บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ รับ 5 รางวัลเกียรติยศด้านความเป็นเลิศแห่งภูมิภาคเอเชีย จากเวที  The 14th Asian Excellence Awards 2024  จัดขึ้นที่ โรงแรม JW Marriott ฮ่องกง เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ที่ผ่านมา จัดโดยนิตยสาร Corporate Governance Asia สื่อชั้นนำด้านการเงินของฮ่องกง และเอเชีย  สะท้อนความเป็นองค์กรธุรกิจที่ยึดมั่นหลักธรรมาภิบาลที่ดี  ควบคู่กับการสร้างความมั่นคงทางอาหารที่ยั่งยืนให้กับผู้บริโภคทั่วโลก ผ่านการพัฒนาชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (SDGs)

โดยรางวัลที่ซีพีเอฟได้รับ ประกอบด้วย รางวัลประเภทบุคคล 3 รางวัล ได้แก่ “รางวัลซีอีโอยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย” (Asia’s Best CEO) มอบให้ นายประสิทธิ์  บุญดวงประเสริฐ  ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ จากความสำเร็จในการบริหารธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี บรรลุเป้าหมายในการเติบโต ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เป็นที่ยอมรับทั้งในระดับประเทศ  และสากล “รางวัลซีเอฟโอยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย” (Asia’s Best CFO) มอบให้ นายไพศาล จิระกิจเจริญ ประธานผู้บริหารฝ่ายการเงิน  จากความสำเร็จในการบริหารการเงิน การวางแผนธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถสร้างประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร และ “รางวัลนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย” (Best Investor Relations Professional) มอบให้ นางกอบบุญ  ศรีชัย  ผู้บริหารสูงสุดสายงานกิจการองค์กรและลงทุนสัมพันธ์ จากความโดดเด่นด้านการเปิดเผยข้อมูลตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี

ขณะที่ รางวัลประเภทองค์กร 2 รางวัล ได้แก่ “รางวัลบริษัทนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย” (Best Investor Relations Company) สะท้อนถึงมาตรฐานความโปร่งใสและเป็นธรรมในการเผยแพร่ข้อมูล นอกเหนือจากรายงานประจำที่ส่งไปยังหน่วยงานกำกับดูแลแล้ว ยังมีการสื่อสารกับผู้ลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และ “รางวัลความยั่งยืนแห่งเอเชีย 2024” (Sustainable Asia Award 2024) ในการยืนหยัดเพื่อธรรมาภิบาลสีเขียว โดยซีพีเอฟให้ความสำคัญกับการดูแลชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (SDGs) จนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

Asian Excellence Awards เป็นรางวัลที่สะท้อนถึงความสำเร็จและความเป็นเลิศในการบริหารจัดการทั้งด้านการเงิน ความรับผิดชอบดูแลสังคม แนวปฏิบัติที่ดีด้านสิ่งแวดล้อม และงานนักลงทุนสัมพันธ์ บนพื้นฐานธรรมาภิบาลสีเขียวที่ดี (Green Governance) ซึ่งในปีนี้ มีบุคคล และองค์กรที่ได้รับรางวัลจากหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย ทั้งจาก สาธารณรัฐประชาชนจีน เขตปกครองพิเศษฮ่องกง ไต้หวัน ไทย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เดินหน้าส่งเสริมและยกระดับขีดความสามารถคู่ค้าธุรกิจ อย่างต่อเนื่อง จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ Quality Day Together  ติดอาวุธเพิ่มทักษะให้คู่ค้าธุรกิจ ที่เป็นผู้จัดหาวัตถุดิบอาหารให้บริษัทฯ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ให้มีแนวปฏิบัติที่ดีในการควบคุมคุณภาพและอาหารปลอดภัยขั้นสูง ตามมาตรฐานสากล และรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคทั่วโลก ช่วยสร้างโอกาสและ ขีดความสามารถทางการแข่งขันของผู้ประกอบการ SMEs ไทยเติบโตสู่เวทีโลก

