August 15, 2020
×

Warning

JUser: :_load: Unable to load user with ID: 805

Produce Professional for Future Industrial

July 19, 2017 1474

เริ่มจากการจัดตั้งเป็นคณะการบริหารจัดการ ในสังกัดสถาบันอุดมศึกษาที่มุ่งเน้นการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นหลัก อย่างสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

จนมาในวันนี้ได้รับการยกระดับให้เป็น วิทยาลัยการบริหารและการจัดการ สถาบันแห่งนี้จึงได้กำหนดวิสัยทัศน์ชัดเจนในการเป็นหน่วยงานวิชาการที่มีหน้าที่ผลิตบัณฑิตผู้ทรงความรู้ความสามารถด้านการบริหารจัดการ ป้อนเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม ทำให้หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตหรือ MBA ไปจนถึงหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจ หรือหลักสูตรปริญญาเอก มีการเรียนการสอนและกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างจากหลักสูตรบริหารธุรกิจทั่วไป อย่างชัดเจน

ติดอาวุธให้คนทำงานด้วย Practical MBA

ดร.สามารถ ดีพิจารณ์ ผู้อำนวยการหลักสูตรและที่ปรึกษาคณบดี วิทยาลัยการบริหารและการจัดการ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) บอกถึงความแตกต่างของการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตร MBA ของที่นี่ว่า

“เนื่องจากที่ สจล. เป็นมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และได้ชื่อว่าเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่ใหญ่และครอบคลุมทุกสาขาวิชาด้านวิศวะมากที่สุดในประเทศ ทำให้ในแต่ละปีเราผลิตบัณฑิตด้านวิศวกรรมศาสตร์รวมถึงบัณฑิตวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่ภาคอุตสาห-กรรมจำนวนมาก และเมื่อบุคลากรเหล่านี้ออกไปหาประสบการณ์ทำงานได้ระยะหนึ่ง ก็จะมีความต้องการที่จะศึกษาต่อด้านการบริหารจัดการ เพื่อสร้างความก้าวหน้าให้ตนเองในสายงาน จึงมองหาหลักสูตร MBA เพื่อศึกษาต่อ ทางวิทยาลัยการบริหารและจัดการ สจล. จึงมองเห็นถึงความต้องการตรงนี้ และออกแบบหลักสูตร MBA ที่มีความเหมาะสมและตอบโจทย์ความต้องการของคนทำงานในสายนี้”

โดยที่ผ่านมา สำหรับหลักสูตร MBA จะเปิดรับปีละประมาณ 3-4 ห้อง ห้องละไม่เกิน 40 คน ซึ่งในแต่ละปีก็จะมีผู้มาสมัครเรียนเกินจำนวนที่เปิดรับสมัครหลายเท่า ที่เป็นเช่นนี้ ดร.สามารถวิเคราะห์ว่า นอกจากหลักสูตร MBA ที่ สจล. จะตอบโจทย์คนทำงานในภาคอุตสาหกรรมแล้ว ที่ตั้งของสถาบันยังอยู่ไม่ไกลจากนิคมหรือแหล่งที่ตั้งของภาคอุตสาหกรรมหลายแห่ง ทั้งในพื้นที่ลาดกระบังเองและพื้นที่ในภาคตะวันออกของไทย ซึ่งในเดือนสิงหาคม ปี 2559 นี้ ทางหลักสูตร MBA จะได้เปิดตัว 3 สาขาวิชาใหม่ ได้แก่ สาขาวิชา Digital Economy สาขาวิชา Industrial Business สาขาวิชา Aviation ที่จะทำการเรียนการสอนเป็นหลักสูตรนานาชาติ จะมีนักเรียนต่างชาติและอาจารย์ชาวต่างชาติมาร่วมทำการเรียนการสอนอย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์ 

