February 22, 2024

ซัมซุงเปิดงานซัมซุง AI ฟอรัม 2023 เพื่อเป็นพื้นที่นำเสนอความก้าวหน้าล่าสุดด้าน AI และวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างเทคโนโลยี เซมิคอนดักเตอร์ในยุคต่อไปของ ซัมซุง

โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และวิศวกรรมคอมพิวเตอร์จากทั่วโลกเข้าร่วมกว่า 1,000 คน

งานวันแรกของฟอรัมจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 7 ที่ศูนย์ประชุมซูวอน จังหวัดคยองกี ประเทศเกาหลี โดยจัดภายใต้หัวข้อหลัก “Large-scale AI for a better tomorrow” โดยมีสถาบันเทคโนโลยีขั้นสูงของซัมซุง SAIT (the Samsung Advanced Institute of Technology) เป็นเจ้าภาพ ในขณะที่งานวันที่สองนั้น จัดขึ้นโดยมีซัมซุงรีเสิร์ชเป็นเจ้าภาพ ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาของซัมซุงในกรุงโซล ประเทศเกาหลี

คเย ฮยุน คยุง ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแผนกโซลูชันอุปกรณ์ ซัมซุงอิเลคโทรนิคส์ กล่าวในตอนหนึ่งของคำกล่าวเปิดงานว่า “ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เทคโนโลยี Generative AI เป็นสิ่งที่กำลังถูกจับตามอง เนื่องจากเทคโนโลยีนี้ช่วยเสริมศักยภาพให้เราสามารถค้นพบโซลูชันใหม่ๆ หรือแก้ไขอุปสรรคที่แก้ไขไม่ได้มานาน อย่างไรก็ดีความต้องการในการวิจัยเชิงลึกทั้งด้านความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และความยั่งยืนของ AI นั้นก็เพิ่มสูงขึ้นไปพร้อมกันด้วย”

ผู้พูดหลักในงาน SAIF 2023 จากซ้ายไปขวา; ศาสตราจารย์โยชัว เบนจิโอ มหาวิทยาลัยมอนทรีออล,คเย ฮยุน คยุง ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แผนกโซลูชันอุปกรณ์ ซัมซุงอิเลคโทรนิคส์, จิม เคลเลอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทนส์ทอร์เรนท์

งานในวันแรกนั้นได้พูดถึงสองหัวข้อหลัก ดังนี้ ความปลอดภัยของ AI โดยศาสตราจารย์โยชัว เบนจิโอ จากมหาวิทยาลัยมอนทรีออล เสนอแนวทางการใช้การเรียนรู้ของเครื่องจักรเพื่อปกป้องโมเดลภาษาขนาดใหญ่ไม่ให้พัฒนาไปสู่ทิศทางที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผู้พัฒนา และการพัฒนาสารกึ่งตัวนำโดยใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ โดย จิม เคลเลอร์ ประธาน

เจ้าหน้าที่บริหารของเทนส์ทอร์เรนท์ เสนอแนวทางการใช้สถาปัตยกรรมชุดคำสั่งระบบเปิด (open instruction set architecture) สำหรับหน่วยประมวลผลประเภท RISC-V เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมด้านการออกแบบฮาร์ดแวร์ของ AI

ในงานวันที่สองนั้นมีทีมงานของซัมซุงรีเสิร์ชเป็นผู้นำและมี Generative AI เป็นหัวใจหลักของงาน การเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี Generative AI ถือเป็นการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ที่คาดหมายกันว่าจะปรับเปลี่ยนทั้งวิถีชีวิตและการทำงาน จึงได้มีการจัดฟอรัมที่มีผู้เชี่ยวชาญด้าน AI จากหลากหลายอุตสาหกรรมและจากแวดวงวิชาการมาร่วมอภิปรายแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนา นำเสนอเทรนด์ล่าสุดทางเทคโนโลยี และซัมซุงเกาส์ โมเดล Generative AI ที่พัฒนาโดยซัมซุงรีเสิร์ช

