการควบคุมมาตรการการเดินทางเริ่มถูกยกเลิกและนักท่องเที่ยวเอเชียแปซิฟิกเริ่มจับจ่ายซื้อของและใช้จ่ายในต่างประเทศ 
  • ตัวเลือกการเดินทางถูกจำกัดด้วยมาตรการต่างๆ: ตั้งแต่การเริ่มต้นของการแพร่ระบาด แนวโน้มของผู้บริโภคต่อการตัดสินใจเลือกสถานที่การเดินทางมักชื่นชอบสถานที่ที่ข้อจัดของการเดินทางเข้าประเทศ การกักตัว และขั้นตอนการตรวจสอบต่างๆ สะดวกสบาย จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้สหรัฐอเมริกาเป็นตัวเลือกที่นักท่องเที่ยวจากเอเชียนิยมเดินทางไปมากที่สุด รองลงมาคือออสเตรเลีย สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร และแคนาดา อย่างไรก็ตามในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าสิ่งนี้มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากข้อจำกัดต่างๆ มีการผ่อนคลายลงและการเดินทางภายในประเทศเริ่มกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง 
  • ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และดำเนินการเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากการหยุดชะงักของซัพพลายเชน: ภาระที่เพิ่มขึ้นของสายการบินต่างๆ ที่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจากการแพร่ระบาดทำให้ค่าโดยสารในการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากเอเชียแอปิฟิกเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับทวีปอื่นๆ โดยค่าตั๋วเครื่องบินเฉลี่ยในเอเชียแปซิฟิกยังคงสูงขึ้นจากปี 2562 ประมาณ 11% และ 27% ในออสเตรเลียและสิงคโปร์ และเนื่องจากข้อจำกัดเช่น การจ้างงานในอุตสหากรรมการขนส่งทางอากาศที่ต่ำกว่าช่วงก่อนการแพร่ระบาด 
  • ภาวะการใช้จ่ายภายในประเทศทำให้อุตสาหกรรมการขนส่งได้รับผลกระทบ: นับตั้งแต่การแพร่ระบาด ผู้คนหันมาใช้การสัญจรภายในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะรถยนต์ส่วนตัว ทำให้ยอดการการใช้จ่ายในการเช่ารถยนต์และค่าผ่านทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดสองปีที่ผ่านมา และการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศด้วยรถยนต์ หรือ โร้ดทริป ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวในเอเชียแปซิฟิกมากขึ้น รวมทั้งการใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในสิงคโปร์ ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ และออสเตรเลีย ในขณะที่ระบบขนส่งสาธารณะและสายการเดินเรือต่างๆ กลับมาฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งแรก เนื่องจากประสบกับข้อจำกัดเกี่ยวกับการเดินทางสำหรับหมู่คณะ 

นายเดวิด แมน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ มาสเตอร์การ์ด เอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง กล่าวว่า “ถึงการฟื้นฟูเป็นไปได้อย่างล่าช้าประกอบกับความเสี่ยงในหลายปัจจัย เช่น ผลกระทบของเงินเฟ้อในการจับจ่ายใช้สอย ทว่าความต้องการในการเดินทางของนักท่องเที่ยวในเอเชียแปซิฟิกยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นปี 2565 จึงเป็นปีสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในเอเชียแปซิฟิก เมื่อพรมแดนได้ถูกผ่อนคลาย คาดเราจะได้เห็นตัวเลขที่ทวีสูงขึ้นจากธุรกิจการท่องเที่ยวที่เติบโตขึ้นพร้อมกับภูมิภาคอื่นๆทั่วโลก” 

การครอบคลุมการสนับสนุนผู้เดินทางและภาคการท่องเที่ยว 

มาสเตอร์การ์ดมอบความอุ่นใจ ความสะดวกสบาย และความคุ้มค่าแก่ผู้บริโภค และภาคธุรกิจทุกขนาด เมื่อทุกคนเริ่มปรับตัวตอบรับการกลับมาของการท่องเที่ยว ไม่ว่าการเดินทางของคุณจะใกล้หรือไกล จุดประสงค์ของคุณจะเป็นการท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อน หรือทริปการเดินทางเพื่อ ธุรกิจในรูปแบบใดก็ตาม ผู้ถือบัตรทุกคนจะสามารถเข้าถึงรายละเอียดโปรแกรม แพลตฟอร์ม และพันธมิตรของมาสเตอร์การด์ได้ทั่วถึง ด้วยบริการ Mastercard Travel & Lifestyle Services ที่ให้บริการวางแผนการท่องเที่ยว มอบส่วนลดพิเศษ การจอง การการันตี และการดูแลจากเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกตลอด 24 ชั่วโมง ตลอดการเดินทางตามสถานที่ต่างๆ Priceless.com ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าถึงประสบการณ์อันล้ำค่าและมอบเอกสิทธิ์พิเศษ เช่น Mastercard Travel Rewards สำหรับธุรกิจขนาดย่อม มาสเตอร์การ์ด อีซี่ เซฟวิ่ง มอบส่วนลดและกำลังซื้อของผู้ให้บริการธุรกิจดิจิทัล ร้านอาหารสุดหรู ร้านค้าปลีกและโรงแรมต่างประเทศ 

มาสเตอร์การ์ดพร้อมที่จะสนับสนุนการฟื้นฟูการท่องเที่ยวในระดับโลก ต้อนรับนักท่องเที่ยวผ่านบริการที่หลากหลาย เริ่มต้นจากการวิเคราะห์ตลาดและข้อมูลที่มีความถี่สูง ที่ช่วยให้เข้าใจถึงแนวโน้มเทรนด์ของผู้บริโภคที่มีต่อการทำการตลาดและกลยุทธ์การมีส่วนร่วมของผู้บริโภคที่จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของแบรนด์และเพิ่มเพิ่มยอดการจอง 

X

Right Click

No right click