วิไลลักษณ์ คลอดเพ็ง ผู้บริหารสูงสุด สายงานประกันคุณภาพอาหารกลาง ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพคู่ค้าธุรกิจรายย่อยและกลุ่ม SMEs ซึ่งเป็นต้นทางการผลิตอาหารของซีพีเอฟมีขีดความสามารถสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างโอกาสและความสำเร็จอย่างยั่งยืน โดยในปีนี้ บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับสถาบันมาตรฐานอังกฤษ (BSI) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ Quality Day Together ให้ความรู้แก่คู่ค้าธุรกิจผู้ผลิตวัตถุดิบอาหารในกลุ่มเครื่องปรุงและบรรจุภัณฑ์ ได้เรียนรู้และทำความเข้าใจการประกันคุณภาพ หลักการวิเคราะห์ปัญหาในกระบวนการผลิต ตลอดจนสามารถกำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันปัญหาอย่างเป็นระบบตามหลักสากล เพื่อร่วมกันยกระดับการบริหารจัดการกระบวนการผลิตวัตถุดิบอาหารคุณภาพสูงและมีความปลอดภัยสอดคล้องมาตรฐานสากล

“การจัดกิจกรรมเพื่อมุ่งส่งเสริมให้ผู้บริหารและเจ้าของกิจการ SMEs ที่เป็นคู่ค้าธุรกิจ เห็นความสำคัญและพร้อมที่จะร่วมเดินเคียงคู่กับซีพีเอฟในการยกระดับมาตรฐานการผลิตและส่งมอบวัตถุดิบอาหารที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า ทั้งมิติคุณภาพสินค้า และมิติความยั่งยืน  ด้วยแนวคิด “สินค้าดี ย่อมมาจากวัตถุดิบที่ดี” เพื่อก้าวไปสู่ความเป็นเลิศด้านอาหารแบะเติบโตไปด้วยกัน” นางวิไลลักษณ์กล่าว

ทั้งนี้ เพื่อยกย่องความสำเร็จของคู่ค้าธุรกิจ ซีพีเอฟได้มอบรางวัล Supplier Quality Engagement Awards 2023 เพื่อยกย่องคู่ค้า 3 ราย ได้แก่ บริษัท เอ็กซ์เซลแพ็คเกจจิ้ง จำกัด  บริษัท เอ็ม พี ฟู้ด โปรดักชั่น จำกัด  และ บริษัท ซีพี เฟรช จำกัด เป็นต้นแบบคู่ค้า SMEs ที่นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณภาพวัตถุดิบจนสามารถส่งมอบสินค้าได้ตรงตามเกณฑ์มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้มอบรางวัลเพื่อแสดงความขอบคุณและสร้างแรงจูงใจให้กับคู่ค้า SMEs ที่ทุ่มเทและให้ความร่วมมือในการปรับปรุงพัฒนากระบวนการผลิตอย่างจริงจัง

ชัยทวี สมัญญา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชัยเจริญ เฟรช จำกัด กล่าวว่า กิจกรรม Quality Together Day เป็นประโยชน์มากสำหรับผู้ผลิตผักสดที่ต้องใส่ใจเรื่องคุณภาพ และความปลอดภัย ปลอดสาร ช่วยให้ผู้ประกอบการรายเล็กมีแนวปฏิบัติที่ดีในการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน สามารถส่งมอบสินค้าที่ตรงตามความต้องการของซีพีเอฟ

ไพศาล สมศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยิ่งไพศาลการเกษตร จำกัด กล่าวเสริมว่า ซีพีเอฟช่วยเหลือให้คู่ค้าที่เป็นเกษตรกรได้รับความรู้ด้านระบบมาตรฐานการผลิตระดับสากล และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในการผลิตและจัดหาสินค้าทางการเกษตรที่สด สะอาด ปลอดภัย ปลอดสาร ที่สำคัญช่วยลดปริมาณการสูญเสียจากสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพ

ปฐวี มาไพศาลสิน ผู้จัดการฝ่ายประกันคุณภาพ บริษัท เอ็ม พี ฟู้ด โปรดักชั่น จำกัด กล่าวเพิ่มว่า ความรู้ที่ได้รับจากผู้เชี่ยวชาญช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้ผู้ผลิตวัตถุดิบอาหารขนาดกลางมีหลักการในการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างตรงจุด และสามารถปรับปรุงพัฒนาให้สินค้าตรงตามที่ลูกค้าต้องการอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุน และมีรายได้เพิ่มขึ้น

Quality Together Day จัดขึ้นภายใต้ โครงการ “PARTNER TO GROW…เติบโต เคียงข้าง อย่างยั่งยืน” ที่ดำเนินขึ้นต่อเนื่องปีที่ 2 เพื่อร่วมกันพัฒนาคู่ค้าธุรกิจ ครอบคลุมทั้งธุรกิจ SMEs ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ได้มีขีดความสามารถทางการแข่งขันสูงขึ้น ดำเนินธุรกิจอย่างเป็นเลิศ มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับนโยบายด้านการจัดหาอย่างยั่งยืนของซีพีเอฟ หนุนธุรกิจเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ นำนวัตกรรมอาหารคุณภาพ จากกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสังคม ภายใต้ภารกิจสร้างความมั่นคงทางอาหารและการบริโภคอย่างยั่งยืน แสดงในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2024 ชูแนวคิด "Kitchen of the world with Sustainovation" เป็นครัวของโลกด้วยนวัตกรรมความยั่งยืน 

โดยปีนี้ ผลิตภัณฑ์อาหารของบริษัทได้รับรางวัลด้านนวัตกรรมที่หลากหลาย อาทิ  “ซีพี ชิคเก้นพอคเก็ต ไส้กรอกและชีส” คว้ารางวัลนวัตกรรมอาหาร หรือ THAIFEX - Anuga Taste Innovation Show 2024 ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์กลุ่ม COOKING HELPER by CP  ได้แก่ ซอสปรุงรสสามเกลอ, น้ำจิ้มสุกี้ชาบูหมูกระทะ, น้ำจิ้มแจ่วอีสาน, น้ำจิ้มซีฟู้ดส์ และสังขยาใบเตย ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT การันตีความอร่อยของอาหารไทยจากกระทรวงพาณิชย์ และ “ไข่สดปลอดสาร Cage Free" แบรนด์ U FARM ยังได้รับคัดเลือกเป็นผลิตภัณฑ์แนะนำ อาหารช่วยลดโลกร้อน ได้รับฉลาก “คาร์บอนนิวทรัล” (Carbon Neutral Product) ปลอดคาร์บอนรายแรกของภูมิภาคเอเชีย

นายเอกปิยะ เอื้อวุฒิเกริก กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีเอฟ ฟู้ด เน็ตเวิร์ก จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้  เพื่อตอบโจทย์ความพึงพอใจของผู้บริโภคและสังคมรอบด้าน โดยมุ่งมั่นสร้างความมั่นคงทางอาหาร  ส่งเสริมการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน พัฒนากระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น เพื่อให้ได้มาซึ่งอาหารที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับใส่ใจและรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

“แนวคิด "Kitchen of the world with Sustainovation" เป็นการแสดงถึงภารกิจหลักในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารของซีพีเอฟ ที่ต้องการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อให้ผู้บริโภคในแต่ละประเทศพึงพอใจ ทั้งรสชาติและโภชนาการที่ดี ขณะที่กระบวนการผลิตมีการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี ตามแนวทางการพัฒนาเกษตรและโรงงานอัจฉริยะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ตลอดจนเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน จัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ ปราศจากการตัดไม้ทำลายป่า และร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก” นายเอกปิยะ กล่าว