“เรายังคงมุ่งมั่นสนับสนุนและร่วมมือทางด้าน Generative AI กับทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาควิชาการ” แดฮยุน คิม รองประธานบริหารของศูนย์ AI สากล ซัมซุงรีเสิร์ช (the Samsung Research Global AI Center) กล่าวในตอนหนึ่งของคำกล่าวเปิดงาน

ในช่วงการอภิปรายช่วงแรกของภาคเช้า ดร. ฮยุง วอน ชุง จาก OpenAI บริษัทวิจัยและประยุกต์ใช้ AI อธิบายถึงกระบวนการทำงานของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (large language models - LLMs) ในช่วงหนึ่งของคำกล่าวหัวข้อ “โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (ในปี 2023)” อีกทั้งยังกล่าวถึงอุปสรรคที่ OpenAI พบในแต่ละขั้นตอน และยังคาดการณ์ทิศทางในอนาคต ตามด้วย

เจสัน เหว่ย นักวิจัยของ OpenAI และผู้เขียนบทความวิจัยเรื่อง “ห่วง-โซ่-ความคิด Chain-of-Thoughts” นำเสนอถึงเหตุผลที่โมเดลภาษาขนาดใหญ่จะช่วยผลักดันการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ด้านAI ในการนำเสนอหัวข้อ “กระบวนทัศน์ใหม่ในยุครุ่งเรืองของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ - New Paradigms in the Large Language Model Renaissance.”

นอกจากนี้ ฮองซุก เซา ศาสตราจาย์จากมหาวิทยาลัยเกาหลี ขึ้นกล่าวในหัวข้อ “ก้าวสู่ AI แบบมัลติโมเดลที่สนทนาได้ -- Towards multimodal conversational AI.” โดยนำเสนอเทรนด์ต่างๆ ด้าน AI แบบมัลติโมเดล ซึ่งสามารถประมวลผลข้อมูลหลากหลายประเภท รวมไปถึงข้อความและภาพได้พร้อมกัน

ซึง วอน ฮวาง ศาสตราจาย์จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล ได้นำเสนอกระบวนการค้นหาและกระบวนการสร้างโค้ดที่มีประสิทธิภาพโดยมีรากฐานจาก Generative AI โดยมีทีมของ ศาสตราจาย์กุนแฮ ร่วมสาธิตการใช้กระบวนการมัลติโมเดลเพื่อช่วยกระบวนการการให้เหตุผลเชิงปริภูมิ (spatial reasoning)

ร่วมด้วยศาสตราจาย์มินจอน โซ จากสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งเกาหลี (the Korea Advanced Institute of Science and Technology -- KAIST) แนะนำเกี่ยวกับขีดความสามารถทางการประเมินผลแบบละเอียดที่อยู่ในโมเดลภาษาต่างๆ นอกจากนี้ยังมีทีมงานนำโดย ศาสตราจาย์จองฮยุน ชอย จากมหาวิทยาลัยยอนเซ ขึ้นกล่าวเกี่ยวกับเทคโนโลยีการเปลี่ยนข้อความเป็นภาพ ซึ่งใช้เทคโนโลยีเพื่อทำความเข้าใจบริบทในหลากหลายประโยคที่ยาวและซับซ้อนให้เป็นภาพ

ผู้ร่วมงานจะได้รับชมการนำเสนอซัมซุงเกาส์และเทคโนโลยี AI ซึ่งโมเดลปัญญาประดิษฐ์ของซัมซุงประกอบด้วยส่วน โมเดลภาษา (Samsung Gauss Language) โมเดลโค้ด (Samsung Gauss Code) และโมเดลด้านภาพ (Samsung Gauss Image) โดยชื่อซัมซุงเกาส์มาจากชื่อของคาร์ล ฟริดริช เกาส์ นักคณิตศาสตร์ระดับตำนานผู้คิดค้นทฤษฎีการแจกแจงแบบปกติ (normal distribution theory) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการเรียนรู้ด้วยเครื่องจักรและAI การใช้ชื่อซัมซุงเกาส์ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์สูงสุดของซัมซุงสำหรับโมเดล AI เหล่านี้ โดยใช้ปรากฎการณ์และความรู้ทั่วมาช่วยยกระดับวิถีชีวิตของผู้บริโภคทั่วโลก

