December 12, 2019

ฟอร์ติเน็ตเปิดตัว FortiOS 6.2 ขยายซีเคียวริตี้แฟบริคเพื่อยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์สู่ยุคที่ 3

November 11, 2019 102

ฟอร์ติเน็ต (Fortinet® NASDAQ: FTNT) ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์แบบบูรณาการและอัตโนมัติประกาศเปิดตัวระบบปฏิบัติการรุ่นล่าสุด FortiOS 6.2

ในงาน Accelerate 19 ซึ่งเป็นงานประชุมลูกค้าและคู่ค้าระดับโลกจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ที่ฟลอริด้า ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งระบบปฏิบัติการ FortiOS 6.2 ช่วยพัฒนาวิวัฒนาการของซีเคียวริตี้แฟบริคทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่กว่า 300 รายการจากผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นของฟอร์ติเน็ต สานต่อวิสัยทัศน์ของฟอร์ติเน็ตในยุคของ Security-driven network ที่ใช้ระบบความปลอดภัยเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนเครือข่าย ตอบสนองความต้องการของเครือข่ายส่วนเอจ (Edge) ยุคใหม่และสภาพแวดล้อมแบบคลาวด์ในการเปลี่ยนสู่องค์กรดิจิทัล

นายเคน ซี ผู้ก่อตั้ง ประธานคณะกรรมการและซีอีโอแห่งฟอร์ติเน็ตได้กล่าวว่า “การปฏิรูประบบดิจิทัลอย่างต่อเนื่องทำให้เครือข่ายส่วนเอจ - ไม่ใช่แค่คลาวด์ - มีความสำคัญมากขึ้นสำหรับการดำเนินธุรกิจ ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการรักษาความปลอดภัยให้กับพื้นผิวที่ล่อแหลมต่อการถูกโจมตีทางดิจิทัลที่ขยายพื้นที่มากขึ้นอันเป็นผลเนื่องมาจากการขยายตัวของการใช้อุปกรณ์ในส่วนเอจอย่างรวดเร็ว  และเนื่องจากความสำเร็จของธุรกิจนั้นในปัจจุบันวัดกันด้วยความเร็วเป็นหน่วยไมโครวินาที องค์กรจึงไม่สามารถแลกประสิทธิภาพการทำงานที่รวดเร็วของเครือข่ายกับการป้องกันที่มองว่าอาจทำให้เกิดความล่าช้า  ซึ่งอันที่จริงแล้ว ความปลอดภัยต้องเป็นส่วนหนึ่งในธุรกิจที่มีความเร็วสูงนั้นในทุกหนทุกแห่ง แม้กระทั่งส่วนเอจของเครือข่าย  ในการบรรลุเป้าหมายนี้ องค์กรต้องประยุกต์ใช้วิธีการรักษาความปลอดภัยที่อยู่บนเครือข่ายผืนผ้าซีเคียวริตี้แฟบริค (Security Fabric) ให้ครอบคลุมเครือข่ายทั้งหมด ทั้งอุปกรณ์และแพลตฟอร์มความปลอดภัยที่แยกกันทำงาน จึงให้การป้องกันที่กว้างขวาง บูรณาการเป็นหนึงเดียว และทำงานได้อย่างอัตโนมัติแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้นก็ตาม”

