“ดอยคำ” เผยยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพรโตกว่า 50%

December 15, 2021 840

ทวีศักดิ์ เลาหวิโรจน์ รองผู้จัดการใหญ่ (ด้านนวัตกรรม และการผลิต)  พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่  ชนันนัทธ์ พลปัถพี รองผู้จัดการใหญ่ (ด้านขายและการตลาด)

ดอยคำ เผยภาพรวมตลาดก่อนปิดไตรมาส 4 ด้วยภาวะโควิด-19 ทำให้ยอดกลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพรเติบโตกว่า 50% จึงเร่งพัฒนาสินค้าเจาะกลุ่มสมุนไพร นำร่องส่ง “สารสกัดฟ้าทะลายโจร” ที่มีสรรพคุณลดไข้ บรรเทาอาการเจ็บคอ และได้รับความสนใจในการนำมารักษาโรคโควิด-19 เข้าตีตลาด

นายพิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด กล่าวถึงดอยคำในภาพรวมการดำเนินงานของบริษัทเพื่อสังคมภายใต้ศาสตร์พระราชา โดยมุ่งพัฒนาสร้างสรรค์สินค้าจากชุมชนด้วยคุณภาพระดับโลก ผ่านการส่งเสริมผลผลิตจากเกษตรกรไทยมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลาย เพื่อสร้างรายได้และอาชีพที่ยั่งยืน นอกเหนือจากผลผลิตหลักอันเป็นที่รู้จักกันในวงกว้างเช่น มะเขือเทศ เสาวรส และสตรอว์เบอร์รีแล้ว ยังมีสินค้ากลุ่มสมุนไพรที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเป็นจำนวนมากและมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เกิดจากการที่ดอยคำเห็นถึงความสำคัญของภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาในรูปแบบของอาหารหรือเครื่องดื่มต่างๆ โดยใช้สมุนไพรจากธรรมชาติ เพื่อดูแลสุขภาพและบำรุงร่างกาย จึงมีการมุ่งพัฒนาสินค้ากลุ่มสมุนไพรออกสู่ตลาดอยู่เสมอและจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้ผู้บริโภคเกิดความสนใจในผลิตภัณฑ์สมุนไพรมากขึ้น โดยเฉพาะ“ฟ้าทะลายโจร” ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรในท้องถิ่นไทยเป็นที่รู้จักในสรรพคุณอย่างแพร่หลาย ทำให้ดอยคำเล็งเห็นถึงโอกาสในการสนับสนุนผลผลิตจากเกษตรกรไทย โดยเชื่อว่าสมุนไพรไทยอย่างฟ้าทะลายโจรจะยังคงเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค เป็นทางเลือกประจำบ้านของผู้ที่ต้องการใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ รวมถึงสามารถขยายความต้องการไปยังประเทศกลุ่มอาเซียนได้ในอนาคต

 

เพื่อเป็นการยึดมั่นสานต่อในพระราชปณิธาน “สืบสาน รักษา และต่อยอด” ดอยคำยังมีการคิดค้นแนวทางพัฒนาผลผลิตด้วยนวัตกรรมทางการเกษตร เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูงสุดตามมาตรฐานที่ดอยคำวางไว้ เป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจัดการพื้นที่เพาะปลูกด้วยการปลูกพืชหมุนเวียนเพิ่มติม รักษาองค์ความรู้สมุนไพรไทยให้คงอยู่ และส่งต่อประโยชน์สู่ผู้บริโภคในสังคมไทยอย่างแท้จริง 