ครั้งนี้ บริษัทฯ นำผลิตภัณฑ์หลากหลายมาแสดงในงาน โดยแบ่งออกเป็น 6 โซน ได้แก่ 1.) Space Safety Standard : มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดของเนื้อไก่สด แบรนด์ CP  2.) Superior Taste Awards 2024 & Other World Standards : สินค้าได้มาตรฐานสากล การันตีรสชาติความอร่อยระดับโลก 3.) Innovative Products : ผลิตภัณฑ์ไก่เบญจาและหมูชีวา แบรนด์ U Farm, เนื้อจากพืช แบรนด์ Meat Zero 4.) Net-Zero : ผลิตภัณฑ์สีเขียว 5.) Export - นำโดยแบรนด์ Authentic Asia อาหารเอเชียที่มีมาตรฐานสากล มีทั้งผลิตภัณฑ์ Thai Cube แบรนด์ Kitchen Joy ที่ประสบความสำเร็จในแถบประเทศสแกนดิเนเวีย รวมถึง เกี๊ยวกุ้งที่มีการพัฒนาให้มีความหลากหลายสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในแต่ละท้องที่ อาทิ เกี๊ยวกุ้งจักรพรรดิซุปหมาล่า และ 6.) Import : ผลิตภัณฑ์ HARVEY BEEF, CP Uoriki

ในปีนี้ มีผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ คือ 'ซีพี ชิคเก้นพอคเก็ต ไส้กรอกและชีส' สามารถคว้ารางวัลด้านนวัตกรรมบนเวที THAIFEX – Anuga Asia 2024 ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่รักสุขภาพ ต้องการอาหารที่ Low-carb, High Protein โดยแซนด์วิชรูปแบบใหม่ไม่มีขนมปัง ใช้เนื้อไก่ส่วนอกมาแทน ประกบด้วยชีสและไส้กรอก การันตีความปลอดภัยด้วย Space Safety Standard หรือมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสุดระดับอวกาศ ซึ่งเป็นมาตรฐานตามหลักเกณฑ์ความปลอดภัยด้านอาหารขององค์การ NASA และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเครื่องหมายรับรองฮาลาล

ด้าน ผลิตภัณฑ์กลุ่ม COOKING HELPER by CP ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ได้แก่ ซอสปรุงรสสามเกลอ, น้ำจิ้มสุกี้ชาบูหมูกระทะ, น้ำจิ้มแจ่วอีสาน, น้ำจิ้มซีฟู้ดส์ และสังขยาใบเตย โดยกระทรวงพาณิชย์มอบให้แก่ผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูป ที่มีรสชาติไทยแท้ ใช้วัตถุดิบจากแหล่งท้องถิ่นเกิน 80% ผ่านกระบวนการผลิตและขั้นตอนของการปรุงอาหารมาตรฐานระดับสากล

อีกหนึ่ง ผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ สามารถดำเนินการได้เป็นรายแรกของภูมิภาคเอเชีย คือ 'ไข่สดปลอดสาร Cage Free' แบรนด์ U FARM' ได้รับคัดเลือกเป็นผลิตภัณฑ์แนะนำ "อาหารช่วยลดโลกร้อน" เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับฉลาก “คาร์บอนนิวทรัล” (Carbon Neutral Product) ปลอดคาร์บอน จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษที่ใช้วัสดุรีไซเคิล 100%

พบกับบูธซีพีเอฟ ได้ที่หมายเลข 2-U01 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 ศูนย์การค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งเปิดให้คู่ค้าและพันธมิตรด้านอาหารจากทั่วโลกร่วมเจรจาธุรกิจตั้งแต่วันที่ 28 -31 พฤษภาคม 2567 เวลา 10.00-18.00 น. และเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมและเลือกซื้อสินค้าคุณภาพในราคาพิเศษ ในวันที่ 1 มิถุนายน 2567 เวลา 10.00-20.00 น.

