October 18, 2021
คู่ค้าเอสเอ็มอี ปลื้ม ได้ CPF  ช่วยกิจการฝ่าวิกฤต  พร้อมเดินหน้าร่วมคิด ร่วมสร้างการเติบโตไปด้วยกัน
 
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ นำคู่ค้าธุรกิจผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ก้าวผ่านวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน เดินหน้าโครงการ Faster Payment ช่วยกิจการเดินหน้าต่อได้ พร้อมส่งเสริมพัฒนาศักยภาพ ดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และกำกับดูแลกิจการที่ดี ร่วมเติบโตไปด้วยกัน  
 
นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทฯ ตระหนักถึงบทบาทของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่่มีความสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานการผลิตอาหาร ช่วยให้
ซีพีเอฟสามารถผลิตอาหารที่มีคุณภาพสูงได้มาตรฐานปลอดภัยได้อย่างต่อเนื่องในทุกสถานการณ์  ที่ผ่านมา คู่ค้าเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤตโควิด-19 ซีพีเอฟจึงได้ดำเนินโครงการ "Faster Payment" ปรับลดเวลาเครดิตเทอมเป็น 30 วันตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 จนถึงปัจจุบัน ได้ช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 6 พันรายของซีพีเอฟมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีขึ้น สามารถประคับประคองกิจการยืนหยัดผ่านสภาวะที่ยากลำบากได้  
 
เพื่อเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถปรับตัวได้อย่างแข็งแกร่งหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ซีพีเอฟได้จัดสัมมนาออนไลน์  CEO ROUNDTABLE FOR SMEs Conference 2021 ให้คู่ค้าธุรกิจเอสเอ็มอี พูดคุย แบ่งปันประสบการณ์ และมุมมองการดำเนินธุรกิจในอนาคต กับประธานคณะผู้บริหารของซีพีเอฟ เพื่อเสริมพลังและส่งต่อความรู้พร้อมทักษะเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการปรับตัวของผู้ประกอบการ SMEs ในโลกยุค Next Normal และนำไปสู่การร่วมคิด และความร่วมมือกันยกระดับขีดความสามารถให้ธุรกิจเอสเอ็มอีเดินหน้าได้อย่างมั่นคง และเติบโตไปด้วยกัน
 
“สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 และความคาดหวังของลูกค้าและผู้บริโภคในวันนี้ มีมากกว่าการส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพและความปลอดภัยที่รวดเร็ว หากยังให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่มาจากห่วงโซ่การผลิตที่คำนึงถึงความยั่งยืนของสังคม สินค้าที่เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม  การมาร่วมแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ในครั้งนี้มองว่าจะมีส่วนช่วยจุดประกายให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้นำหลัก ESG ไปประยุกต์ใช้และยกระดับดำเนินงาน และสามารถซีพีเอฟยินดีให้การสนับสนุนเพื่อให้ทุกคนในห่วงโซ่อุปทานเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน” นายประสิทธิ์กล่าว  
 
นอกจากนี้ นายประสิทธิ์ ยังได้แบ่งปันกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของซีพีเอฟ ที่จะให้ความสำคัญกับ 3 แนวทาง ได้แก่ แนวทางแรก คือ การให้ความสำคัญกับคุณค่าทางโภชนาการของอาหารควบคู่กับมาตรฐานความปลอดภัยของอาหาร โดยจะมีการเพิ่มคุณค่าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น ที่ผ่านมา ซีพีเอฟได้พัฒนาผลิตภัณฑ์หมูชีวา ที่มีโอเมก้าสูงกว่าเนื้อหมูปกติ เป็นต้น กลยุทธ์ที่สอง คือ การก้าวสู่การทำงานในยุคดิจิทัลมากขึ้น ตั้งแต่ในฟาร์ม โรงงาน จนถึงการจำหน่าย และกลยุทธ์ที่ 3 เป็นเรื่อง Engineering practices โดยการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรและอุปกรณ์ในกระบวนการผลิตให้เป็นระบบอัตโนมัติ การใช้ IOT ระบบออนไลน์ เข้ามาช่วยการบริหารจัดการมากขึ้น
 