ฟอร์ติเน็ตช่วยแก้ไขความท้าทายสำคัญที่ลูกค้าเผชิญอยู่

มองเห็นพื้นผิวที่เสี่ยงต่อการถูกโจมตีแบบดิจิทัลได้อย่างครอบคลุม: ฟอร์ติเน็ตขยายศักยภาพการมองเห็นให้กว้างไกลขึ้น ทำให้การปรับใช้และการจัดการง่ายขึ้นทั่วทั้งแพลทฟอร์มด้านความปลอดภัย ด้วยการผนวกรวมการทำงานที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นระหว่างโซลูชั่นของฟอร์ติเน็ตและของพันธมิตรกว่า 70 ราย โดยโซลูชั่นเน็กซ์เจเนอเรชั่นไฟร์วอลล์ฟอร์ติเกต (FortiGate NGFW) และโซลูชั่นซีเคียวเอสดี-แวน (FortiGate Secure SD-WAN) ที่อยู่ในตัวของฟอร์ติเกตและพอร์ตโฟลิโอขนาดใหญ่ของแพลทฟอร์มคลาวด์ได้ถูกเพิ่มฟังก์ชั่นใหม่ๆ มากขึ้น อาทิ ความสามารถในการทำ Intense based segmentation เพื่อเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยในระบบเครือข่าย  ลูกค้าสามารถเพิ่มความศักยภาพในการมองเห็นภัยคุกคามแบบใหม่ใน FortiOS 6.2 ด้วยการใช้บริการการป้องกันแบบ 360 Protection Service ของฟอร์ติเน็ตซึ่งได้รวมบริการระดับมืออาชีพอื่นๆ อยู่ด้วยแล้ว

ป้องกันและตรวจจับภัยคุกคามขั้นสูงแบบบูรณาการ: ฟอร์ติเน็ตยังคงเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ ด้วยวิธีการยึดมั่นตามมาตรฐานอุตสาหกรรมล่าสุดเสมอ จัดบริการแบบเบ็ดเสร็จตามมาตรฐาน TLS 1.3 เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับทราฟฟิคทางอินเทอร์เน็ต รวมถึงใช้เทคโนโลยีในการใช้อุบายเหยื่อล่อภัยใหม่ๆ (Deception-based technologies) เพื่อรับมือกับภัยที่คุกคามเข้ามาในซีเคียวริตี้แฟบริคได้อย่างราบรื่นต่อเนื่องตั้งแต่เครือข่ายส่วนกลางไปจนถึงขอบและคลาวด์  ซึ่งฟอร์ติเน็ตมีเทคโนโลยี FortiDeceptor ที่สามารถให้การป้องกันที่ดีที่สุด ให้ความปลอดภัยในการเชื่อมโยงประเภทสาย สามารถตอบสนองกับมัลแวร์และผู้ใช้ที่ไม่ได้รับอนุญาตที่ต้องการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในเครือข่ายได้อย่างอัตโนมัติ

ตอบสนองต่อภัยคุกคามอย่างอัตโนมัติ: ความสามารถในการผสานรวมและความสามารถด้านการทำงานอัตโนมัติขั้นสูงของซีเคียวริตี้แฟบริคช่วยให้ลูกค้าลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้วยศักยภาพการมองเห็นและการจัดการทุกโซลูชั่นที่อยู่ในซีเคียวริตี้แฟบริคบนหน้าจอเดียวกัน  นอกจากนี้ ฟอร์ติเน็ตใช้ฟังก์ชั่นการเรียนรู้ระบบแบบอัตโนมัติและแมชชีนเลิ่ร์นนิ่ง (Automation and machine learning) ในการลดความซับซ้อนขยายขอบเขตการควบคุมและฟังก์ชั่นอัตโนมัติที่สำคัญอันที่จะช่วยให้สามารถตอบสนองภัยคุกคามได้อย่างความเร็ว  และยิ่งไปกว่านั้น ฟอร์ติเน็ตใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษย์ (AI) จากศูนย์วิจัยด้านภัยคุกคาม (FortiGuard Labs) ที่จะช่วยวิเคราะห์ เพิ่มความเร็ว และความแม่นยำในการตรวจจับภัยคุกคามและการตอบสนองอัตโนมัติได้เป็นอย่างดี

ซีเคียวริตี้แฟบริคของฟอร์ติเน็ต (Fortinet Security Fabric) นำเสนอโซลูชั่นการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ที่ครอบคลุมมากที่สุดในอุตสาหกรรม ซึ่งมีอยู่ในหลายรูปแบบ และทำงานได้อย่างหลากหลายในแพลตฟอร์มที่กว้างที่สุด ทั้งนี้ การเพิ่มประสิทธิภาพของระบบปฏิบัติการ FortiOS 6.2 ในครั้งนี้ จึงเป็นการขยายขีดความสามารถของผู้นำในอุตสาหกรรมด้านความปลอดภัยของฟอร์ติเน็ตซึ่งตั้งอยู่บนความมุ่งมั่นสร้างเกราะป้องกันจากภัยคุกคามขั้นสูงแบบ End-to-end ในขณะที่ช่วยลดความซับซ้อนอย่างเห็นได้ชัด ในการออกแบบ ติดตั้ง จัดการและปรับปรุงสถาปัตยกรรมระบบความปลอดภัยโดยหลักๆ มีรายละเอียดดังนี้