นายมงคล ตั้งศิริวิช ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ดูแลประเทศไทย ลาว เมียนมา ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง กับ นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ในการยกระดับการใช้ระบบอัตโนมัติในการดำเนินธุรกิจ เพิ่มทักษะด้านเทคโนโลยีอัตโนมัติให้กับบุคลากร สนับสนุนอุปกรณ์ เครื่องมือ ผู้เชี่ยวชาญ และร่วมพัฒนาเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ รวมถึงระบบบริหารจัดการ/ประหยัดพลังงานต้นแบบ สำหรับกระบวนการต่างๆ ในฟาร์ม และโรงงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เพื่อช่วยให้องค์กรของลูกค้าสามารถขับเคลื่อนธุรกิจ พร้อมๆ กับการสร้างความยั่งยืน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จึงคิดค้นเทคโนโลยีดิจิทัลแบบเปิดที่สามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุกธุรกิจ และอุตสาหกรรม โดยมุ่งเน้นไปสู่การบรรลุเป้าหมายในการสร้างความยั่งยืน สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกและวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพในแบบเรียลไทม์ ลดกระบวนการทำงานที่ซ้ำซ้อน ลดต้นทุนด้านการซ่อมบำรุง และที่สำคัญช่วยให้สามารถใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายมงคล ตั้งศิริวิช ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ดูแลประเทศไทย ลาว เมียนมา เผยว่า “เรารู้สึกยินดีที่ได้รับความไว้วางใจจาก ซีพีเอฟ ในการร่วมมือกันพัฒนาเทคโนโลยีอัตโนมัติด้านอุตสาหกรรมอาหาร โดยการลงนามบันทึกความร่วมมือในครั้งนี้ มุ่งเน้นในการยกระดับระบบอัตโนมัติของซีพีเอฟ ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับกระบวนการต่างๆ ทั้งในฟาร์ม และโรงงาน นอกจากนี้ เรายังมีความพร้อมในการถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านผู้เชี่ยวชาญของเรา ที่มีประสบการณ์จากทั่วโลก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน”

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ “ซีพีเอฟ” รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2567 จำนวน 1,152 ล้านบาท เติบโต 142% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีปัจจัยหลักมาจากราคาเนื้อสัตว์ในภูมิภาคเอเชียที่ปรับตัวดีขึ้นจากระดับในปีที่ผ่านมา  ประกอบกับประสิทธิภาพในการผลิตที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้ต้นทุนในการเลี้ยงสัตว์ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าวถึงผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นนี้ว่า ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่บริษัทผ่านความท้าทายมากมายไม่ว่าจะเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และภาวะสินค้าล้นตลาดของปริมาณเนื้อสัตว์ในหลายประเทศจากกำลังซื้อที่ไม่ดีขึ้นตามคาด ซึ่งทำให้บริษัทให้ความสำคัญเรื่องประสิทธิภาพและระมัดระวังในการลงทุนมาอย่างต่อเนื่อง มีการตัดจำหน่ายทรัพย์สินบางส่วนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานให้ดีขึ้น รวมถึงการวิจัย พัฒนา สร้างสรรค์นวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของบริษัท เพื่อตอบโจทย์ตามความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงประเภทสินค้าอาหารสุขภาพที่เน้นด้านโภชนาการที่ดี พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางด้านการตลาด การขาย และช่องทางจัดจำหน่ายให้สอดคล้องกับสภาวะของตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

ผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1 ปีนี้ ปรับตัวดีขึ้นถึง 142%  โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจในประเทศเวียดนามและกัมพูชา จากการขยายช่องทางในการขาย และระดับราคาสุกรที่เพิ่มขึ้น นอกจากนั้น บริษัทยังมีส่วนได้ในกำไรของบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่ดีขึ้นจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของ CPALL และธุรกิจสุกรในประเทศจีน และคาดว่าในช่วงที่เหลือของปี 2567 ผลการดำเนินงานของซีพีเอฟจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

Page 1 of 50
X

Right Click

No right click