September 26, 2020
×

Warning

JUser: :_load: Unable to load user with ID: 810

ยูโอบีไทย ขับเคลื่อนโครงการ Smart Business Transformation สู่แพลตฟอร์มออนไลน์

August 15, 2020 728

มุ่งเพิ่มศักยภาพเอสเอ็มอีไทยก้าวสู่ธุรกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ ธนาคารตั้งเป้าหมายเปลี่ยนผ่าน เอสเอ็มอีไทย เป็นองค์กรดิจิทัลได้มากยิ่งขึ้นในสิ้นปี 2563

ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) (ธนาคารยูโอบี (ไทย)) และเดอะ ฟินแล็บ (The FinLab)[1] ขับเคลื่อนโครงการ Smart Business Transformation (SBTP) ปีที่ 2 สู่แพลตฟอร์มดิจิทัล เดอะ ฟินแล็บ ออนไลน์ (The Finlab Online) เพื่อสนับสนุนและพัฒนาขีดความสามารถผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในประเทศไทย ให้สามารถเรียนรู้และนำโซลูชันที่เหมาะสมไปใช้เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจให้เข้าสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ

สำหรับการขับเคลื่อนโครงการ SBTP ครั้งนี้ ธนาคารมีเป้าหมายช่วยเหลือและสนับสนุนเอสเอ็มอีไทยอย่างน้อย 150 ราย ให้สามารถนำดิจิทัล โซลูชันไปใช้ปรับเปลี่ยนธุรกิจและให้เห็นผลลัพธ์เชิงบวกที่สำคัญ เช่นเดียวกับเอสเอ็มอี 15 บริษัทที่เข้าร่วมโครงการในปีแรก (2562) ที่สามารถเพิ่มรายได้ ลดต้นทุน ตลอดจนปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจต่างๆ รวมถึงสร้างทัศนคติและความคิดดิจิทัลให้เกิดขึ้นในองค์กร 

เอสเอ็มอีที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ SBTP  จะสามารถประเมินความต้องการด้านเทคโนโลยีด้วยตนเองโดยใช้เครื่องมือวิเคราะห์ธุรกิจของเดอะ ฟินแล็บ อาทิ Digital Needs Assessment Test และ Digital Solutions Advisory Quiz โดยผลที่ได้จากการประเมินและการตอบคำถามจะช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สามารถระบุและจัดลำดับความสำคัญของความต้องการทางธุรกิจที่ต้องได้รับการปรับเปลี่ยนสู่ดิจิทัลจากนั้นเอสเอ็มอีจะได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับกลยุทธ์ในการปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่ดิจิทัล รวมถึงวิธีการแก้ไขปัญหาทางด้านธุรกิจที่เผชิญอยู่ และจะได้รับการจับคู่กับผู้ให้บริการโซลูชันและเทคโนโลยีทางด้านธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้  เอสเอ็มอี  ที่เข้าร่วมโครงการ ยังสามารถเข้าถึงความรู้จากผู้เชี่ยวชาญจากอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อเรียนรู้การตลาดดิจิทัล กลยุทธ์ด้านอีคอมเมิร์ซ การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทางธุรกิจ การบริหารจัดการด้านการเงิน รวมถึงเรียนรู้เกี่ยวกับเครื่องมือดิจิทัล จากผู้ให้บริการโซลูชันผ่านกิจกรรม การสัมมนาออนไลน์ (Webinars) และ การฝึกอบรม (Workshop) ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือน

นางสาวปิยพร รัตน์ประสาทพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือข่ายสาขาและบริการดิจิทัล ธนาคารยูโอบี (ไทย) กล่าวว่า “เอสเอ็มอีที่ได้เข้าร่วมโครงการ SBTP เมื่อปีที่แล้ว ได้รับประโยชน์จากการปรับเปลี่ยนองค์กรธุรกิจของตนไปสู่รูปแบบดิจิทัลอย่างเห็นได้ชัด อาทิ  แนปปี้ เบบี้ (Nappi Baby) ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กครบวงจร ผลิตจากมัสลินใยไผ่ ผ้าอ้อมสาลู ได้นำดิจิทัลโซลูชันด้านโลจิสติกส์และอีคอมเมิร์ซมาปรับใช้ในองค์กร ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มสูงขึ้นถึง 150% ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ อีกทั้งสามารถลดต้นทุนได้มากถึง 30% ในขณะที่ภาคธุรกิจโดยรวมกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตโควิด-19 และในการนำ The FinLab Online มาใช้ขับเคลื่อนโครงการในปีนี้  เราหวังว่าจะช่วยให้ เอสเอ็มอีไทยเข้าถึงโอกาสในยุคดิจิทัลและเอาชนะความท้าทายได้มากขึ้น”

จากผลการประเมินองค์กรธุรกิจเอสเอ็มอีในภูมิภาคอาเซียน[2] เมื่อเร็ว ๆ นี้พบว่าร้อยละ 60 ของเอสเอ็มอีที่ร่วมตอบแบบสอบถามให้ความสำคัญกับการปรับกลยุทธ์ไปสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลมากขึ้น สำหรับในประเทศไทย เอสเอ็มอี 7 ใน 10 รายให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีเป็นอันดับต้น ๆ  ซึ่งโครงการ SBTP จะเข้ามาตอบโจทย์เอสเอ็มอี ในการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและเรียนรู้เครื่องมือที่เป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนธุรกิจให้มีศักยภาพเพื่อก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง

นางสาวพอลลีน ซิม หัวหน้ากลุ่มงาน เดอะ ฟินแล็บ กล่าวว่า “เอสเอ็มอี มีความต้องการความรู้และกลยุทธ์ออนไลน์เฉพาะทางที่จะเข้ามาช่วยพัฒนาธุรกิจให้สามารถเติบโต  ในฐานะองค์กรดิจิทัล The FinLab Online พร้อมที่จะช่วยให้เอสเอ็มอีไทยที่เข้าร่วมโครงการ SBTP สามารถเข้าถึงเนื้อหา แหล่งข้อมูลและเครื่องมือธุรกิจ ผ่านทางแพลตฟอร์มของเดอะ ฟินแล็บ เพื่อเป็นประโยชน์ในการต่อยอด จัดลำดับความสำคัญของการก้าวสู่ธุรกิจดิจิทัล การเลือกใช้โซลูชันที่เหมาะสม ซึ่งก้าวแรกของการไปสู่ธุรกิจดิจิทัลนับเป็นก้าวที่ยากที่สุดแต่เราพร้อมสนับสนุนเอสเอ็มอีไทยผ่านเครือข่ายที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้”


[1] เดอะ ฟินแล็บ คือหน่วยงานบ่มเพาะนวัตกรรม (Innovation Accelerator) ที่ดำเนินงานภายใต้ธนาคารยูโอบี  มุ่งส่งเสริมเอสเอ็มอีรวมถึงธุรกิจสตาร์ทอัพในประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน 

[2]   ผลการประเมินเป็นผลจากการสำรวจผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 1,000 รายที่มีผลประกอบการน้อยกว่า  624.36 ล้านบาท (20 ล้านเหรียญสหรัฐ) ในประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทยและเวียดนามระหว่างช่วงไตรมาสที่ 3 ปี 2562 ถึงเดือนพฤษภาคม 

X

Right Click

No right click