นายทวีศักดิ์ เลาหวิโรจน์ รองผู้จัดการใหญ่ (ด้านนวัตกรรม และการผลิต) กล่าวว่า ดอยคำมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่มสมุนไพรมาโดยตลอด โดยเน้นปรับปรุงรสชาติให้ดื่มง่าย เข้าถึงกลุ่มคนทุกเจเนอเรชั่น ปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ทั้งกลุ่มเครื่องดื่มเข้มข้น เช่น เครื่องดื่มกระชายสกัดเข้มข้นผสมน้ำผึ้งและมะนาว, เครื่องดื่มเห็ดหลินจือสกัดเข้มข้นผสมน้ำผึ้งและมะนาว, เครื่องดื่มตรีผลาสกัดเข้มข้น และเครื่องดื่มสมุนไพรขายดี รสชาติอร่อย ดื่มง่าย เช่น น้ำเก๊กฮวยและคาโมไมล์, น้ำเจียวกู้หลานและดอกคำฝอย และ 2 รสชาติใหม่ น้ำเก๊กฮวยสูตรโบราณที่ใช้ความหวานละมุนจากน้ำตาลกรวด และน้ำสามเกลอ (กระเจี๊ยบ พุทราจีนและมะตูม) และล่าสุดกับผลิตภัณฑ์ใหม่ สารสกัดฟ้าทะลายโจร ที่มีสารสำคัญแอนโดรกราโฟไลด์ 20 มิลลิกรัมต่อ 1 แคปซูล ซึ่งการบริโภคฟ้าทะลายโจรในรูปแบบสารสกัดนี้ทำให้สามารถควบคุมปริมาณสารสำคัญได้ดีกว่าแบบบดผง ทำให้ยาออกฤทธิ์เสถียรและมีประสิทธิภาพสูง อีกทั้งผลิตภัณฑ์ดังกล่าว  ผลิตโดยโรงงานที่ผ่านมาตรฐานสากล ได้รับมาตรฐาน GMP PIC/S และมีเครื่องหมายรับรองจาก อย. สร้างความมั่นใจให้กับกลุ่มเป้าหมาย มีให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ ขนาดบรรจุ 10 แคปซูล ราคา 79 บาท สะดวกในการพกพาและขนาดบรรจุ 50 แคปซูล ราคา 390 บาท

 

อย่างไรก็ตาม ฟ้าทะลายโจร พืชสมุนไพรเสริมภูมิคุ้มกัน มีสรรพคุณทั้งบรรเทาอาการเจ็บคอ ลดไข้ และได้รับความสนใจในการนำมาใช้รักษาโรคโควิด-19 ในระยะเริ่มต้นอย่างแพร่หลาย ทำให้มีความต้องการนำมาใช้เป็นวัตถุดิบเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตยาจำนวนมาก เกษตรกรไทยจึงหันมาปลูกฟ้าทะลายโจรกันมากขึ้น ซึ่งการขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดเป็นวิธีที่ง่ายและเป็นที่นิยมมากแต่ต้องใช้ระยะเวลานาน อีกทั้งปัจจัย
ด้านสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศมีผลต่อคุณภาพของฟ้าทะลายโจร ด้วยเหตุนี้ฝ่ายนวัตกรรมเกษตรดอยคำ ซึ่งดำเนินกิจกรรมผลิตต้นพันธุ์พืชปลอดโรคด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อได้เล็งเห็นความสำคัญของการผลิตต้นพันธุ์ฟ้าทะลายโจรปลอดโรคและมีคุณภาพดี จึงได้เริ่มดำเนินกิจกรรมการขยายพันธุ์ฟ้าทะลายโจรปลอดโรคขึ้น โดยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อที่สามารถผลิตต้นพันธุ์ได้ในปริมาณมากและรวดเร็ว ได้ต้นกล้าตรงตามสายพันธุ์และได้ต้นกล้าปลอดจากเชื้อสาเหตุโรคพืช การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อนอกจากจะใช้เป็นเครื่องมือในการขยายพันธุ์ฟ้าทะลายโจรแล้ว ยังสามารถประยุกต์ใช้ในการวิจัยและพัฒนาเพื่อผลิตสารสำคัญทางยาในเนื้อเยื่อของฟ้าทะลายโจรได้ต่อไปในอนาคตอีกด้วย