ระบบปฏิบัติการ FortiOS 6.2 ใหม่ ที่ขยายผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นในเครือข่ายผืนผ้าซีเคียวริตี้แฟบริคของฟอร์ติเน็ต ได้แก่:

  • FortiADC (Application Delivery Controller) - ควบคุมการส่งแอปพลิเคชัน
  • FortiToken – ตรวจสอบผู้ใช้และอุปกรณ์
  • FortiCASB – เชื่อมโยงด้านความปลอดภัยในการเข้าถึงระบบคลาวด์สาธารณะ
  • FortiDDoS (Distributed Denial of Service) - ป้องกันภัยคุกคามที่ก่อให้เกิดการปฏิเสธการให้บริการแบบกระจาย
  • FortiNAC (Network Access Controller) - ควบคุมการเข้าถึงเครือข่าย
  • VDOM (Virtual Domains) – โดเมนเสมือนที่สามารถทำการแยกส่วนการบริหารจัดการกับทราฟฟิค ด้วย Split-task VDOM Mode

ซีเคียวเอสดี-แวน (Secure SD-WAN)

ในปัจจุบันนี้ ความสามารถ SD-WAN ขั้นสูงของซีเคียวริตี้แฟบริคได้รวมฟังก์ชั่นและบริการ WAN ที่ยอดเยี่ยมที่สุดไว้เรียบร้อยแล้ว ความสามารถใหม่เหล่านี้จะช่วยให้ลูกค้าสามารถมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานแอพพลิเคชั่นที่สำคัญทางธุรกิจโดยใช้การเชื่อมต่อที่คุ้มค่ากับสาขาขององค์กร ประโยชน์จากการใช้ซีเคียวเอสดี-แวน รวมถึง:

  • การแก้ไขลิงก์ของ WAN โดยใช้การแก้ไขข้อผิดพลาดแบบ Forward Error Correction เพื่อจัดการการเชื่อมต่อ WAN ที่มีความผันผวนสำหรับแอปพลิเคชันที่ใช้การสื่อสารแบบรวมศูนย์เบ็ดเสร็จ
  • การวัดแบนด์วิดท์ WAN แบบออนดีมานด์ได้ตามต้องการ
  • ตัวควบคุมโอเวอร์เลย์ เพื่อจัดการปัญหาการเชื่อมต่อที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อนได้ดียิ่งขึ้น
  • สามารถรวมแบนด์วิดท์แบบโอเวอร์เลย์ที่แชร์ร่วมกันอยู่ระหว่างการเชื่อมต่อแบบมัลติเพิ้ล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานและขจัดปัญหาความล่าช้า
  • การรับรู้แอปพลิเคชันความเร็วสูงเพื่อเร่งการส่งแพ็กเก็ต เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ใช้งานปลายทางจะได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดและแอปพลิเคชันที่มีประสิทธิภาพสูงอยู่ตลอดเวลา