โมเดลภาษา (Samsung Gauss Language) เป็นโมเดล Generative ด้านภาษาที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการทำงานโดยช่วยเสริมการทำงานต่างๆ เช่น การเขียนอีเมล สรุปเอกสาร และแปลเนื้อหา นอกจากนี้ เมื่อผสานโมเดลนี้กับผลิตภัณฑ์ต่างๆ โมเดลนี้ยังช่วยเสริมประสบการณ์ให้กับผู้บริโภคโดยช่วยให้ควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ได้แบบอัจฉริยะมากยิ่งขึ้น

โมเดลโค้ด Samsung Gauss Code และระบบช่วยโค้ด (code.i) ทำงานโดยใช้โมเดลซัมซุงเกาส์ โค้ดเป็นพื้นฐานเพื่อพัฒนาสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ของซัมซุง โมเดลนี้ช่วยให้นักพัฒนาสามารถเขียนโค้ดได้ง่ายและเร็วขึ้น โมเดลนี้รองรับฟีเจอร์ต่างๆ เช่น การอธิบายโค้ด และการสร้างกรณีทดสอบต่างๆ โดยใช้ส่วนประสานผู้ใช้แบบอินเตอร์แอคทีฟ

โมเดลด้านภาพ Samsung Gauss Image เป็นโมเดล Generative ด้านภาพที่สามารถสร้างและแต่งภาพแบบครีเอทีฟได้ รวมถึงการเปลี่ยนสไตล์และแต่งเติมสิ่งต่างๆ นอกจากนี้ยังสามารถปรับเปลี่ยนภาพจากความละเอียดต่ำให้สูงขึ้นได้

ปัจจุบันซัมซุงนำซัมซุงเกาส์ มาใช้เพื่อเพิ่มผลิตภาพให้กับพนักงาน และพร้อมจะขยายการใช้งานไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ ซัมซุงเพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานใหม่ๆ ในอนาคตอันใกล้

ซัมซุงไม่เพียงแต่พัฒนาเทคโนโลยี AI แต่ยังพัฒนาโครงการต่างๆ ที่จะช่วยให้การใช้AIเป็นสิ่งที่ปลอดภัย โดยทีมเอไอเรดทีม (AI Red Team) ของซัมซุงจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถกำจัดหรือติดตามภัยคุกคามทั้งด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในกระบวนการพัฒนาทุกขั้นตอน ทั้งการรวบรวมข้อมูลไปจนถึงการพัฒนาโมเดล AI การเริ่มประยุกต์ใช้โมเดล และผลลัพธ์ที่มาจาก AI โดยคำนึงถึงหลักการจริยธรรมด้าน AI

พร้อมชวนทุกคนให้ทุกคนไปปักหมุดเที่ยวตามรอยกันให้พี๊คคค ไม่ไปไม่ได้แล้ว!

ซัมซุงประกาศเปิดพื้นที่งานแบบอินเตอร์แอคทีฟ ภายใต้ชื่อ Galaxy Experience Spaces ใน 29 เมืองทั่วโลก

ซัมซุงนำเสนอวิสัยทัศน์ของโลกซึ่งใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อยกระดับวิถีชีวิตของผู้บริโภค โดยมอบประสบการณ์ที่ฉลาดและเข้าใจง่ายกว่าที่เคย ซึ่งจะช่วยสร้างสรรค์โลกที่เชื่อมโยงกันและเอื้อต่อการควบคุมของผู้บริโภคบนโลกมากขึ้น

โดยซัมซุงและพันธมิตรทางธุรกิจรายสำคัญได้ขึ้นกล่าวร่วมกันในงานแถลงข่าวของซัมซุง ในงาน CES 2023 เพื่อนำเสนอการบริการและทิศทางต่างๆ ของซัมซุงและพันธมิตร ในการร่วมกันสร้างโลกที่เชื่อมโยงกันได้ดีกว่าเดิมและมีส่วนร่วมต่อการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนกว่าที่เคย

 