เพื่อเตรียมความพร้อมกับการเติบโตของหลักสูตร MBA ที่นี่ ดร.สามารถ กล่าวว่า ตอนนี้ทางสถาบันจึงกำลังวางแผนที่จะขยายสถานที่และเปิดรับนักศึกษาเพิ่ม รวมถึงวางกลยุทธ์ในการพัฒนาศักยภาพของคณาจารย์ด้วยการส่งคณาจารย์ไปศึกษาเพิ่มเติม แลกเปลี่ยนอาจารย์ และร่วมกันพัฒนาหลักสูตร Dual Degree ร่วมกับมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศ ที่ทางสถาบันได้ไปสร้างเครือข่ายความร่วมมือ หรือทำ MOU ร่วมกันไว้ เช่น MIT - Massachusetts Institute of Technology และ Harvard University หรือ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด 

“เป้าหมายของการพัฒนาหลักสูตร MBA ที่กล่าวมานี้ก็เพื่อยกระดับมาตรฐานให้หลักสูตรของเราได้รับการรับรองจากหน่วยงานรับรองคุณภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่าง AACSB หรือ EQUIS และก้าวไปอยู่ในระดับแนวหน้าใน Ranking ของ business School ในเอเชียให้ได้ในไม่ช้านี้”

Go for “Research Based” PhD.

ไม่ใช่แค่เพียงภารกิจในการผลิตบัณฑิต MBA ป้อนสู่ภาคอุตสาหกรรมเท่านั้น หากแต่ในส่วนของการเรียนการสอนในหลักสูตรปริญญาเอก นอกจากจะเปิดสอนในหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจอุตสาหกรรม ภาคปกติแล้ว ยังมีการเปิดรับผู้เรียนในส่วนของหลักสูตร Executive Ph.D Program ที่มีความแตกต่างที่น่าสนใจด้วย

“เรากำหนดให้ผู้เรียนในหลักสูตร Executive Ph.D Program ไม่ต้องลงเรียน Course Work แต่ให้เรียนรู้จากการทำงานวิจัยเป็นการเรียนการสอนในรูปแบบของ Research Based ซึ่งเป็นที่นิยมกันในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศ คือ ในช่วงแรก ปีการศึกษาหนึ่งเราตั้งเป้าว่าจะรับนักศึกษาปริญญาเอกมาสาขาวิชาละ 3-4 คนเท่านั้น โดยนักศึกษาที่จะรับเข้ามาศึกษาต่อนั้นจะต้องมีความสนใจ และมีประสบการณ์ ความรู้ ในหัวข้องานวิจัยที่ทางวิทยาลัยฯ กำหนดให้พอสมควร เช่น ในสาขาวิชา Aviation หรือการบริหารธุรกิจการบิน เราเสนอโจทย์วิจัยว่า ให้พวกเขาตั้งสายการบินขึ้นมา 1 สายการบิน และต้องบริหารจัดการจนประสบความสำเร็จ เป็นต้น และสาขาวิชาที่จะเปิดสอนอีก 2 สาขาวิชาได้แก่ การบริหารจัดการการค้าปลีก โดยโจทย์การวิจัยจะเป็นการปลุกชีพให้กับ Traditional Convenience Store ขึ้นมาอีกครั้ง และ สาขาวิชาการบริหารจัดการธุรกิจ Sport & Entertainment”

ดร.สามารถ มั่นใจว่าการวางหลักสูตรแบบนี้ นอกจากผู้เรียนจะได้เรียนรู้การนำหลักการบริหารจัดการไปปรับใช้ได้จริงแล้ว ในทุกหัวข้องานวิจัยที่กำหนดยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในแง่ต่างๆ ด้วย ดังนั้น เมื่องานวิจัยเหล่านี้ทำเสร็จแล้ว ภาครัฐ ภาคธุรกิจจะสามารถนำไปปรับใช้ได้เลย ซึ่งแนวทางนี้เราคิดว่าเหมาะสมอย่างยิ่งกับการพัฒนาบุคลากรและประเทศของเรา 

เรื่อง : กองบรรณาธิการ 

Last modified on Wednesday, 04 December 2019 05:59
X

Right Click

No right click