การรักษาความปลอดภัยสำหรับมัลติคลาวด์

  • ในขณะนี้ อุปกรณ์เน็กซ์เจเนอเรชั่นไฟร์วอลล์ฟอร์ติเกต (FortiGate NGFW) ของฟอร์ติเน็ตใช้ผสานรวมกับซอฟต์แวร์ Kubernetes ผ่าน FortiOS 6.2 Fabric Connectors เพื่อเพิ่มความสามารถให้กับคอนเทนเนอร์ด้านความปลอดภัยแบบใหม่ๆ ทั้งนี้ ความสามารถเหล่านี้จะช่วยให้ลูกค้าปกป้องทราฟฟิคที่รับส่งระหว่าง Data center กับ Location อื่นๆ เช่น Server ที่อยู่บนอินเทอร์เน็ตหรือ Data center อื่นๆ (North-South traffic) โดยกำหนดนโยบายด้านความปลอดภัยตามฉลากและข้อมูลประเภท Beta-data ของคอนเทนเนอร์และทรัพยากรบนคลาวด์ได้
  • ฟอร์ติเมล (FortiMail) จะรวมเข้ากับ O365 Exchange Online ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้ข่าวกรองภัยคุกคามล่าสุดจากศูนย์วิจัย FortiGuard เพื่อป้องกันอีเมลที่รับส่งผ่าน O365 Exchange ได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ การรวมการทำงานนี้ไม่จำเป็นต้องมีการกำหนดตั้งค่าใหม่สำหรับเครือข่ายหรือโฟลว์การรับส่งจดหมาย แต่จะเชื่อมต่อโดยตรงกับ O365 API ได้ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้องค์กรมีการป้องกันภัยคุกคามขั้นสูงเพื่อให้มั่นใจว่าอีเมลของพวกเขาจะปลอดภัยดี
  • ฟอร์ติเกต –วีเอ็ม (FortiGate – VM) อุปกรณ์นี้ใช้ตัวประมวลผลที่ออกแบบมาให้ทำงานบนสถาปัตยกรรมด้านความปลอดภัยโดยเฉพาะ เพื่อรองรับแอปพลิเคชันประสิทธิภาพสูงในระบบคลาวด์ ทั้งนี้ อุปกรณ์ฟอร์ติเกต –วีเอ็มเสมือนใช้ตัวประมวลผล SPU เสมือนใหม่ เรียกว่า vSPU จะยิ่งสามารถเร่งความเร็วในการทำงานในระบบคลาวด์ส่วนตัวและระบบคลาวด์สาธารณะ จึงช่วยให้ลูกค้าสามารถย้ายแอพพลิเคชั่นประสิทธิภาพสูงไปยังคลาวด์ได้อย่างมั่นใจ ทั้งนี้ จากการใช้ตัวประมวลผล vSPU เสมือนใหม่นี้ ส่งผลให้ฟอร์ติเกต –วีเอ็มยังคงเป็นรายแรกในตลาดที่มีสถาปัตยกรรมที่รองรับเทคโนโลยีเสมือนที่มีประสิทธิภาพสูงได้ เช่น AWS, อินสแตนซ์ประเภท C5n Instance, Intel QAT, Oracle Native Acceleration และอื่นๆ

เปิดระบบนิเวศแบบเปิด

FortiOS 6.2 จะช่วยเพิ่มศักยภาพการมองเห็นและการจัดการบนจอเดียว ซึ่งสามารถเห็นและจัดการชุดผลิตภัณฑ์รักษาความปลอดภัยของฟอร์ติเน็ตที่ป้อนสู่ตลาดเพิ่มออกมาตลอดเวลา รวมถึงโซลูชั่นของผู้ให้บริการรายอื่นๆ จากกลุ่มพันธมิตร Fortinet Fabric-Ready Partner และอุปกรณ์ตัวเชื่อมต่อ ทั้งนี้ การรวมความศักยภาพด้านการป้องกันความปลอดภัยใหม่ๆ และฟังก์ชั่นการทำงานอัตโนมัติผ่านระบบนิเวศเปิดของซีเคียวริตี้แฟบริคนี้ช่วยให้มี:

  • การประเมินและตอบสนองภัยคุกคามเป็นไปเป็นแบบอัตโนมัติ
  • การรับรองในการปฏิบัติตามกฎระเบียบผ่านการวิเคราะห์การจัดอันดับความเสี่ยงขั้นสูงนั้นเป็นไปตามมาตรฐานต่างๆ ของอุตสาหกรรม