นายจอง ฮี ฮาน, Vice Chairman, CEO and Head of the DX (Device eXperience) Division ของซัมซุงขึ้นกล่าวเปิดงานแถลงข่าวในงานนี้ โดยเน้นถึงกลยุทธ์ของซัมซุงที่ตั้งใจจะส่งมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตบนโลกที่ทุกๆ อุปกรณ์ในพื้นที่หรือจุดสำคัญที่มีความจำเป็นกับผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน เช่น บ้าน รถ และสถานที่ทำงาน ซึ่งจะดำเนินไปพร้อมกับการมีส่วนร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนกว่าเดิม ซึ่งเกิดจากความตั้งใจของซัมซุงที่จะมอบพลังการควบคุมให้กับผู้บริโภคบนโลกสามารถใช้ทุกอุปกรณ์เชื่อมโยงกัน สามารถมอบประสบการณ์ที่ดีกว่า เข้าถึงผู้บริโภคแต่ละคนได้มากกว่าและใช้งานได้ง่ายกว่าเดิม โดยซัมซุงจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาให้อุปกรณ์ต่างๆ เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ พร้อมกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยให้การใช้งานเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันมีความยั่งยืนมากขึ้น

นายจองกล่าวเพิ่มเติมว่า “ซัมซุงทราบดีว่าวิสัยทัศน์ของเราเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก เพราะเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในวันนี้ และการเข้าใจความต้องการหรือความปรารถนาของผู้บริโภคในอนาคต ซัมซุงต้องใช้เวลารวมไปถึงความร่วมมือกับพันธมิตรของเราทั่วโลกเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์”

 

ซัมซุงผสานความยั่งยืนในทุกระดับ

ซัมซุงให้ความสำคัญสูงสุดกับสิ่งแวดล้อมเพื่อให้สอดรับกับความท้าทายที่โลกกำลังเผชิญ โดยผสานเป้าหมายต่างๆ ด้านความยั่งยืน การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ล้ำหน้า และความร่วมมือเชิงกลยุทธเข้าด้วยกัน ตามแนวทางนี้ ทุกกลุ่มธุรกิจของซัมซุงจะใช้พลังงานไฟฟ้าในอัตราเท่ากับไฟฟ้าที่กำเนิดจากแหล่งพลังงานทดแทน รวมทั้งมีการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 โดยในอนาคตอันใกล้ แผนก DX จะเปลี่ยนไปใช้พลังงานที่กำเนิดจากแหล่งพลังงานทดแทนทั้งหมดภายในปี 2027 รวมถึงการให้การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2030

เพื่อขยายขอบเขตของเป้าหมายเพื่อความยั่งยืน ซัมซุงยังนำเสนอคุณสมบัติต่างๆ ด้านความยั่งยืนในผลิตภัณฑ์และบริการที่ได้รับความนิยมของบริษัทฯ ภายในโครงการ “ความยั่งยืนในทุกวัน -Everyday Sustainability” อันจะช่วยให้ซัมซุงมีส่วนร่วมต่อการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดียิ่งขึ้นได้ นอกจากนี้ยังสรรสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีความยั่งยืนมากขึ้นโดยใช้วัสดุที่ใช้พลังงานน้อยลงรวมถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มุ่งเน้นการประหยัดพลังงาน

ความยั่งยืนที่ซัมซุงนำเสนอผ่านประสบการณ์การใช้งานผลิตภัณฑ์ของซัมซุงนั้นส่งผลให้เราและผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์ของเราทั่วโลกมีส่วนร่วมต่อการสร้างโลกที่ดีกว่าเดิม” นาวสาวอิน ฮี ชุง รองประธาน Corporate Sustainability Center ของซัมซุงกล่าว “ขณะนี้ผลิตภัณฑ์ยอดนิยมของซัมซุงจำนวนหนึ่ง ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความยั่งยืนสูงที่สุดของเรา