ด้าน นายนิวัติ ดีงาม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ภูรินทร์ กรีนฟู้ดส์ โปรดักส์ ผู้จัดหากระเทียมสด ปลอดภัย ได้ร่วมแบ่งปันการดำเนินธุรกิจว่า จากการที่เข้าเป็นผู้จัดหากระเทียมสดให้กับซีพีเอฟ ที่เน้นวัตถุดิบที่ได้มาตรฐาน ส่งผลให้ธุรกิจได้รวมกลุ่มเกษตรกรและส่งเสริมยกระดับการเพาะปลูกตามมาตรฐาน GAP (Good Agriculture Practices) ซึ่งเป็นการเพาะปลูกที่ไม่ใช้สารเคมี ช่วยส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิตของเกษตรกรดีขึ้น ทุกวันนี้ มีเกษตรกร 50 ครัวเรือนที่มาเข้าร่วมกลุ่มกับภูรินทร์ เพื่อร่วมเป็นผู้ส่งมอบกระเทียมปลอดสารให้กับซีพีเอฟได้อย่างต่อเนื่อง  
 
นางนฤมล แสงมณี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีเอ็มพี ยูนิฟอร์ม จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ ขอขอบคุณที่ได้รับโอกาสเป็นผู้ผลิตเสื้อยูนิฟอร์มในสายการผลิตให้กับซีพีเอฟ การทำงานร่วมกับซีพีเอฟมีส่วนช่วยผลักดันให้กิจการขนาดเล็กยกระดับระบบคุณภาพสอดคล้องกับมาตรฐานซีพีเอฟ รวมทั้งความยั่งยืนที่เป็นเทรนด์ของโลก ขณะนี้บริษัทกำลังศึกษาและพัฒนาเนื้อผ้าทำจากเกล็ดปลา และขวดพลาสติกรีไซเคิล ตลอดจนปรับเปลี่ยนมาทำตลาดแบบออนไลน์เพิ่มขึ้น และที่สำคัญโครงการ Faster Payment ช่วยส่งเสริมธรรมาภิบาล ช่วยให้บริษัทสามารถชำระค่าสินค้าตรงเวลา และมีส่วนช่วยให้บริษัทสามารถดูแลและช่วยเหลือพนักงาน ครอบคลุมถึงลูกจ้างชั่วคราวอย่างทั่วถึง
 
นอกจากนี้ นายชยกฤต ธนกฤตขจร บริษัท สหปภพ จำกัด ผู้ให้บริการซ่อมบำรุงเครื่องจักรและอุปกรณ์ในฟาร์ม ยังได้ร่วมแบ่งปันถึงการปรับตัวของธุรกิจเอสเอ็มอี โดยหันมาใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ทำงานตอบโจทย์มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโรคของซีพีเอฟ โดยได้พัฒนาแพลตฟอร์มในการติดตามตรวจสอบการทำงานของเครื่องมืออุปกรณ์การใช้ในฟาร์มผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น และยังได้ต่อยอดทำระบบบัญชีบนเทคโนโลยี ซึ่งช่วยลดต้นทุนการผลิตให้กับเอสเอ็มอีได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยินดีแบ่งปันความรู้ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่สนใจอีกด้วย
 

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ยังเดินหน้าขับเคลื่อนการเป็นองค์กรเคารพสิทธิมนุษยชนในองค์กรต่อเนื่อง

นางสาวพิมลรัตน์ รีพัฒนาวิจิตรกุล ประธานผู้บริหาร ทรัพยากรบุคคล เครือซีพี และซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของบุคลากรเป็นฟันเฟืองสำคัญในการผลิตและร่วมส่งมอบอาหารปลอดภัย  บริษัทฯ จึงมุ่งเน้นให้ทุกสถานประกอบการบริหารและจัดการแรงงานตามมาตรฐานสากลอย่างจริงจังและต่อเนื่อง  ที่ผ่านมา สถานประกอบการโรงงานและฟาร์มของซีพีเอฟได้เข้ารับรองมาตรฐานแรงงานไทย มรท. 8001 และได้รับการตรวจประเมินจากองค์กรภายนอก (Third Party) อย่าง SGS Thailand Limited ,TUV SUD (Thailand)  ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา และในปีนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน บริษัทฯ เดินหน้าส่งเสริมทุกหน่วยงานยกระดับการดำเนินงานด้านแรงงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานแรงงานไทยฉบับปรับปรุงใหม่ ที่ได้เพิ่มเติมการคุ้มครองแรงงานหญิงที่มีครรภ์และกำลังให้นมบุตร การป้องกันการใช้ความรุนแรง รวมถึงการคุกคามในสถานประกอบการ เพื่อให้มั่นใจ แรงงานทุกคนทั้งของบริษัทฯ ได้ทำงานในสถานที่เหมาะสม และมีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยต่อสุขภาพอนามัยควบคู่กับนโยบายการดูแลพนักงานให้มีความปลอดภัยในระดับสูงสุดในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมทั้งจัดอบรมให้ความรู้แก่แรงงานหญิงได้เข้าใจและสนับสนุนการเลี้ยงบุตรด้วยนมแม่  การจัดทำมาตรการป้องกันลูกจ้างถูกคุกคามล่วงเกิน และการคุกคามไม่ให้เกิดความรุนแรงในสถานประกอบการ พร้อมทั้งส่งเสริมและส่งต่อแนวปฏิบัติที่ดีแก่คู่ค้าธุรกิจต่อไป   