ระบบที่ทำงานแบบอัตโนมัติและการประสานกันทำงาน

FortiOS 6.2 ช่วยขยายระบบให้สามารถทำงานและการประสานกันทำงานรวมถึงการโต้ตอบภัยได้เป็นแบบอัตโนมัติทั่วทั้งซีเคียวริตี้แฟบริค โดยการใช้อุปกรณ์ฟอร์ติแมเนเจอร์ (FortiManager) และฟอร์ติอนาไลเซอร์ (FortiAnalyzer) ซึ่งสามารถมอบประโยชน์แก่ลูกค้าดังนี้:

  • การประสานกันทำงานบนจอเดียวกัน: ซึ่งลูกค้าสามารถทำการจัดเตรียมและการจัดการการกำหนดค่าได้ทั่วทั้งผืนผ้าซีเคียวริตี้แฟบริค โดยการพัฒนาฟีเจอร์การทำงานที่สำคัญ ได้แก่ การจัดตั้งค่าเบื้องต้นจากศูนย์กลางได้โดยอัตโนมัติ (Zero-Touch Provisioning) สำหรับอุปกรณ์ฟอร์ติเกต (FortiGates), ฟอร์ติสวิชต์ (FortiSwitch), ฟอร์ติเอพี (FortiAPs), ซีเคียวเอสดี-แวน (Secure SD-WAN) และอุปกรณ์ตัวเชื่อมต่อ (Fabric Connectors) ที่ใช้ในการเชื่อมต่อระบบคลาวด์และการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น เพิ่มความเร็ว ลดความผิดพลาดและภาระของเจ้าหน้าทีด้านไอที
  • การทำงานอัตโนมัติ: จัดการกระบวนการทำงานแบบ Manual และที่ใช้เวลานานให้เป็นแบบอัตโนมัติตั้งแต่ต้นจนจบเพื่อลดความซับซ้อนน้อยลง ซึ่งรวมถึงการสแกนประวัติ IOC ที่ใช้ในการค้นหาการคุกคามและไทม์ไลน์ของเหตุการณ์ / แดชบอร์ด SOC สำหรับการวิเคราะห์เหตุการณ์และการคัดแยกภัยคุกคาม
  • การตอบสนอง: จัดการรวมข้อมูลสินทรัพย์และข้อมูลประจำตัวเข้าด้วยกันเพื่อการตรวจจับภัยคุกคามและหาความเกี่ยวข้องกัน รวมถึงการแก้ไขที่รวดเร็ว และจัดการรวมข้อมูลเข้ากับ Scripts, Webhooks, ServiceNow และอื่นๆ อีกมากมายเพื่อให้แก้ไขเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน

ความปลอดภัยที่ใช้เทคโนโลยี AI

  • ศูนย์ FortiGuard Labs ได้พัฒนาระบบตรวจจับและวิเคราะห์ภัยคุกคามเป็นเครือข่าย “FortiGuard AI” ซึ่งเครือข่ายอัจฉริยะนี้จะประกอบด้วยโหนดเชื่อมต่อมากกว่า 9 พันล้านแห่ง ซึ่งไม่เพียงแต่จะตรวจจับและจัดประเภทภัยคุกคามด้วยความเร็วที่ไม่เคยมีมาก่อนแล้ว แต่ยังจะสร้างฟีดข่าวกรองภัยคุกคามที่มีความแม่นยำสูง ซึ่งโซลูชั่นประเภทต่างๆ ของฟอร์ติเน็ตจะนำไปใช้ประโยชน์อย่างแข็งขัน
  • ระบบตรวจจับภัยคุกคามบน AI ของ FortiGuard Labs จะสนับสนุนเทคโนโลยีการตรวจจับการละเมิดขั้นสูงแบบใหม่และได้รวมฟีเจอร์การทำงานนี้ลงไปในอุปกรณ์ FortiGate NGFW, FortiWeb, FortiMail, FortiClient, FortiSandbox และ FortiSIEM เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้เพื่อเร่งการตรวจจับภัยคุกคามและการตอบสนองให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
  • การประสานการทำงานแบบอัตโนมัตินี้ จะใช้ประโยชน์จากข้อมูลอัจฉริยะจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย ซึ่งรวมถึงข่าวกรองภัยคุกคามที่ปรับปรุงคุณภาพข่าวด้วยเทคโนโลยี AI ของ FortiGuard Labs ฟีดข่าวภัยคุกคามของผู้ให้บริการรายอื่นๆจากกลุ่มพันธมิตรและหน่วยข่าวกรองภัยคุกคามท้องถิ่นที่ส่งผ่านซีเคียวริตี้แฟบริค นอกจากนี้ ระบบยังใช้อุปกรณ์ FortiSIEM เพื่อบังคับให้มีการดำเนินการตอบสนองต่อการตรวจจับภัยที่วิเคราะห์ตามพฤติกรรม (User Entity Behavior Analytics: UEBA) ด้วย AI ลูกค้าจึงสามารถมั่นใจในคุณภาพในการตรวจจับภัยของฟอร์ติเน็ต