ซัมซุงยังประกาศว่าทีวีและสมาร์ทโฟนหลายรุ่น มีการใช้วัสดุรีไซเคิลในหลายจุด เช่น การใช้พลาสติกรีไซเคิลจากตาข่ายดักปลาที่เสื่อมสภาพแล้ว ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน หน่วยความจำ และชิปเซตสำหรับการรับสัญญาณ 5G ยังช่วยประหยัดพลังงานให้กับผู้ใช้มากยิ่งขึ้น และบริการเครือข่ายต่างๆ เช่น SmartThings Energy และ AI Energy Mode ยังช่วยให้ผู้บริโภคลดต้นทุนด้านพลังงานไปพร้อมกับการลดผลกระทบต่อสภาวะอากาศ

ซัมซุงและพาทาโกเนีย ผู้นำของโลกด้านเครื่องแต่งกายสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง ยังขึ้นกล่าวบนเวทีพร้อมกันเพื่ออภิปรายเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างกันเพื่อลดปัญหาไมโครพลาสติก หรือพลาสติกขนาดเล็กที่มักพบในเสื้อผ้า และจะไหลลงสู่แหล่งน้ำผ่านกระบวนการซักรีด นายวินเซนต์ สแตนลีย์ ผู้อำนวยการด้านปรัชญาองค์กร (Director of Philosophy) ของพาทาโกเนีย กล่าวเกี่ยวกับแนวทางที่ทั้งสองบริษัทร่วมพัฒนาเทคโนโลยีการซักผ้าชื่อ “เลส ไมโครไฟเบอร์ ไซเคิล (Less Microfiber Cycle1) ซึ่งมีให้ใช้งานแล้วในเครื่องซักผ้าของซัมซุง มีคุณสมบัติช่วยลดการปล่อยไมโครพลาสติกลงสู่แหล่งน้ำในกระบวนการซักรีดได้มากถึงร้อยละ 542 ซัมซุงและพาทาโกเนียยยังร่วมกันพัฒนาตัวกรอง เลส ไมโครไฟเบอร์ ฟิลเตอร์ (Less Microfiber Filter3) ซึ่งสามารถช่วยกรองไมโครพลาสติก ลดการปล่อยไมโครพลาสติกลงสู่แหล่งน้ำเมื่อสิ้นสุดการซักผ้าได้

นายเจมส์ ควอน หัวหน้าผ่ายผลิตภัณฑ์, ENERGY STAR for Consumer Electronics at the U.S. Environmental Protection Agency (EPA) สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐฯ ยังประกาศว่า แพลตฟอร์ม SmartThings ที่ใช้เชื่อมโยงอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้านเข้าด้วยกันนั้นเป็นแพลตฟอร์ม Smart Home สำหรับผู้บริโภคแพลตฟอร์มแรกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านพลังงาน ENERGY STAR SHEMS นอกจากนี้ ซัมซุงยังสานความร่วมมือด้านความยั่งยืนกับหลายภาคส่วน ทั้งการเข้าร่วมพันธมิตรคาร์บอนทรัสต์ และร่วมกับผู้นำทางเทคโนโลยีอีกหลายรายเพื่อพัฒนามาตรฐานกลางให้เป็นมาตรฐานแรกเริ่มของอุตสาหกรรมเพื่อวัด คำนวณค่า และอัตราการลดการปล่อยคาร์บอนจากอุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ ที่ผู้บริโภคในครัวเรือนใช้

บ้านที่เชื่อมโยง ชีวิตที่เชื่อมต่อ เพิ่มความสะดวกให้ชีวืตมากขึ้น

ซัมซุงยังกล่าวถึงรายละเอียดของแผนการที่จะมอบประสบการณ์การเชื่อมโยงทุกอุปกรณ์อย่างสมบูรณ์แบบทั้งในวันนี้และในอนาคต โดย นางสาว แจ ยอน จุง Executive Vice President and Head of SmartThings นำเสนอความสะดวกสบายที่ผู้บริโภคจะได้รับผ่านประสบการณ์การเชื่อมโยงอุปกรณ์ต่างๆ รวมไปถึงคุณสมบัติอย่าง SmartThings Home Monitorและ SmartThings Pet Care อันเป็นคุณสมบัติที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบและแบ่งปันการแจ้งเตือนต่างๆ เกี่ยวกับสิ่งผิดปกติทั้งต่อผู้อาศัยในบ้านและสัตว์เลี้ยง คุณสมบัติต่างๆ ที่สามารถสั่งการได้จากสมาร์ททีวีของซัมซุง ซัมซุงและ SmartThings จะช่วยมอบประสบการณ์บ้านที่อัจฉริยะมากขึ้นให้กับผู้บริโภค