"ซีพีเอฟให้ความสำคัญตลอดห่วงโซ่อุปทานอาหารของบริษัทฯ ปฏิบัติและบริหารจัดการแรงงานตามหลักสากลและคงไว้ซึ่งสิทธิมนุษยชน เพื่อให้พนักงานทุกคนทำงานด้วยความมั่นใจในความปลอดภัย และมั่นคง ตลอดจน ได้รับการคุ้มครอง และที่สำคัญบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับช่องทางการสื่อสารต่างๆ ของพนักงาน เพื่อส่งเสริมให้ทุกคนตระหนักและเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างเท่าเทียมและเสมอภาคกัน ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้องค์กรเป็นที่ยอมรับ ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า คู่ค้าและผู้บริโภคทั่วโลก" นางสาวพิมลรัตน์กล่าว  

ทั้งนี้ ในปี 2564 นี้ สถานประกอบการของซีพีเอฟ  โรงงานและฟาร์มในธุรกิจสัตว์น้ำและสัตว์บกได้รับการรับรองมาตรฐานแรงงานไทย มรท.8001 แล้วประมาณร้อยละ 94 และที่เหลืออยู่ในระหว่างขอการรับรองตามแผนภายในสิ้นปีนี้ ขณะเดียวกัน โรงงานและฟาร์มเลี้ยงสัตว์ยังได้นำแนวปฏิบัติที่ดีในการใช้แรงงาน หรือ หลัก GLP (Good Labour Practices) มาประยุกต์ใช้ควบคู่กันด้วย 

ขณะเดียวกัน ซีพีเอฟ ในฐานะเป็นสมาชิกของสมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย ยังได้ประกาศเจตนารมย์ร่วมกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย และสมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทยในการสร้างงานที่ดีและมีคุณค่า ส่งเสริมการจัดการด้านแรงงานอย่างรับผิดชอบในห่วงโซ่อุปทานไก่เนื้อไทยสู่มาตรฐานสากล โดยพัฒนาวิทยากรต้นแบบ (Training of Trainer) ขึ้นเพื่อทำหน้าที่ช่วยขับเคลื่อนงานการดูแลและคุ้มครองแรงงาน และพัฒนาสภาพการทำงาน สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งนอกจากจะเป็นการยกระดับคุณภาพของสินค้าตอบรับกับความคาดหวังของสังคม คู่ค้า ลูกค้าและผู้บริโภค ยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานตามหลักการของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน    

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้สนับสนุนให้เกษตรกรในโครงการคอนแทรคฟาร์มปฏิบัติต่อแรงงานตามหลัก GLP ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา โดยบริษัทฯ เข้าไปติดตามประเมินผลเป็นประจำทุกปี พร้อมทั้งให้คำแนะนำเกษตรกรยกระดับมาตรการป้องกันและดูแลความปลอดภัยของคนงานในฟาร์มอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจว่าแรงงานทุกคนในห่วงโซ่อุปทานของบริษัทฯ ได้ทำงานอย่างปลอดภัย และได้รับการปฏิบัติที่ดีตามมาตรฐานสากล และร่วมกันขจัดการใช้แรงงานผิดกฎหมายทุกประเทศ รวมถึงการป้องกันใช้แรงงานเด็กอย่างจริงจัง

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ยังเดินหน้าช่วยเหลือคู่ค้าธุรกิจ ผู้ประกอบการ SMEs และเกษตรกร

บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนลเพ็ทฟู้ด จำกัด ในกลุ่มบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ

นายสมพร เจิมพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ซีพีเอฟ

Page 1 of 13
X

Right Click

No right click