“เราเลือกที่จะปกป้องเครือข่ายของเราด้วยซีเคียวริตี้แฟบริคของฟอร์ติเน็ต ซึ่งรวมถึงการติดตั้งอุปกรณ์ FortiGate NGFW, FortiMail, FortiSIEM, FortiWeb, FortiClient, FortiSandbox, FortiManager และ FortiAnalyzer ซึ่งส่งผลให้สถาบันเทคโนโลยีการบินและอวกาศแห่งชาติ (The Institute of Aerospace Technology: INTA) สามารถมองเห็นลึกลงไปในแต่ละส่วนของเครือข่ายและอุปกรณ์ได้ โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่า จะเป็นในสถานที่ใดหรือในระบบคลาวด์ เราได้เห็นแล้วว่า การปฏิบัติงานของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้นและจัดการได้ง่ายขึ้นเนื่องจากสถาปัตยกรรมความปลอดภัยของเราได้รับการปรับใช้จากจอคอนโซลเดียวกันได้ เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็นว่า ซีเคียวริตี้แฟบริค มีการขยาย อันรวม FortiOS 6.2 เพื่อให้การป้องกันภัยคุกคามขั้นสูงแบบ End-to-end บนพื้นผิวการโจมตีได้ทั้งหมด"  นายเฮอซุส การ์ริโด แอนโตนิโอ ซีไอโอและผู้อำนวยการ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่สถาบันเทคโนโลยีการบินและอวกาศแห่งชาติกล่าว

“สภาพแวดล้อมความปลอดภัยของวันนี้ต้องการการมองเห็นที่กว้างขวางไปบนพื้นผิวที่เสี่ยงต่อการถูกโจมตีแบบดิจิทัลทั้งหมด เมื่อรวมกับบริการประเภท Managed Services การสนับสนุนและความเชี่ยวชาญที่ครบถ้วนของไดแมนชั่น ดาต้า จึงทำให้ฟอร์ติเน็ตและไดแมนชั่น ดาต้าสามารถเสนอโซลูชั่นความปลอดภัยคุณภาพสูงในราคาประหยัด สามารถจัดมอบการป้องกันและการจัดการภัยคุกคามแบบมัลติเลเยอร์ มีความยืดหยุ่นในการปรับให้เข้ากับธุรกิจของลูกค้าได้” นายโจชัว ไนท์ รองประธานและผู้จัดการทั่วไป หน่วยงานความปลอดภัยไซเบอร์ ที่ไดแมนชั่น ดาต้ากล่าว

“องค์กรต่างๆ กำลังมองหาวิธีที่จะทำให้เครือข่ายทำงานซับซ้อนน้อยลงกว่าในทุกวันนี้ ซึ่ง วิธีการบริหารผ่านหน้าจอเดียวของฟอร์ติเน็ต ในการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงแบบ End-to-end ผ่านผืนผ้าเคียวริตี้แฟบริคนั้น สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี  ด้วยความก้าวหน้าที่ประกาศในวันนี้พร้อม FortiOS 6.2 จึงทำให้ฟอร์ติเน็ตสามารถรักษาความปลอดภัยให้กับลูกค้าได้อย่างแข็งแกร่งและง่ายขึ้น” – กล่าวโดยนายซิอุส เคราวาล่า นักวิเคราะห์หลักของสถาบัน ZK Research

X

Right Click

No right click