หัวใจสำคัญของวิสัยทัศน์เกี่ยวกับบ้านที่อัจฉริยะมากขึ้นนั้น ก็คือความยืดหยุ่นในการใช้งานผ่านอุปกรณ์ต่างๆ ที่มากขึ้น ซึ่งส่งผลให้ผู้บริโภคสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ ได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ซัมซุงหรืออุปกรณ์ที่ผลิตโดยพันธมิตรในอุตสาหกรรม ในขณะนี้ ผู้ผลิตต่างๆ ต่างมุ่งมั่นจะใช้มาตรฐานแมตเทอร์เป็นมาตรฐานกลางเพื่อความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ Smart Home ซึ่ง ซัมซุงได้ยึดมั่นแนวทางดังกล่าว โดย SmartThings ถือเป็นแพลตฟอร์มแรกๆ ที่รองรับมาตรฐานแมตเทอร์ และซัมซุงยังเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้ง กลุ่มพันธมิตรมาตรฐานการเชื่อมโยงอุปกรณ์ในบ้าน (HCA)

นอกจากนี้ ซัมซุงยังภูมิใจเสนอ SmartThings Station นวัตกรรม Smart Home ล่าสุดและเป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกของบริษัทที่รองรับมาตรฐานแมตเทอร์มาตั้งแต่ต้น SmartThings Station เป็นอุปกรณ์ใหม่ที่ช่วยให้ผู้ใช้เริ่มต้นการใช้งาน SmartThings ที่บ้าน และช่วยให้มีการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่เชื่อมโยงกันได้ โดย SmartThings Station จะช่วยเปลี่ยนที่ประจุไฟแบบไร้สายของซัมซุงให้เป็น Smart Home Hub เรียกใช้คุณสมบัติต่างๆ เพื่อความสะดวกในบ้านได้เพียงแค่กดปุ่ม4

ความร่วมมือใหม่ๆ ยังเป็นหัวใจที่สำคัญของการสร้างประสบการณ์ Smart Home ที่ดียิ่งขึ้น ซัมซุงได้ขยายความร่วมมือกับ Philips Hue โดย นายแจสเปอร์ เวอร์วูต รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป Philips Hue กล่าวถึงวิธีการใหม่จะเชื่อมเนื้อหาต่างๆ จากสมาร์ททีวีของซัมซุงให้เข้ากับระบบไฟของ Philips Hue โดยใช้แอปที่ชื่อ Philips Hue Sync TV โดยสามารถดาวน์โหลดแอปนี้ได้จากสโตร์ในทีวีของซัมซุง และนี่เป็นโซลูชั่นแรกสำหรับการเชื่อมแสงไฟและเนื้อหาในทีวีของซัมซุงโดยไม่จำเป็นต้องใช้ฮาร์ดแวร์อื่น

เมื่อมีอุปกรณ์ต่างๆ เชื่อมโยงกันมากขึ้นยิ่งกว่าที่เคย ซัมซุงจึงนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว อันจะเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างอีโคซิสเต็มของอุปกรณ์ต่างๆ ที่เชื่อมโยงกัน ซัมซุงใช้โอกาสนี้ยกระดับประสบการณ์ด้านความปลอดภัยไปอีกขั้นด้วยโซลูชั่น Samsung Knox Matrix ที่พร้อมจะให้บริการในอนาคตอันใกล้ โซลูชั่นนี้จะช่วยเชื่อมต่อความปลอดภัยระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ อย่างสะดวกรวดเร็วและปลอดภัย ปกป้องข้อมูลที่สำคัญด้วยระบบตรวจสอบร่วมกันหลายชั้น ที่จะทำงานอยู่บนรากฐานของเทคโนโลยีบล็อกเชนส่วนตัว