นางชนันนัทธ์ พลปัถพี รองผู้จัดการใหญ่ (ด้านขายและการตลาด) เผยถึงภาพรวมสัดส่วนยอดขาย ปี 2564 ว่า ดอยคำยังคงเป็นผู้นำตลาดน้ำมะเขือเทศ โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังคงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรายได้จากน้ำมะเขือเทศตั้งแต่เดือนมกราคมถึงปัจจุบัน โตกว่า 40% คาดว่าเมื่อจบสิ้นปีจะมีมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท สามารถช่วยชดเชยรายได้ของน้ำผลไม้และผลิตภัณฑ์ผลไม้อื่นๆ ที่ลดลง ส่งผลให้ภาพรวมยอดขายของบริษัทเติบโตขึ้น สินค้าน้ำผึ้งเป็นอีกหนึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคให้การตอบรับในเรื่องคุณภาพ จึงทำให้มีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งปีนี้ น้ำผึ้งดอยคำ มียอดการเติบโตสูงกว่า 50% จากผลิตภัณฑ์ใหม่ต่างๆ ได้แก่ น้ำผึ้งแท้แบบหลอดบีบ ขนาด 120 กรัม ซึ่งสร้างรายได้แล้วกว่า 50 ล้านบาท น้ำผึ้งผสมมะนาวสร้างรายได้กว่า 25 ล้านบาท ทั้งนี้ ยังพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ของน้ำผึ้งอีกหลายรสชาติ ได้แก่ น้ำผึ้งผสมขิง น้ำผึ้งผสมเก๊กฮวย น้ำผึ้งผสมอบเชย และน้ำผึ้งผสมส้ม ซึ่งได้วางจำหน่ายเมื่อไตรมาส 3 ที่ผ่านมา รวมถึงผลิตภัณฑ์กลุ่มสมุนไพรที่เติบโตกว่า 50% นำมาสู่สินค้าใหม่ล่าสุด ได้แก่ สารสกัดฟ้าทะลายโจร ที่เป็นผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพร นำเสนอเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการดูแลรักษาร่างกายจากสมุนไพรที่ได้รับการยอมรับกันมากขึ้นทั้งในวงการแพทย์และประชาชนทั่วไป มีช่องทางจำหน่ายทั้งหน้าร้านดอยคำทุกสาขาทั่วประเทศ และช่องทาง Online Official Store ของดอยคำ ได้แก่ Shopee / Lazada / JD Central และ LINEOA : @doikhamclick

 สำหรับทิศทางของผลิตภัณฑ์ปี 2565 ดอยคำยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่มสุขภาพและสมุนไพรต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อนำร่องก้าวเข้าสู่ตลาดสมุนไพรเต็มรูปแบบ ภายใต้ความมั่นใจในสรรพคุณของสมุนไพรที่ว่า สมุนไพรเป็นภูมิปัญญาที่มีคุณค่า ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่าย ในส่วนของกลยุทธ์ทางการสื่อสารนั้นให้ความสำคัญกับการบูรณาการใช้เครื่องมือสื่อสารให้เป็น Performance Media เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงช่องทางการขายได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น มีการวิเคราะห์ฐานข้อมูล (Data Analysis) ผ่านโปรแกรมติดตามพฤติกรรมการใช้สื่อของผู้บริโภค นำมาสู่การปรับปรุงเนื้อหาให้มีคุณภาพและตรงใจกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งเพิ่มความถี่ช่องทางการสื่อสารในสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อเน้นสร้างการรับรู้ควบคู่ไปกับการกระตุ้นให้เกิดยอดขาย พร้อมขยายฐานการรับรู้ไปยังผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆ ทั้งใน Gen Y และ Z  ซึ่งจะเป็นฐานผู้บริโภคที่สำคัญของดอยคำในอนาคต นอกจากนี้ จะมีการนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มความน่าสนใจให้สื่อนอกบ้านมากขึ้นเพื่อนำเสนอภาพลักษณ์ความทันสมัย ตอกย้ำการจดจำสินค้าอย่างสม่ำเสมอ นำมาสู่ภาพรวมการสื่อสารที่ครบวงจรและมีประสิทธิภาพ

X

Right Click

No right click