 

ผู้บริโภคยังสามารถสัมผัสประสบการณ์การเชื่อมโยงนี้แม้ขณะเดินทาง โดย นายมาร์คุส ฟัตเทอร์ลีบ จาก Harman ได้ใช้โอกาสนี้นำเสนอแผนความร่วมมือระหว่างระหว่างซัมซุงกับ Harman เพื่อมอบประสบการณ์การใช้ระบบต่างๆ ในห้องโดยสารรถยนต์ที่อัจฉริยะและสะดวกแบบเฉพาะบุคคล แกนหลักของแนวคิดนี้คือเทคโนโลยี Harman Ready Care ซึ่งใช้อัลกอรึธึมของการเรียนรู้เพื่อรวบรวมและประมวลผลข้อมูลจากเซนเซอร์ต่างๆ ของรถเพื่อวัดระดับความง่วงและการสูญเสียสมาธิ ก่อนจะดำเนินการต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างสุขภาวะที่ดีขณะขับรถ

วิสัยทัศน์เพื่ออนาคต

ซัมซุงยังนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยียุคใหม่ที่อาศัยการทำงานของปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่นใหม่ล่าสุด อุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์แบบรอบทิศ (Spatial AI) เช่น หุ่นยนต์ดูดฝุ่นJet Bot AI+ นั้นถือเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการพัฒนาประสบการณ์อัจฉริยะในบ้านที่ละเอียดถึงระดับมิติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่

ซัมซุงยังเปิดตัวโหมดใหม่ของทีวีที่เรียกว่า “รีลูมิโน่โหมด (Relumino Mode) ซึ่งซัมซุงจะนำมาใช้ในทีวีกลุ่ม NEO QLED 8K และ 4K บางรุ่นที่จะออกจำหน่ายในปี 2023 นี้ เพื่อประสบการณ์ในการรับชมเนื้อหาต่างๆ ให้กับผู้ที่มีความบกพร่องด้านการมองเห็น

รีลูมิโน่โหมดจะช่วยเน้นเค้าโครง ยกระดับความต่างของแสงและสีสัน ให้เนื้อหาที่รับชมดูคมชัดและรับชมได้โดยง่ายขึ้น5 นอกจากนี้ ซัมซุงยังนำเสนอแว่นรีลูมิโน่ ซึ่งเคยเปิดตัวในงาน CES 2018 ในฐานะโครงการริเริ่มของ C-Lab รวมไปถึงแอปพลิเคชันของแว่นสำหรับอุปกรณ์มือถือที่เมื่อทำงานร่วมกันแล้วจะช่วยเพิ่มประสบการณ์การรับชมบนหน้าจอทุกแบบให้สนุกและเป็นแบบเฉพาะตัวมากขึ้น

 

นอกจากนี้ ในงาน CES 2023 ซัมซุงยังได้จัด Samsung VD First Look เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ Odyssey, ViewFinity และ Smart Monitor เพื่อจุดประกายเทคโนโลยีจอภาพแห่งอนาคต รวมไปถึงก้าวสู่ยุคใหม่ของหน้าจอที่มีประสิทธิภาพอันทรงพลัง และการเชื่อมต่อที่ปลอดภัย ด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ของ Neo QLED, MICRO LED และ Samsung OLED อีกทั้งยังมีงาน Samsung DA Bespoke Home Private Showcase เปิดตัว Bespoke Infinite Line ตู้เย็นรุ่นใหม่ล่าสุดที่ผสมผสานดีไซน์เหนือกาลเวลาเข้ากับประสิทธิภาพขั้นสูงสุด อีกทั้งยังเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ Bespoke ใหม่เพิ่มประสบการณ์ในห้องครัวที่เชื่อมต่อและปรับแต่งได้ตามสไตล์เฉพาะบุคคล รวมถึง SmartThings แอปพลิเคชั่นอัจฉริยะอีกด้วย

 

ด้วยแดชบอร์ดความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวล่าสุดบนสมาร์ทโฟน Galaxy  

Page 1 of 3
X

Right Click

No right click